ถ้าที่บริษัทไม่มีคนเถียงกันเมื่อไหร่ เตรียมตัวรับแรงกระแทกธุรกิจได้เลย
คำว่า “รับทราบ” อาจเป็นคำที่อันตรายที่สุดในบริษัท
.
เพราะมันฟังเหมือนงานกำลังเดินหน้า
ทั้งที่ความจริงเราไม่รู้เลยว่า
.
เขาเข้าใจหรือยัง เห็นด้วยหรือเปล่า ใครเป็นคนรับผิดชอบ และสุดท้ายงานจะเสร็จเมื่อไร
.
วันที่ 4 ตุลาคม 2021 Elon Musk ส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคนที่ Tesla
Subject มีเพียงคำสั้นๆ ว่า
[“Please Note”
หาก Manager ได้รับคำสั่งโดยตรงจากผม (Elon)
คุณจะมีสิ่งที่ทำได้เพียง 3 อย่าง
.
1. ตอบกลับมาและอธิบายว่าทำไมสิ่งที่ ผม(Elon) พูดถึงไม่ถูกต้อง เพราะบางครั้งเขาก็ผิดได้
2. ขอคำอธิบายเพิ่มเติม หากคำสั่งนั้นไม่ชัดเจน
3. ลงมือทำตามคำสั่ง
.
หากไม่ทำตามสักข้อในนี้ Manager คนนั้นจะถูกขอให้ลาออกทันที
]
จบสั้นๆ 5555555
.
ตอนเบ้นอ่านหนังสือเกี่ยวกับ Elon Musk สิ่งหนึ่งที่เห็นซ้ำๆ ในวิธีทำงานของเขาคือ
.
‘ Elon ต้องการให้ทุกอย่างเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ‘
ไม่ใช่เพราะเขาชอบความ Minimal
.
แนวคิดนี้มีประโยชน์กับธุรกิจที่เรากำลังจะทำกันอยู่มากๆ มาเข้าใจเรื่องนี้ผ่าน 3 เรื่องนี้กัน ภาษาซับซ้อน,พื้นที่สีเทา และ Manager
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===============
[1] ภาษาที่ซับซ้อน ทำให้องค์กรช้าลง
ปี 2010 Elon เคยส่งอีเมลถึงพนักงาน SpaceX ทั้งบริษัท
Subject คือ “Acronyms Seriously Suck” (ตัวย่อแม่งห่วย)
.
Elon พบว่าคนในบริษัทเริ่มสร้างตัวย่อขึ้นมาใช้กันเองมากเกินไป
ตอนแรกตัวย่อไม่กี่คำก็ดูเหมือนไม่ใช่ปัญหา
.
แต่ถ้าพนักงานหนึ่งพันคนต่างคนต่างสร้างตัวย่อ สุดท้ายบริษัทจะมีพจนานุกรมอีกเล่มที่พนักงานใหม่ต้องท่องจำ
.
เมื่อใครไม่เข้าใจ ก็มักไม่กล้าถาม เพราะกลัวตัวเองดูโง่
สุดท้ายจึงนั่งอยู่ใน Meeting ทั้งที่ไม่รู้ว่าคนอื่นกำลังพูดเรื่องอะไร
.
Elon ไม่ได้ห้ามตัวย่อทุกคำ
แต่ตัวย่อไหนที่ไม่ได้ช่วยให้สื่อสารง่ายขึ้น ต้องถูกตัดทิ้ง
เขายกตัวอย่างว่า VTS-3 มีสี่พยางค์ แต่ Tripod มีเพียงสองพยางค์
ถ้าตัวย่อพูดยากกว่าคำปกติแล้วเราจะย่อมันไปทำไม?
.
Elon ไม่ได้พยายามทำให้ภาษาของคนในบริษัทดูฉลาด
เขาพยายามทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันเร็วที่สุด
เพราะภาษาที่ดีในองค์กร ไม่ใช่ภาษาที่ฟังดู Professional
.
แต่คือภาษาที่ฟังแล้วรู้ทันทีว่า ต้องทำอะไรต่อ
—————
[2] ไม่มีพื้นที่สีเทาในการรับคำสั่ง
อีเมล “Please Note” สะท้อนวิธีคิดเดียวกัน
Elon ตัดทุกอย่างให้เหลือเพียง
1.คิดว่าผิด – อธิบายมาสิ
2.ไม่เข้าใจ – ก็ถาม
3.เข้าใจแล้ว -ไปลงมือทำ
.
ไม่มีพื้นที่สีเทา ไม่มีสถานะคลุมเครือ
ไม่มีคำตอบว่า “เดี๋ยวขอกลับไป Align กับทีมก่อนครับ”
.
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจึงไม่ใช่คำว่า “ลาออก”
แต่คือ Elon อนุญาตให้ลูกน้องบอกเขาตรงๆ ว่า
“คุณกำลังคิดผิด”
.
คุณไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผู้นำ
แต่ต้องรับผิดชอบต่อความไม่เห็นด้วยของตัวเอง
.
ถ้าคิดว่าเขาผิด อธิบายมา ถ้าไม่เข้าใจ ถามมา ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง ก็ลงมือทำ
สิ่งที่ไม่มีอยู่ในตัวเลือกคือ
.
เงียบไว้ก่อน แล้วหวังว่าเดี๋ยวเรื่องจะหายไปเอง
———
[3] Manager ไม่ใช่มนุษย์ Forward Email
.
หลายองค์กรมี Manager ที่ทำหน้าที่เหมือนมนุษย์ Forward Email
.
ได้รับคำสั่งจากข้างบน ส่งต่อให้คนข้างล่าง แล้วถือว่าหน้าที่ตัวเองจบแล้ว
.
ถ้าหัวหน้าถาม ก็บอกว่ากำลัง Follow up
ถ้างานพัง ก็บอกว่าน่าจะมี Communication Gap
.
สุดท้ายทุกคนอยู่ใน Meeting ครบ แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของผลลัพธ์จริงๆ
หน้าที่ของ Manager จึงไม่ใช่แค่รับคำสั่งหรือส่งต่อข้อมูล
.
แต่คือเปลี่ยน Direction ให้กลายเป็น
คนรับผิดชอบ สิ่งที่ต้องส่งมอบ เวลาที่ต้องเสร็จ ปัญหาที่ต้องรายงานกลับ
เพราะการรับคำสั่ง ไม่เท่ากับการรับผิดชอบ
และงานยังไม่เริ่มเดินหน้า จนกว่าจะมีใครสักคนตอบได้ว่า
ใครจะทำอะไร และต้องเสร็จเมื่อไร
.
หลักการนี้ยิ่งสำคัญกับ One Person Business และธุรกิจทีมเล็ก
เพราะทีมเล็กไม่มีทรัพยากรพอจะปล่อยให้งานหนึ่งชิ้นเดินทางผ่าน Meeting ห้ารอบ
==================
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
#สรุปแบบลงดาบ
.
ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ช้าเพราะคนในองค์กรไม่เก่ง
.
แต่ช้าเพราะคนไม่เข้าใจกัน ไม่มีใครกล้าถาม
และไม่มีใครเป็นเจ้าของผลลัพธ์
.
คำว่า “รับทราบครับ” จึงไม่มีความหมาย
.
ถ้าไม่รู้ว่า Step ต่อไปคืออะไร
Silence is not alignment. “Seen” is not execution.
.
ถ้าคิดว่าผู้นำผิด จงอธิบาย ถ้าคำสั่งไม่ชัด จงถาม
ถ้าทุกอย่างชัดแล้ว จงลงมือทำ
.
เบ้น ชอบ Email Style ของ Elon มาก ไม่มีภาษาองค์กร ไม่ต้องมี HR มีแค่ 3 ทางให้เราเลือกแล้วก็ผลที่ตามมาของการออกนอก 3 ทางนี้
.
และ ไม่ว่าพวกเราจะเห็นด้วยกับวิธีนี้หรือไม่
นี่คือวิธีบริหารของคนที่สร้าง Tesla และกำลังบริหาร SpaceX
.
บริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดด้วย IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ






ใส่ความเห็น