คุณบอกว่าครอบครัวมาก่อน ลองมองปฏิทิน คุณสิ ว่ามันจริงไหม

คุณบอกว่าครอบครัวมาก่อน ลองมองปฏิทิน คุณสิ ว่ามันจริงไหม

คุณบอกว่าครอบครัวมาก่อน ลองมองปฏิทินคุณสิ ว่ามันจริงไหม – Jesse Itzler
.
เราจำได้ว่าประชุมกับลูกค้ากี่โมง ส่งงานวันไหน เดือนนี้ต้องทำยอดเท่าไหร่ แต่พอคนที่บ้านถามว่า “ว่างไปกินข้าวกันวันไหน” เรากลับตอบว่า เดี๋ยวดูก่อนนะ
.
ทั้งที่เหตุผลหนึ่งที่เราอยากประสบความสำเร็จ ก็คืออยากให้คนที่เรารักมีชีวิตดีขึ้นนี่แหละ
.
ใน Podcast ของ Jesse Itzler กับ Ryan Holiday คุยกัน
Jesse เล่าว่าเขาลงเวลาครอบครัว การเดินทาง และสิ่งที่อยากทำในปฏิทินก่อน แล้วค่อยให้งานเข้ามาอยู่รอบสิ่งเหล่านั้น

เบ้นอ่านแล้วนึกถึงคำถามหนึ่งที่คนทำธุรกิจน่าจะต้องตอบให้ได้
เรากำลังสร้างธุรกิจให้รองรับชีวิตแบบไหน?
.
เพราะถ้าเราไม่ตอบคำถามนี้ เวลาวางแผนธุรกิจ เราจะมีแต่เป้ารายได้ เป้าลูกค้า เป้าทีม แต่ไม่มีเป้าว่าเจ้าของจะได้ใช้ชีวิตยังไงเลย 555

มาเข้าใจเรื่องนี้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
.
[1] เราใส่เป้าหมายรายได้ลงในแผนเราแต่ลืมใส่ชีวิตเจ้าของลงไปด้วย
.
สมมติว่าเราตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็นสองเท่า วิธีทำอาจเป็นการรับลูกค้าเพิ่ม เปิดสินค้าเพิ่ม เพิ่มช่องทางขาย แล้วก็จ้างคนเพิ่ม
.
ทุกอย่างดูเป็นการเติบโต
.
แต่ถ้าลูกค้าทุกคนยังต้องคุยกับเรา สินค้าทุกตัวต้องรอเราตรวจ และพนักงานทุกคนต้องถามเราก่อนตัดสินใจ สิ่งที่เพิ่มขึ้นพร้อมรายได้ก็คือจำนวนครั้งที่ธุรกิจต้องเรียกหาเจ้าของ
.
จากเดิมทำงานวันละ 8 ชั่วโมง กลายเป็น 12 ชั่วโมง จากเดิมมีวันหยุด กลายเป็นหยุดได้แต่ต้องถือโทรศัพท์ตลอด
.
พอเป็นแบบนี้ การเติบโตอาจพาเราออกห่างจากชีวิตที่ตั้งใจจะสร้าง
.
เบ้นเลยคิดว่า ก่อนถามว่า “ปีหน้าอยากทำรายได้เท่าไหร่” เราควรถามอีกข้อควบคู่กัน
.
“ถ้าธุรกิจถึงเป้านี้แล้ว หนึ่งสัปดาห์ของเราควรมีหน้าตาแบบไหน?”
อยากทำงานกี่วัน อยากเหลือเวลาทำอะไร งานส่วนไหนอยากทำเอง และงานส่วนไหนควรเดินต่อได้โดยไม่ต้องรอเรา
.
คำตอบพวกนี้จะเปลี่ยนวิธีออกแบบธุรกิจเลยครับ เพราะรายได้จำนวนเดียวกัน สร้างได้จากธุรกิจที่ใช้ชีวิตเจ้าของต่างกันมาก
.
[2] ปฏิทินเจ้าของ บอกได้ว่าธุรกิจยังขาดระบบตรงไหน
.
ลองเปิดปฏิทินย้อนหลังดูครับ เราใช้เวลาไปกับอะไรซ้ำ ๆ บ้าง
.
ตอบคำถามเดิมให้ลูกค้า แก้ปัญหาเดิมให้ทีม ตรวจงานแบบเดิม หรือเข้าไปตัดสินใจเรื่องที่คนอื่นน่าจะตัดสินใจได้
เบ้นว่าเรื่องพวกนี้เป็นข้อมูลสำหรับออกแบบธุรกิจได้เลย
.
ถ้าลูกค้าถามเรื่องเดิมบ่อย เราอาจต้องทำคำอธิบายให้ชัดขึ้น ถ้าทีมถามทุกเรื่อง เราอาจยังไม่ได้กำหนดว่าเขาตัดสินใจอะไรเองได้ ถ้าเราต้องแก้งานซ้ำ ๆ เราอาจมีมาตรฐานอยู่ในหัว แต่ยังไม่ได้ทำให้คนอื่นเห็น
.
หลายครั้งเจ้าของเลยรู้สึกว่า “ผมไม่มีเวลาไปทำระบบ”
แต่พอไม่มีระบบ งานชุดเดิมก็กลับมาใช้เวลาของเราอีกในสัปดาห์หน้า
.
ตรงนี้แหละครับที่เบ้นมองว่า AI กับ Automation มีประโยชน์ ถ้าเราเข้าใจงานนั้นแล้ว เห็นขั้นตอนที่ชัด และรู้ว่าตรงไหนควรให้คนตัดสินใจ เราค่อยใช้เครื่องมือมาช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำ
.
แล้วเวลาที่ได้คืนมาล่ะ เราจะเอาไปทำอะไร?
.
ถ้าเราเอาไปใส่งานเพิ่มทั้งหมด เราก็จะมีธุรกิจที่ทำงานได้มากขึ้น แต่ชีวิตเจ้าของอาจยังเหนื่อยเท่าเดิม
.
การสร้างระบบจึงต้องมาพร้อมการตัดสินใจว่า เวลาส่วนไหนที่เราอยากเก็บกลับมาให้ชีวิตด้วย
.
[3] ทุกโอกาสทางธุรกิจ ต้องมีที่ว่างให้มันอยู่
.
คนทำธุรกิจมักเห็นโอกาสเยอะครับ อันนี้ก็น่าขาย คนนั้นก็น่าร่วมงาน ช่องทางนี้ก็น่าลอง
.
ยิ่งเริ่มทำได้หลายอย่าง ก็ยิ่งมีคนเอาโอกาสมาให้
.
แต่แต่ละโอกาสไม่ได้ใช้แค่เงิน มันใช้เวลา ความสนใจ และพลังในการรับผิดชอบของเราด้วย
.
สมมติว่ามีงาน Consult เพิ่มเข้ามา รายได้ดีมาก แต่ต้องเตรียมงาน ต้องประชุม ต้องตามผล แล้วก็มีเรื่องให้คิดต่อหลังจบงานอีก
.
ถ้าเราดูแค่ค่าจ้าง เราอาจตอบตกลงทันที แต่ถ้าดูปฏิทินด้วย เราจะเห็นว่าต้องเอาเวลาเย็นที่ตั้งใจพัก หรือวันที่กันไว้ทำ Product ของตัวเองมาแลก
.
งานนั้นอาจยังคุ้มที่จะรับครับ แต่อย่างน้อยเราควรรู้ว่าเรากำลังแลกอะไร
.
เบ้นว่าความยากของการทำธุรกิจช่วงหนึ่ง คือเราต้องเริ่มเลือกจากโอกาสที่ดีหลายอย่าง โดยยอมให้บางอย่างผ่านไป
.
เพราะเราอยากสร้างธุรกิจนี้ และยังอยากมีชีวิตส่วนอื่นอยู่ด้วย
.
แน่นอนว่าแต่ละคนมีภาระไม่เท่ากัน บางช่วงเราต้องทำงานหนักเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ถ้าผ่านช่วงนั้นมาแล้ว เรายังจัดตารางเหมือนทุกวันเป็นวันฉุกเฉิน เราอาจต้องกลับมาดูว่า วิธีทำงานเดิมยังเหมาะกับชีวิตที่อยากมีอยู่ไหม
=======

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
สำหรับเบ้น การออกแบบธุรกิจต้องมีชีวิตเจ้าของอยู่ในแผนตั้งแต่ต้น
.
ลองเลือกเวลาหนึ่งช่วงในสัปดาห์ที่เราอยากได้คืนมา แล้วถามว่า ต้องเปลี่ยนอะไรในธุรกิจเพื่อรักษาเวลานี้ให้ได้ ต้องลดงานไหน ทำระบบอะไร หรือหยุดตอบตกลงกับเรื่องไหนบ้าง
.
คำถามนี้จะทำให้การสร้างระบบมีปลายทางที่จับต้องได้ขึ้นมาเลยครับ
.
เพราะสุดท้าย ธุรกิจที่เราสร้างกำลังใช้วันของเราอยู่ทุกวัน เราควรมีส่วนเลือกด้วยว่าวันเหล่านั้นจะหน้าตาเป็นยังไง
.
ถ้าธุรกิจของคุณโตขึ้นอีกสองเท่า คุณคิดว่าจะมีเวลาให้ชีวิตมากขึ้น หรือธุรกิจจะเรียกหาคุณมากกว่าเดิมครับ?
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • เราจะพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา(Problem Solving Skill)ได้ยังไง

  • เราต้องเลิก Fake Productivity สักที จะทำงานน้อยลงยังไงให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น

  • สรุปกลยุทธ์ สำหรับรับมือยุค AI โดย CO-founder Linked in


ความเห็น

ใส่ความเห็น