ก่อนบอกว่า “เราเป็นคนแบบนี้ เปลี่ยนไม่ได้ ” ลองเข้าใจวิธีฝึกสมองให้คุ้นกับพฤติกรรมใหม่

ก่อนบอกว่า “เราเป็นคนแบบนี้ เปลี่ยนไม่ได้ ” ลองเข้าใจวิธีฝึกสมองให้คุ้นกับพฤติกรรมใหม่

ก่อนบอกว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้ เปลี่ยนไม่ได้”
ลองดูว่าเรากำลังฝึกให้สมองชินกับอะไรทุกวัน
(ใครอยากเปลี่ยนนิสัย แต่กลับไปทำแบบเดิมตลอด ลองอ่านอันนี้ครับ)
.
“เป็นคนไม่มีสมาธิ”
“เราไม่เก่งเรื่องนี้”
“เราเป็นคนเริ่มอะไรแล้วทำไม่จบ”
.
บางประโยคเราพูดมานาน จนเหมือนมันเป็นข้อมูลประจำตัว ชื่ออะไร เกิดเมื่อไหร่ แล้วก็เป็นคนไม่มีวินัย 55555 แต่ถ้าบางอย่างที่เราเรียกว่า “ตัวตน” เป็นพฤติกรรมที่เราทำซ้ำจนชินล่ะ?
.
วันก่อนเบ้นเห็นโพสต์ของ TJ Power(นักประสาทวิทยา) เขาใช้ภาพเซลล์ประสาทมาเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงในสมอง มันพาไปสู่คอนเซปต์หนึ่งที่เรียกว่า Neuroplasticity
.
คือความสามารถของสมองในการปรับเปลี่ยนตามประสบการณ์และการเรียนรู้ แม้เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว สมองก็ยังมีความสามารถนี้อยู่ เรามาเข้าใจวิธีแก้พฤติกรรมเดิมๆของเราใน [6] ขั้นนี้กัน
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===========
[1] เปลี่ยนคำว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้” ให้เป็นพฤติกรรมที่มองเห็น
.
ถ้าเราเริ่มจาก “ผมไม่มีวินัย” เราจะไม่รู้เลยว่าต้องแก้ตรงไหน
.
ไม่มีวินัยเรื่องอะไร? ไม่เริ่มงาน? ทำแล้วหลุดวงจร? หรือวางแผนใหญ่จนทำไม่ไหว?
.
ลองเปลี่ยนจากคำตัดสินตัวเอง มาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
.
“ผมไม่มีสมาธิ” กับ “เวลาเขียนติด ผมจะเปิดมือถือ แล้วกลับมาทำงานต่อยาก”
.
ประโยคหลังทำให้เราเห็นจุดที่เข้าไปปรับได้ มีสถานการณ์ มีพฤติกรรม และมีผลที่ตามมา
.
สมองเรียนรู้ผ่านการเปลี่ยนแปลงของการทำงานและจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท แต่การจะฝึกอะไร เราต้องระบุให้ได้ก่อนว่าอยากทำอะไรต่างจากเดิม
.

🟢

ระบุว่า “เราทำอะไร ในสถานการณ์ไหน”

🔴

คำว่า “ไม่มีวินัย” กว้างเกินกว่าจะใช้วางแผนฝึก
——————–
[2] จับให้ได้ว่า “อะไรเกิดขึ้นก่อน” พฤติกรรมเดิม
.
หลายพฤติกรรมไม่ได้โผล่มาลอย ๆ มันมีจังหวะที่ชวนให้เราทำ
.
เจองานยาก → เปิดมือถือ
ได้รับข้อความที่ไม่ชอบ → รีบตอบกลับ
คิดว่างานยังไม่ดี → แก้ต่อจนไม่ยอมปล่อย
.
ลองดูเป็นลำดับง่าย ๆ
สถานการณ์ → สิ่งที่เราทำ → สิ่งที่เราได้ทันที
.
เช่น เขียนไม่ออก → ไถ Feed → ไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกติดขัดสักพัก
.
อ๋อ… เราอาจไม่ได้ต้องการดู Feed ขนาดนั้น
เราแค่อยากออกจากช่วงที่ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อ 55555
.
การเห็นตรงนี้ช่วยให้เราเลือกวิธีแก้ได้ตรงกว่าเดิม เพราะปัญหาอาจอยู่ที่การรับมือความติดขัด ไม่ได้อยู่ที่มือถืออย่างเดียว
.

🟢

สังเกตจังหวะก่อนเผลอทำ

🔴

รู้แค่ว่าตัวเองทำบ่อย ยังไม่พอจะรู้ว่าควรแก้ยังไง
——————–
[3] เตรียม “คำตอบใหม่” ไว้ก่อนเจอสถานการณ์เดิม
.
ถ้าแผนเราคือ “จะไม่เล่นมือถือ” พอเขียนไม่ออก เราก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่ออยู่ดี
.
ลองเตรียมพฤติกรรมแทนที่ให้ชัดๆ
.
ถ้าเขียนติด → พิมพ์ไว้ก่อนว่า “ตรงนี้อยากอธิบายอะไร”
ถ้าอยากตอบแชตตอนโมโห → ร่างไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่าน
ถ้าไม่อยากเริ่มงาน → เปิดไฟล์แล้วทำส่วนแรกที่เล็กที่สุด
.
เขียนเป็นประโยคเดียวได้เลย “ถ้าเกิด __________ ฉันจะทำ _______”
.
เช่น “ถ้าระหว่างทำงานผมอยากเปิดมือถือ ผมจะจดก่อนว่าอยากเปิดไปทำอะไร แล้วกลับมาทำประโยคนี้ให้จบ”
.
เราไม่ต้องห้ามตัวเองไปตลอดชีวิต เริ่มจากฝึกให้มีอีกคำตอบหนึ่งในจังหวะที่เคยทำแบบเดิม
.

🟢

เตรียมสิ่งที่จะทำแทนให้ชัด

🔴

“คราวนี้จะห้ามใจให้ได้” ยังเป็นแผนที่พึ่งความรู้สึกมากเกินไป
——————–
[4] จัดสภาพแวดล้อมให้เราได้ฝึกจริง
.
อยากโฟกัส แต่เอามือถือวางข้างคีย์บอร์ด
อยากอ่านหนังสือ แต่หนังสืออยู่ในตู้ ส่วนรีโมตอยู่ในมือ
อยากเขียนทุกวัน แต่ทุกครั้งต้องเริ่มจากหาไฟล์ก่อน
.
เรากำลังเพิ่มขั้นตอนให้สิ่งที่อยากทำ แล้วลดขั้นตอนให้สิ่งที่อยากลด
ลองจัดใหม่
.
มือถือ → วางให้พ้นมือ
หนังสือ → เปิดหน้าที่จะอ่านไว้
งานเขียน → เตรียมไฟล์กับคำถามแรกไว้ก่อน
.
การจัดแบบนี้ไม่ได้รับประกันว่าเราจะทำได้ทุกครั้ง แต่ช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องนั่งต่อรองกับตัวเอง
ถ้าเป้าหมายคือฝึกอยู่กับงาน เราก็ควรจัดพื้นที่ให้มีโอกาสอยู่กับงานได้ง่ายขึ้น
.

🟢

ลดขั้นตอนของพฤติกรรมที่อยากฝึก

🔴

อย่าวางสิ่งล่อใจไว้ตรงหน้า แล้วคาดหวังให้ตัวเองชนะทุกครั้ง
——————–
[5] ฝึกให้เล็กๆพอที่จะทำซ้ำ และดูว่าติดตรงไหน
.
สมองปรับเปลี่ยนได้ ไม่ได้แปลว่าอ่านบทความจบแล้วนิสัยจะเปลี่ยนทันที
การเรียนรู้ต้องอาศัยการฝึก เวลา และการพัก การเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้เกิดเร็วเท่ากันทุกเรื่องหรือทุกคน
.
เบ้นว่าเราเลยควรเริ่มจากสิ่งที่ทำซ้ำได้จริง
.
อยากเขียน → เขียนหนึ่งย่อหน้า แล้วแก้ให้เข้าใจง่ายขึ้น
อยากอ่าน → อ่านสองหน้า แล้วลองเล่าว่าเข้าใจอะไร
อยากโฟกัส → เลือกงานชัด ๆ ทำสัก 10 นาที แล้วดูว่าหลุดตรงไหน
.
สิ่งที่ควรดูคือ เราได้ฝึกทักษะนั้นจริงไหม และครั้งต่อไปควรปรับอะไร
.
ถ้าอ่านแล้วจำไม่ได้ ลองปิดหนังสือแล้วเล่า
ถ้างานใหญ่จนไม่เริ่ม ลองลดให้เหลือส่วนที่ทำจบได้
ถ้าหลุดเพราะแจ้งเตือน ลองปิดแจ้งเตือนก่อนรอบถัดไป
.

🟢

ทำซ้ำ → สังเกต → ปรับ → ลองใหม่

🔴

ทำแบบเดิมที่ติดตลอด โดยไม่ดูสาเหตุ อาจทำให้เราติดอยู่ที่เดิม
——————–
[6] วัดว่า “กลับมาได้ไหม” ด้วย
.
คนที่กำลังฝึกนิสัยใหม่ ก็ยังเผลอทำแบบเดิมได้
.
ตั้งใจอ่าน แต่ไถมือถือไปแล้วครึ่งชั่วโมง
ตั้งใจเขียน แต่สองวันไม่ได้เปิดไฟล์
ตั้งใจใจเย็น แต่เผลอตอบแรงไปแล้ว
.
จังหวะนี้สำคัญครับ เพราะเรามักเอาเหตุการณ์หนึ่งครั้งไปยืนยันว่า
“เห็นไหม สุดท้ายฉันก็เป็นคนแบบเดิม”
.
ลองเปลี่ยนสิ่งที่วัด
วันนี้จับได้ไหมว่าตัวเองกำลังหลุด? จับได้แล้วกลับมาได้ไหม? ครั้งหน้าจะเตรียมอะไรให้ดีขึ้น?
.
ถ้าเผลอไถมือถือแล้วรู้ตัว ก็วาง แล้วกลับมาทำงานส่วนเล็กที่เลือกไว้ได้เลย ไม่ต้องรอวันจันทร์ ไม่ต้องรอเดือนใหม่
.
เราได้ฝึกอีกทักษะหนึ่งด้วย คือการกลับมาหลังจากทำพลาด
.

🟢

หลุดแล้วกลับมา เป็นสิ่งที่ฝึกได้

🔴

อย่าใช้ความผิดพลาดครั้งเดียวตัดสินความสามารถทั้งหมดของตัวเอง
============

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
เบ้นว่า ก่อนสรุปว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้”
ลองดูพฤติกรรมของตัวเองให้ชัดกว่านั้นอีกนิด
.
จับสิ่งที่ทำ → ดูจังหวะที่กระตุ้น → เตรียมคำตอบใหม่
→ จัดสภาพแวดล้อม → ฝึกและปรับ → หลุดแล้วกลับมา
.
นี่เป็นวิธีเอาความรู้เรื่องสมองมาออกแบบการฝึกในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สูตรที่รับประกันว่าเราจะเปลี่ยนทุกอย่างได้
.
การนอน ความเครียด สุขภาพ และข้อจำกัดของแต่ละคนยังมีส่วน สิ่งเหล่านี้ควรถูกเข้าใจไปพร้อมกับการฝึก
.
แต่บางเรื่องที่เราพูดว่า “ทำไม่ได้”
เราอาจยังไม่เคยจัดโอกาสให้ตัวเองได้ฝึกมันอย่างจริงจังเลย
.
วันนี้ลองเลือกแค่หนึ่งพฤติกรรมก็พอ
ถ้าเจอสถานการณ์เดิมอีกครั้ง คุณจะลองทำอะไรต่างจากเดิม?
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • อยากเขียนให้เก่งขึ้นแต่ไม่อยากใช้ AI [3 Steps] พัฒนาทักษะการคิด & เขียน

  • เราต้องแอบมีทักษะความหลงตัวเองบ้าง ถึงจะสามารถ พาตัวเอง ออกจากกรอบเดิม

  • คลิปเขามีคนเข้ามาดู 14 ล้านวิว แต่แทบไม่สามารถสร้างรายได้เลย


ความเห็น

ใส่ความเห็น