วิธีการจด Journal แบบนักปรัชญาทำการออกแบบชีวิตตัวเองผ่านเรื่องเล่า

วิธีการจด Journal แบบนักปรัชญาทำการออกแบบชีวิตตัวเองผ่านเรื่องเล่า

วิธีเขียน Journal (บันทึกตัวเอง) แบบนักปรัชญาทำ
(การเขียน Journal คือความลับของคนเก่ง)
.
สัปดาห์ที่ผ่านมา เบ้นใช้เวลาอยู่ในร้านกาแฟแทบทุกวัน วันนึงไม่ต่ำว่า 6 ชั่วโมง ไม่ได้ไปส่องสาวนะ 555555 แต่กำลังอินกับการเขียน Journal
.
ช่วงนี้เบ้นเริ่มกลับมาเขียน Journal อีกครั้ง
การเขียน Jouranl ไม่ใช่เขียนแบบ “วันนี้กินอะไร ทำอะไร”
แต่เราเขียนเพื่อการ Reflect และคุยกับตัวเองเพื่อหาคำตอบ
.
ระหว่างนั้นดันไปไปเจอวิธีนึงจากคลิป
“How to Journal (Like a Philosopher)”
ของ Jared Henderson เขาเอาวิธีนึงมาแนะนำง่ายมากๆแต่ดีมากๆเช่นกัน
.
มันไม่ใช่แค่การเขียน แต่มันคือ “การออกแบบชีวิตตัวเองผ่านการเล่าเรื่อง”
.
และถ้าใครกำลัง งงกับชีวิตตัวเอง สับสนไม่รู้จะไปทางไหน
บทความนี้อาจจะให้คำแนะนำให้เราไปหาคำตอบที่ตัวเรากำลังหาอยู่ก็ได้
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
Part 1 : เราไม่ได้แค่ “ใช้ชีวิต” แต่เรากำลัง “เล่าเรื่องชีวิตตัวเองอยู่ตลอดเวลา”
.
Jared Henderson เขาบอกว่ามีนักปรัชญาหลายคน เช่น
Charles Taylor,Alasdair MacIntyre ,Marya Schechtman ,Martin Heidegger (ตอนฟังเบ้นไม่รู้จักสักคนเลย555555)
.
นักปรัชญาเหล่านี้ เขามองเหมือนกันอย่างนึงว่า
“มนุษย์ = สิ่งมีชีวิตที่เล่าเรื่อง”
.
เราไม่ได้จำทุกอย่าง เรา “เลือกจำ”
เราไม่ได้เห็นทุกอย่าง เรา “เลือกตีความ” ให้กับเหตุการณ์
.
แล้วสุดท้าย สิ่งที่เราเลือก = ตัวตนของเรา
ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ปล่อยให้เรื่องนี้ “เกิดขึ้นเอง”
.
เราไม่ได้เป็นคนเขียนเรื่องชีวิตตัวเอง เราแค่ “ปล่อยให้มันเขียนเรา”
.
Journaling เลยไม่ใช่แค่การเขียน
แต่มันคือการ “ดึงพวงมาลัยชีวิตกลับมาอยู่ในมือ” ดึงมุมมองกลับมาใช้
————–
Part 2 : ปัญหาของการเขียน Journal ที่คนส่วนใหญ่เจอ
.
ไม่รู้จะเขียนอะไร5555 หัวโล่งๆใครเป็นแบบนี้ไหม เปิดสมุดมาละ นั่งเหม่อ
.
ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ปัญหาของการเขียน
แต่มันคือปัญหาของ “โครงสร้างความคิด”
.
เพราะเวลาเราคิด ความคิดมันจะกระจัดกระจายมาก
.
วันนี้เครียดเรื่องงาน เมื่อวานดีใจเรื่องเล็กๆ พรุ่งนี้กังวลเรื่องอนาคต
.
มันไม่มี “ระบบ”ให้สมุดเราเดินตามระบบ
แล้วสมองเรา…มันไม่เก่งเรื่องอะไรที่มันสับสน มันอยากได้ “เรื่องราว”
.
นี่คือเหตุผลที่หลายคนเขียนไม่ออก เพราะมันไม่มี framework ให้คิด
———————-
Part 3 : Framework 4 Step ที่เปลี่ยน Journal ธรรมดาให้กลายเป็น “เครื่องมือเปลี่ยนชีวิต”
.
ถ้าใครอยากเริ่มเขียน Journal ลองทำแบบนี้
.
Jared เขาเสนอ structure ง่ายๆ 4 ส่วน
แต่ถ้าทำทุกวัน ชีวิตเราจะเริ่ม “มี logic” ขึ้นทันที
.
[1] Fact – เกิดอะไรขึ้นจริงๆ
.
เลือกมา “1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้พอ” ไม่ต้องเขียนทั้งวัน
เขียนแบบไม่มีอารมณ์ ไม่มี judgement แค่ “เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น”
นี่คือการฝึกแยก Reality(ความเป็นจริง) ออกจาก Emotion (อารมณ์)
.
[2] Win – อะไรที่เราทำได้ดี
.
จากข้อ [1] พอเราเห็น Reality แล้วต่อมาเราก็เขียนต่อว่า
เหตุการณ์นี้เราทำอะไรได้ดี
การเขียนหาจุดที่เรามองว่าเรา Win มันคือการ build self-trust
เพราะมันจะเริ่มสะท้อนเห็นมุมมอง ที่เราชื่นชมหรือชอบตัวเอง
.
[3] Improve – อะไรที่พัง
ต่อมาหลังจากเราชมตัวเองแล้ว เราก็ถามต่อว่าอะไรไหน เราทำไม่ดี(และปรับปรุงได้) อันนี้สำคัญมาก
ไม่ใช่เขียนเพื่อด่าตัวเอง แต่เขียนเพื่อ “เข้าใจ pattern”
เช่น เวลาเราเจอเหตุการณ์แบบนี้เราชอบ panic เวลาเจอปัญหา
คำถามคือ panic เพราะอะไร?
trigger คืออะไร? มันเริ่มจากความคิดไหน? นี่คือการ “debug ตัวเอง”
.
[4] Meaning – มันกำลังบอกอะไรกับชีวิตเรา
ข้อนี้คือที่เด็ด ถ้าเราตอบได้ว่า ‘เรื่องนี้มันกำลังตอบอะไรเรา’
เราจะเริ่ม connect dots
เหตุการณ์เล็กๆวันนี้ อาจเป็น pattern เดิมที่เกิดมา 10 ปีแล้ว
คุณจะเริ่มเห็นว่า ชีวิตคุณไม่ได้ random มันมี “theme”
ถ้าเราแกะเรื่องนี้ได้เราจะเริ่มเข้าใจวิธีสร้างเรื่องเล่า & การตัดสินใจในชีวิต
——————
Part 4 : ปรัชญาที่ซ่อนอยู่ ชีวิตที่ดี ไม่ได้เกิดจากการใช้ชีวิต…แต่เกิดจากการ “Reflect”
.
นักปรัชญาอย่าง Aristotle เรียกชีวิตที่ดีว่า ‘Eudaimonia’
.
ไม่ใช่ความสุขแบบ dopamine
แต่คือ “การเติบโตเป็น version ที่ดีที่สุดของตัวเอง”
.
และคำถามสำคัญคือ“เราพอใจกับชีวิตเรา…ในภาพรวมไหม?”
.
ซึ่งคุณจะตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่เคยหยุดคิด
.
การเขียน Journal มันคือการ “หยุด แล้วมองชีวิตทั้งชีวิต”
ยิ่งเรามีมุมมองกับชีวิตเราดีมากเท่าไหร่ เรายิ่งตอบได้ว่าเราพอใจกับชีวิตตัวเองไหม
.
คำตอบหลายๆอย่างในชีวิตที่กำลังติดอยู่ มันจะตอบได้ด้วยตัวมันเองผ่านสมุดโน๊ต 6 ปีก่อน เบ้นเคยได้ยิน Quote นึงว่า
“พระเจ้าเอาตัวตนที่ดีที่สุดของเราเก็บไว้ในสมุดโน๊ต”

เป็น Quote ที่ทำให้เบ้นเริ่มมาเขียน Journal และมันทำให้ชีวิตเบ้นดีขึ้นแบบ งง มาก 5555555
.
จริงๆเพจนี้ก็เป็น Jounal เบ้นรูปแบบนึงเหมือนกัน
และตอนนี้เบ้นมี Plan จะทำ mini-class แจกฟรี
“Writing for Logic” (เขียนยังไงให้เราชีวิตดีขึ้น)

ใครอยากเขียนเพื่อตัวเอง เขียนเพื่อพัฒนาวิธีคิดของเรา
Comment ไว้หน่อยค้าบว่า “Logic” เดี๋ยวไปปั้นคลาสมาก่อน
==================

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
Journal ที่ดี ไม่ใช่การเขียนว่า “เกิดอะไรขึ้น”
แต่คือการตอบว่า

– เราเป็นใคร
– เรากำลังกลายเป็นใคร
– และเราจะไปทางไหน
.
ชีวิตที่ไม่มี reflection จะกลายเป็นชีวิตที่ “เกิดขึ้นกับเรา”.
แต่ชีวิตที่มี reflection จะกลายเป็นชีวิตที่ “เราสร้างมันขึ้นมา”
คุณไม่จำเป็นต้องเขียนเก่ง เราแค่ต้อง “เขียนให้ซื่อสัตย์กับความรู้สึก”
(ถ้าเราอิจฉา ก็บอก อิจฉา ถ้าเรารู้สึกไม่ดีก็บอกไม่ดี อย่าเขียนให้ดูดี)
.
แล้ววันนึงคุณจะอ่านมัน แล้วรู้ว่า
เราไม่ได้แค่มีชีวิต เรากำลัง “ออกแบบมันอยู่”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมถึงพักเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย เข้าใจกลไก [Emotional Debt]

  • วิธีพัฒนาอารมณ์ตัวเองในทุกด้าน 4 ขั้นต้อน จิตวิทยาของอารมณ์

  • ผมไม่มี Social Media ในมือถือ 2 ชั่วโมง แห่งการโฟกัสจะพาขึ้น Top 1%


ความเห็น

ใส่ความเห็น