ทำธุรกิจให้เติบโตขึ้นเพื่อให้เสี่ยงน้อยลง ข้อผิดพลาดเรื่องธุรกิจที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป

ทำธุรกิจให้เติบโตขึ้นเพื่อให้เสี่ยงน้อยลง ข้อผิดพลาดเรื่องธุรกิจที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป

ที่เรา Scale ธุรกิจเพราะอยากให้มันเสี่ยงน้อยลง (ข้อผิดพลาดที่คนทำธุรกิจไม่ค่อยได้มองถึงมัน)
.
เมื่อวันก่อนเบ้นพึ่งจัดงาน One Person Business ไป
วันนั้น เบ้น ,แอดทอย และ มี Moderator เป็น โอม หะริน
.
ไหนๆก็ไหนแล้วก็เลยชวนคุณ ท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut มาแชร์ บนเวทีด้วยกัน เผื่อคนที่มาฟังจะได้มองเห็น ธุรกิจแบบ One Person Business ในมุมของคุณ ท๊อป เอง
.
สิ่งหนึ่งที่เบ้นชอบเวลาได้คุยกับคุณท๊อปคือ เขามักไม่ได้เล่าเฉพาะเรื่องที่ตัวเองทำสำเร็จ แต่จะหยิบเรื่องที่เคยตัดสินใจผิด คิดผิด เมื่อก่อนคิดแบบนี้ตอนนี้ คิดอีกอย่าง (แผลเต็มหลัง55555)
.
และมีเรื่องหนึ่งที่เบ้นชอบมากที่ฟังตอนแรกแล้วโครตย้อนแย้งคือ
.
คุณท๊อปเล่าประมาณว่า
‘ที่ธุรกิจ Startup พยายาม Scale ธุรกิจ เพราะต้องการ De-risk’
หรือพูดง่าย ๆ ว่า ‘เราขยายธุรกิจให้โตขึ้น เพื่อทำให้ตัวเองเสี่ยงน้อยลง’
.
ทำธุรกิจให้โตขึ้นเพื่อให้เสี่ยงน้อยลงไม่ใช่กำไรมากขึ้น
.
ถ้าช่องทางขายเพียงช่องทางเดียวเปลี่ยนกติกา ธุรกิจหยุดทันที
ถ้า Founder ป่วย งานทั้งหมดอาจไม่มีใครทำต่อ
.
(เมื่อวานพึ่งฟังเรื่องน้องคนนึงมาว่า ลูกค้าเจ้าใหญ่เขายกเลิกสัญญาตอนนี้เลยเหนื่อยเลย)
.
การ Scale ที่ดีจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนพนักงานหรือเพิ่มยอดขาย
แต่มันคือการสร้างทีม ระบบ เงินทุน ฐานลูกค้า และช่องทางจัดจำหน่ายให้แข็งแรงพอ
.
จนปัญหาเพียงจุดเดียว ไม่สามารถทำให้ทั้งธุรกิจล้มลงได้
เราไม่ได้โตเพียงเพราะอยากดูใหญ่
‘เราโตเพราะอยากทำให้ธุรกิจตายยากขึ้น’
คุณท๊อปบอกว่า ที่เรามี CFO ก็เพื่อให้ธุรกิจแน่นเรื่องเงินขึ้น
ที่ระดมทุน Funding ก็เพื่อทำให้มีทุน จนมั่นคงล้มยากขึ้น
ที่เราขยายสิ่งต่างๆเพื่อลดความเสี่ยง ไม่ใช่ทำให้กำไรมากขึ้น
——–
พอฟังเรื่องนี้ เบ้นรู้สึกว่ามันเชื่อมกับแนวคิดของ One Person Business มาก เพราะ OPB เองที่เราไม่ Scale เพราะเราก็ไม่อยากเพิ่ม Risk ในมุม ของ Life style กับ Work
.
แต่จริงๆ ตัวเราเองก็ต้อง Scale ตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา
แต่ต้องเลือกให้ถูกว่า ‘อะไรควรถูก Scale’
.
Scale รายได้ โดยไม่ต้อง Scale ค่าใช้จ่ายในสัดส่วนเดียวกัน
Scale ฐานลูกค้า เพื่อไม่ให้ธุรกิจพึ่งพาลูกค้ารายเดียว
Scale ช่องทางเข้าถึงลูกค้า เพื่อไม่ฝากชีวิตไว้กับแพลตฟอร์มเดียว
Scale ความรู้ของเจ้าของ ให้กลายเป็น Content, Product, Workflow และ AI Agent
Scale ระบบ เพื่อให้ธุรกิจผลิตผลงานได้มากขึ้น โดยไม่ต้องใช้เวลาของเจ้าของมากขึ้นทุกครั้ง
.
นี่ไม่ใช่การปฏิเสธการเติบโต
แต่มันคือการออกแบบการเติบโตให้ทุกก้าวที่เราเดินไปข้างหน้า ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นด้วย
.
ตัวเบ้นเองเคยสร้างบริษัทที่มีทีมมากกว่า 300 คน
จึงได้เรียนรู้ว่า การเติบโตไม่ได้วัดจากจำนวนคนในบริษัทเพียงอย่างเดียว
.
ถ้าจำนวนคนโตเร็วกว่าระบบ ถ้ารายได้โตช้ากว่าค่าใช้จ่าย
ถ้าความซับซ้อนโตเร็วกว่า Leverage ธุรกิจอาจกำลังขยายตัว
.
แต่ไม่ได้แปลว่ากำลังพัฒนา
เพราะการเติบโตที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การทำให้ธุรกิจครอบครองพื้นที่มากขึ้น
แต่มันคือการทำให้เหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว มีอำนาจทำลายธุรกิจเราได้น้อยลง
========

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการ Scale กับการเป็น One Person Business
เพราะ One Person Business ก็สามารถเติบโตได้
.
พอเบ้นทำธุรกิจตอนแรกๆ ก็คิดอย่างเดียวเลยจะทำยังไงให้มันเติบโต
ทำยังไงให้มันรอด แต่พอมาถึงตอนนี้ก็มานั่งคิดใหม่ว่า ‘จะทำยังไงให้มันยั่งยืน เสี่ยงน้อยลง’ อีกหน่อยก็คงจะคิดอะไรได้ใหม่ๆ อีก ที่คิดผิด55555
.
วิธี Scale เพื่อ De-risk ก็เป็นอีกทางนึงที่เบ้นไม่เคยคิดถึงมัน
คำถามสำคัญกว่าคือ ‘เรากำลัง Scale อะไร’
กำลัง Scale สิ่งที่ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น หรือกำลัง Scale ภาระที่เจ้าของต้องแบก?
.
ยืมคำของ ลูกพี่ Pual Javis – Grow Better, Not Bigger
มันไม่ได้แปลว่าอย่าโต แต่มันหมายถึง
จงเติบโตในแบบที่ทุกการเติบโต ทำให้ธุรกิจเสี่ยงน้อยกว่าเดิม
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • เทคนิค 26 ข้อ เพื่อฝึกเป็นนักคิดที่ดีขึ้นในยุคที่ AI เริ่มคิดแทนเราได้เก่งขึ้นทุกวัน

  • จิตวิทยาของคนที่ฝันใหญ่แต่ไม่ลงมือทำเรากำลังติด Pattern อะไรบางอย่างในสมอง

  • สิ่งที่อยู่ใต้โอกาศของยุค AI Bloom เบื่อ AI ไม่อยากวิ่งตามตลอดจะมีทางอื่นไหม?


ความเห็น

ใส่ความเห็น