สิ่งที่เราคิดว่า “รู้” อยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่เรายังใช้มันไม่ได้จริงๆเลย
และที่อันตรายกว่านั้นคือ “เราคิดว่าเราใช้มันได้”
.
ช่วงวันหยุดนี้เบ้นนั่งอ่านหนังสือปรัชญายับๆ 5555
จนไปเจอ Quote ของ Aristotle
“The purpose of knowledge is action”
จุดประสงค์ของความรู้คือการกระทำ เพราะ Aristotle เชื่อว่า
ความรู้ที่แท้จริง ต้อง “นำไปสู่การกระทำที่ดี”
แต่ประเด็นคือเรากำลังอยู่ใช้ชุดความคิด AI Effect (ขั้นกว่าของ Google Effect )เราคิดว่าเราเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากเลย แต่เราแทบจะทำมันไม่ได้เลย
.
และนี้จะเป็นปัญหาของสังคมในยุคที่เรากำลังจะไปคือ “เรารู้เยอะแต่ทำไม่ได้ ” มาเข้าใจเรื่องนี้และวิธีแก้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————-
Part 1 : Knowledge Vs Wisdom
.
Aristotle แยกความรู้ออกเป็น 2 แบบ
1.episteme = ความรู้เชิงทฤษฎี (สิ่งที่เรารู้)
2.phronesis = ปัญญาเชิงปฏิบัติ (สิ่งที่เราใช้เป็น)
.
ซึ่งในโลกจริง คนส่วนใหญ่…หยุดอยู่แค่ episteme
.
เรารู้เยอะแต่เรา “ยังใช้มันไม่ได้จริงๆ”
เราเข้าใจเรื่อง AI เราเข้าใจ Internet เข้าใจเศรษฐกิจ
คำถามคือ เราอธิบายมันได้หมดแต่ทำไมชีวิตเราไม่ได้ดีขึ้นเลย?
.
Socrates บอกว่า “สิ่งเดียวที่ฉันรู้ คือฉันไม่รู้อะไรเลย”
มันไม่ใช่ความถ่อมตัว
แต่มันคือการรู้ว่า “ความเข้าใจของมนุษย์ มันตื้นกว่าที่เราคิด”
.
Knowledge ทำให้เรารู้สึกว่า “ฉลาด”
แต่ Wisdom เท่านั้น ที่ทำให้ชีวิต “เปลี่ยน”
แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเป็นแบบนั้นหละ?
————–
Part 2 : ความรู้ที่สมองชอบหลอกล่อเรา
คำถามคือ ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเรารู้ ทั้งที่จริง เราทำมันไม่ได้
คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา แต่มันอยู่ที่ “วิธีที่สมองเราทำงาน”
.
ในทาง Cognitive Psychology
มีงานวิจัยที่อธิบายเรื่องนี้ไว้อยู่
มันเรียกว่า Illusion of Explanatory Depth
(Leonid Rozenblit และ Frank Keil)
.
เขาพบว่า มนุษย์จะ “คิดว่าตัวเองเข้าใจลึก”
จนกระทั่ง… มีคนบอกว่า
“ลองอธิบายมันให้ฟังหน่อยสิ” แล้วตอนนั้นแหละ 555555
.
เราจะเริ่มพูดว่า
“เออ…มันก็ประมาณว่า…”
“คือมัน somehow…”
“เดี๋ยวนะ มันยังไง…”
.
แต่ความพีคคือ
สมองเรามันไม่ได้ตั้งใจหลอกมันแค่ “ขี้เกียจคิดลึก”
.
มันมี shortcut หนึ่ง เรียกว่า Processing Fluency
.
อะไรที่ “ดูเข้าใจง่าย” อะไรที่ “เราเห็นบ่อย”
สมองจะสรุปทันทีว่า “เราเข้าใจแล้ว”
.
ยิ่งเราเห็นซ้ำๆ
โพสต์เดิมๆ คำเดิมๆ concept เดิมๆ
.
เราจะยิ่งมั่นใจ ทั้งที่จริง เราแค่ “คุ้นเคย”กับมัน
.
และยุคนี้…มันหนักกว่าเดิมอีก
.
เพราะเรามี Google มี AI
.
มีงานของ Betsy Sparrow ที่เรียกว่า Google Effect(AI Effect)
.
เขาพบว่า คนยุคนี้จะจำแค่
“ข้อมูลอยู่ที่ไหน” แทนที่จะจำข้อมูล
.
เราสามารถ “เรียกคำตอบที่ดูฉลาดมาก” ได้ทันที
.
แต่ผลลัพธ์ในระยะยาวคือ
เรารู้สึกว่าเข้าใจทุกอย่าง
แต่เราทำอะไรจริงไม่ได้เลย
.
สรป Part นี้แบบสั้นๆ
1. เรา “คุ้น” = เลยคิดว่า เข้าใจ
2. เรา “หาได้” = เลยคิดว่า เรารู้
3. แต่พอ “ต้องอธิบาย / ต้องทำ” = ไปต่อไม่ได้
.
และนี่แหละคือเหตุผลที่
เรารู้เยอะขึ้นทุกวัน แต่ชีวิตไม่ได้ดีขึ้นตามความรู้
ถ้าเราคิดตาม Logic ดีๆสมัยก่อนความรู้เป็นของแพงมากก
ใครรู้อะไรมานิดเดียวชีวิตเปลี่ยนแบบเยอะมาก แต่ตอนนี้เราชินกับ
“รู้แต่ยังทำไม่ได้” (อ่านเป็นทำนองเพลงดู5555)
.
มาฟังวิธีแก้กัน
——————-
Part 3 : วิธีเปลี่ยนสิ่งที่รู้(Knowledge)ให้กลายเป็นปัญญา (Wisdom)
ปัญหานี้ใครๆก็เป็นกันไม่เว้นแม้แต่นักประสาทวิทยา คนนึงเธอชื่อว่า
Anne-Laure Le Cunff
ตอนที่ Anne ยังเป็นนักเรียนด้าน neuroscience
.
เธอรู้สึกว่า “ฉันเรียนมาเยอะมาก…แต่ฉันไม่ได้เข้าใจมันจริง”
เธอเลยทดลองอะไรบางอย่าง
.
เธอตั้งเป้าว่า จะเขียนบทความ 100 ชิ้น ใน 100 วัน
โดยมีกฎแค่ข้อเดียว
“ฉันต้องอธิบายสิ่งที่เรียนมาให้คนทั่วไปเข้าใจได้”
.
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ทุกครั้งที่เธอพยายาม “อธิบายจริง” เธอจะ…ติด
.
“ความรู้ส่วนใหญ่ที่เรามีมันเป็นแค่ illusion”
ไม่ใช่เพราะเราโง่แต่เพราะเรา “ยังไม่เคยใช้มันจริง”
.
จาก experiment นั้น
Anne สรุปวิธีง่ายๆ ออกมา ซึ่งโคตรใช้ได้กับชีวิตจริง
.แบ่งออกเป็น 3 Stages
[1] Explain – อธิบายให้ได้
ทุกครั้งที่คุณคิดว่า “เรื่องนี้เราเข้าใจแล้ว”
.
ให้ลองถามตัวเองว่า
“เราอธิบายมันให้คนที่ไม่รู้อะไรเลยฟังได้ไหม?”
.
ถ้าคุณยังติด ยังพูดไม่ออก ยังต้องใช้คำว่า “ประมาณว่า…”
แปลว่า มันยังไม่ใช่ของคุณ
.
[2] Apply – ใช้ให้ได้
อย่าหยุดที่เข้าใจ ต้องถามต่อว่า “แล้วเราเอามันไปใช้ยังไง?”
เพราะ Knowledge จะไม่มีค่าเลย ถ้ามันไม่ “เปลี่ยนการตัดสินใจของเรา”
.
[3] Build – สร้างมันออกมา
.
วิธีที่เร็วที่สุดในการเข้าใจอะไรสักอย่าง คือ “สร้างมัน”
.
เขียน สอน อธิบาย ทำ content หรือเอาไปใช้จริง
เพราะ moment ที่เรา “สร้าง” คือ moment ที่เราจะเข้าใจมันได้จริงๆ
.
สุดท้ายแล้ว
สิ่งที่ Anne ค้นพบ มันไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
แต่มันคือกฎของชีวิตที่ Aristotle เคยระบุเอาเอาไว้
=============
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
#สรุปแบบลงดาบ
ความรู้ที่คุณอธิบายไม่ได้ ไม่ใช่ความรู้ของคุณ
ความรู้ที่คุณใช้ไม่ได้ ไม่ใช่พลังของคุณ
.
และในยุค AI ปัญหาไม่ใช่ “เราไม่รู้”
แต่คือ เราคิดว่าเรารู้…เร็วเกินไป
.
โลกนี้ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่ “รู้เยอะ”
แต่มันให้รางวัลกับคนที่ “เข้าใจ อธิบายได้ และใช้เป็น”
.
The purpose of knowledge is not knowing
it’s becoming
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ






ใส่ความเห็น