วิธีฝึกสมองตัวเองให้อยากทำเรื่องยาก เข้าใจหลักประสาทวิทยา และ Dopamine

วิธีฝึกสมองตัวเองให้อยากทำเรื่องยาก เข้าใจหลักประสาทวิทยา และ Dopamine

วิธีฝึกสมองตัวเองให้อยากทำเรื่องยาก
เข้าใจหลักประสาทวิทยา Dopamine และระบบการให้รางวัลในหัวเรา
.
เคยสงสัยไหม ทำไมเรารู้ว่าอะไรดีกับชีวิต แต่กลับไม่ค่อยอยากทำมัน?
.
รู้ว่าอ่านหนังสือแล้วดี แต่หยิบมือถือก่อน
รู้ว่าควรออกกำลังกาย แต่ขอนั่งอีกแป๊บ
รู้ว่างานนี้สำคัญ แต่ไปจัดโต๊ะจนสะอาดแทนแล้ว 55555
.
เรามีความรู้มากพอจะบอกตัวเองว่าควรทำอะไร
แต่พอถึงเวลาจริง ความรู้กับความอยากกลับเดินไปคนละทาง
.
Clark Kegley เขามาแชร์ How to Get Your Brain Addicted to Hard Things, Not Cheap Dopamine แล้วชอบคำถามที่เขาหยิบขึ้นมา
.
เราจะทำยังไงให้การทำสิ่งที่ดีกับตัวเอง เริ่มง่ายขึ้น โดยไม่ต้องคอยบังคับตัวเองทุกครั้ง?
.
เขาพาไปดู 3 มุมที่เชื่อมกัน ทั้งประสาทวิทยา พฤติกรรม และเป้าหมายที่เราเลือก ลองมาดูกันว่า เราจะเอามาออกแบบชีวิตประจำวันยังไงได้บ้าง
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===========
[1] Dopamine – เข้าใจระบบแรงจูงใจก่อนจะโทษตัวเองว่าไม่มีวินัย
.
โดพามีน มีบทบาทกับแรงจูงใจ การเรียนรู้ และการคาดหวังรางวัล
ลองสังเกตตอนเราอยากเปิดมือถือ บางทียังไม่มีข้อความใหม่ ยังไม่เห็นคลิปสนุก แต่เราก็อยากเข้าไปดูแล้ว
.
เพราะข้างใน “อาจมีอะไรที่น่าสนใจ”
ทีนี้ลองเทียบกับการเปิดไฟล์เพื่อเขียนงาน
.
เราอาจต้องนั่งคิด เจอความติดขัด เขียนแล้วลบ และยังไม่รู้ด้วยว่าสุดท้ายจะมีใครชอบไหม ฝั่งหนึ่งมีอะไรใหม่ให้ลุ้นตลอด อีกฝั่งต้องอยู่กับความไม่แน่นอนก่อนจะได้ผลตอบแทน
.
ถ้าเราไม่เคยมองความต่างตรงนี้เลย ก็ง่ายที่จะสรุปทุกอย่างว่า “ฉันเป็นคนขี้เกียจ”

🔴

เราอาจกำลังเอางานที่รางวัลมาช้า ไปแข่งกับความสนุกที่ได้ทันที

🟢

ลองจัดพื้นที่ให้สิ่งสำคัญได้เริ่ม ก่อนที่สิ่งเร้าจะเข้ามาแย่งความสนใจ
.
ในคลิป Clark เสนอให้ลดการเข้าถึงกิจกรรมที่เรามักเผลอทำจนเกินตั้งใจ เช่น เอาแอปที่ใช้บ่อยออก หรือกำหนดช่วงเวลาที่ไม่ใช้หน้าจอ
.
สำหรับเบ้น สิ่งที่น่าเอาไปลองคือ ก่อนเปิดฟีดตอนเช้า เราให้เวลากับงานสำคัญสักช่วงหนึ่งก่อนได้ไหม?
.
ยังไม่ต้องรู้ข่าวทุกเรื่อง ยังไม่ต้องดูว่าคนอื่นทำอะไรไปถึงไหน
ให้ความตั้งใจของตัวเองได้มีพื้นที่ก่อน
.
ส่วนคำว่า Dopamine Detox ก็ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า เราไม่ได้กำลังขับโดพามีนออกจากสมอง และการพักหน้าจอไม่ได้มีปุ่มกดรีเซ็ตสารเคมีทันที
.
สิ่งที่เรากำลังฝึกคือ วิธีตอบสนองต่อสิ่งเร้า และนิสัยที่เราทำซ้ำในแต่ละวัน

============
[2] Delayed Gratification – ฝึกอยู่กับงานที่ยังไม่ให้รางวัลทันที
.
ออกกำลังกายแล้ว วันนี้ก็ยังไม่เห็นรูปร่างที่อยากได้
เขียนบทความแล้ว วันนี้ก็ยังไม่มีคนอ่านมากนัก
เริ่มธุรกิจแล้ว วันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเลี้ยงตัวเองได้เมื่อไหร่
.
Clark ชวนดูระยะห่างระหว่างความพยายามกับรางวัล และเรียกช่วงที่ลงแรงไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ยังไม่มากพอให้รู้สึกคุ้มว่า Quit Zone
.
ช่วงที่ความตื่นเต้นตอนเริ่มโปรเจกต์หายไป เหลือแต่งานจริงที่ต้องทำ
แล้วเราก็เริ่มถามว่า “หรือเราไม่เหมาะกับสิ่งนี้?”

🔴

สิ่งที่เราอยากได้ระยะยาว มักไม่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าตั้งแต่วันแรก

🟢

ลองทำให้ความก้าวหน้าระหว่างทางมองเห็นได้ด้วย
.
ถ้าต้องรอให้สำเร็จใหญ่ก่อน ถึงจะยอมรับว่าตัวเองทำได้ดี เราอาจต้องทำงานโดยไม่มีอะไรที่ให้กำลังใจตัวเองอยู่นานมาก
.
ลองมีสิ่งที่วัดได้ใกล้ตัวเพิ่มขึ้น
.
วันนี้เขียนส่วนที่ติดอยู่จนจบแล้ว
วันนี้ออกกำลังกายตามที่นัดกับตัวเองไว้แล้ว
วันนี้ได้คุยกับลูกค้าจริง และรู้เพิ่มว่าเขาติดปัญหาตรงไหน
.
สิ่งเหล่านี้ยังไม่รับประกันปลายทาง
แต่มันทำให้เราเห็นว่า ความพยายามวันนี้กำลังสร้างอะไรขึ้นมา
.
เราไม่จำเป็นต้องชอบทุกนาทีของการฝึก แต่ควรพอมองเห็นได้ว่า ตัวเองกำลังเดินหน้าอยู่ตรงไหน
—————-
[3] Friction – ออกแบบให้สิ่งดีๆ เริ่มง่ายขึ้น
.

🔴

เรามักปล่อยให้สิ่งที่อยากทำน้อยลง เข้าถึงง่ายที่สุด
มือถืออยู่ข้างมือ แอปอยู่หน้าแรก แจ้งเตือนเด้งให้ตลอด
ส่วนสิ่งที่อยากทำมากขึ้น ต้องผ่านขั้นตอนเต็มไปหมด
.
จะออกกำลังกายก็ต้องหาชุด
จะอ่านหนังสือก็ต้องเดินไปหยิบ
จะเขียนงานก็ต้องคิดก่อนว่าจะเริ่มเรื่องอะไร
.
เราเลยต้องใช้แรงตัดสินใจ ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือ

🟢

เพิ่มขั้นตอนให้สิ่งที่ชอบดึงเราออกนอกทาง และลดขั้นตอนให้สิ่งที่เลือกไว้
.
นี่คือวิธีที่ Clark อธิบายผ่านคำว่า Friction(แรงเสียดทาน)
อยากเล่นมือถือน้อยลง ลองวางไว้อีกห้องตอนทำงาน
อยากออกกำลังกาย ลองเตรียมชุดกับโปรแกรมไว้ล่วงหน้า
.
อยากเขียน ลองเปิดไฟล์ทิ้งไว้ พร้อมโน้ตว่า “พรุ่งนี้เขียนตัวอย่างของข้อ 2 ต่อ”
.
เบ้นชอบตัวอย่างสุดท้าย เพราะบางครั้งสิ่งที่ยากคือ การต้องกลับมาตัดสินใจใหม่ทุกวันจะเริ่มตรงไหน? ทำอะไรก่อน? หรือหาข้อมูลเพิ่มอีกหน่อยดี?
.
พอผ่านไปครึ่งชั่วโมง ยังไม่ได้ทำงานเลย แต่เหนื่อยจากการเลือกแล้ว 55555 ลองเตรียมก้าวแรกให้เฉพาะเจาะจงพอที่ตัวเองมาถึงแล้วเริ่มได้
——————-
[4] Anticipation – ให้ชีวิตมีสิ่งดีๆ ที่เรารอคอย

🔴

ถ้าทั้งวันมีแต่หน้าที่ ความบันเทิงในมือถือก็อาจกลายเป็นที่พักหลักของเรา
.
ต้องทำงาน ต้องเรียน ต้องพัฒนา ต้องจัดการชีวิต
พอตารางเต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องทำ เราก็อยากมีพื้นที่ที่เข้าไปแล้วไม่ต้องพยายามอะไรบ้าง
.
การบอกตัวเองว่า “เลิกเล่นมือถือสิ” เลยยังทิ้งคำถามไว้อีกข้อ
แล้วเราจะเอาความสุขจากที่ไหนมาใส่แทน?
.

🟢

ลองนัดกิจกรรมที่อยากทำลงในปฏิทินด้วย
Clark เล่าว่า เขาเคยเขียนรายการสิ่งสนุกๆ ที่อยากทำ แล้วค่อยๆ เอามันกลับมาอยู่ในชีวิต หนึ่งในนั้นคือการไปเรียน
.
แนวคิดนี้คือการมีอะไรให้ตั้งตารอ
อาจเป็นนัดกินข้าวกับเพื่อน เล่นกีฬา เดินเล่น หรือเรียนอะไรที่สนใจโดยไม่ต้องเอาไปทำเงิน
.
เบ้นว่าคนทำธุรกิจต้องระวังเรื่องนี้นิดหนึ่ง เพราะเราชอบเปลี่ยนความสนใจทุกอย่างให้กลายเป็นงาน
.
ชอบอ่าน ก็ต้องทำ Content
ชอบกาแฟ ก็คิดว่าจะเปิดร้าน
ชอบพัก ก็อยากเปิดคลาสสอนพักอีกแล้ว 55555
.
ลองเหลือบางอย่างไว้ให้ตัวเองสนุกกับมันเฉยๆ บ้าง
ชีวิตที่มีเรื่องให้รอคอย อาจช่วยให้เราไม่ต้องใช้การเลื่อนหน้าจอเติมทุกช่องว่างของวัน

——————-
[5] Alignment – ดูด้วยว่าเรากำลังฝืนไปเพื่ออะไร

🔴

เราอาจพยายามฝึกวินัย เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ไม่ได้อยากได้จริงๆ
Clark ชวนให้ถามตัวเองว่า เราอยากได้สิ่งนั้น หรือชอบแค่ภาพของการได้มัน?เช่น อยากมีธุรกิจ เพราะอยากมีอิสระ
.
แต่ธุรกิจที่เลือกกลับต้องให้เราอยู่ตลอดเวลา ตอบทุกข้อความ และรับทุกงาน พอเหนื่อย เราก็สรุปว่าตัวเองยังอดทนไม่พอ แล้วพยายามบังคับตัวเองเพิ่มอีก
.
ทั้งที่ควรกลับมาดูเส้นทางที่เลือกด้วย

🟢

ถามคำว่า “ทำไม” ต่อกัน 3 ครั้ง
.
อยากมีธุรกิจ ทำไม?เพราะอยากมีรายได้มากขึ้น
อยากมีรายได้มากขึ้น ทำไม?เพราะอยากมีทางเลือกในการใช้ชีวิต
แล้วทางเลือกที่อยากได้จริงๆ คืออะไร?
.
เวลาอยู่กับครอบครัว? เลือกสถานที่ทำงานได้?
หรือไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายทุกเดือน?
.
พอเห็นความต้องการตรงนี้ เราจะเอามาประเมินได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่ยังพาเราไปทางนั้นไหม งานที่เราเลือกเองก็มีส่วนที่น่าเบื่อและต้องอดทน
.
แต่การรู้ว่าอดทนไปเพื่ออะไร ช่วยให้เราเลือกได้ดีขึ้นว่า เรื่องไหนควรฝึกต่อ และเรื่องไหนควรกลับมาออกแบบใหม่
=============

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

เบ้นว่า การฝึกสมองให้เริ่มทำเรื่องยาก ต้องดูทั้งรางวัลที่เราคาดหวัง สิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ และเหตุผลที่เราเลือกทำมัน
.

🔴

ถ้าความสนุกเข้าถึงได้ทันที แต่งานสำคัญต้องผ่านหลายขั้นตอน เราก็ต้องต่อสู้กับตัวเองบ่อยขึ้น

🟢

ลองทำให้งานสำคัญเริ่มง่าย เห็นความก้าวหน้าระหว่างทาง และมีความสุขอย่างอื่นอยู่ในชีวิตด้วย
.
วันนี้เลือกสิ่งที่อยากทำให้ได้หนึ่งอย่าง แล้วถามว่า
“คืนนี้ฉันเตรียมอะไรไว้ได้บ้าง เพื่อให้พรุ่งนี้เริ่มมันง่ายขึ้น?”
.
อาจแค่วางหนังสือไว้บนโต๊ะ เตรียมชุดออกกำลังกาย หรือเขียนประโยคแรกของงานค้างไว้ เราเริ่มฝึกจากการออกแบบวันพรุ่งนี้ให้ดีกับตัวเองขึ้นอีกนิดได้เลย
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมบางวันเราทำงาน Flow แต่บางวันเราฝืด เข้าใจหลักฟิสิกส์+ จิตวิทยา+ปรัชญาเต๋า

  • เกมมาแรงขาย 7 ล้านชุดในเวลา 10+วัน ใช้คนสองคนทำ ใช้เวลาสร้างเดือน

  • Pattern ของคนเก่งที่เรียนรู้ได้ทุกเรื่องศาสตร์ของการเก่งขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์


ความเห็น

ใส่ความเห็น