ทำธุรกิจเล็กๆ ควรโพสต์อะไร? ให้คนอยากติดตามและอยากซื้อ

ทำธุรกิจเล็กๆ ควรโพสต์อะไร? ให้คนอยากติดตามและอยากซื้อ

ถ้าเอาโพสต์ขายของออกจากเพจทั้งหมด ยังเหลืออะไรให้คนอยากติดตามคุณอยู่บ้าง?
.
คำถามนี้อาจทำให้เจ้าของธุรกิจหลายคนเงียบไปสักพัก รวมถึงคนที่เปิดเพจมาแล้วพบว่า 20 โพสต์ล่าสุดมีแต่สินค้า ราคา โปรโมชั่น และคำว่า “ทักแชทได้เลยครับ” 555
.
เราอยากให้คนสนใจธุรกิจของเรา แต่พอเปิดดูสิ่งที่เราโพสต์ กลับมีแต่เรื่องที่เราอยากได้จากเขา อยากให้ซื้อ อยากให้จอง อยากให้เข้าร้าน อยากให้ช่วยแชร์
.
แล้วฝั่งคนอ่านล่ะ เขาได้อะไรกลับไปบ้าง?

Gary Vaynerchuk พูดถึงเรื่องนี้ในคลิป What to Post When You Run a Small Business โดยเริ่มจากข้อสังเกตตรง ๆ ว่า สาเหตุที่หลายคนทำ Content แล้วไปต่อยาก อาจเป็นเพราะ Content ของเราคิดถึงตัวเองมากเกินไป
.
เบ้นว่าเรื่องนี้น่าสนใจ เพราะเจ้าของธุรกิจจำนวนมากมีความรู้ มีประสบการณ์ และมีเรื่องให้เล่าทุกวัน แต่พอถึงเวลาโพสต์ เรากลับนึกออกแค่ “วันนี้จะขายอะไรดี”
.
มาเข้าใจเรื่องนี้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
.
[1] คนมีเหตุผลที่จะซื้อ กับคนมีเหตุผลที่จะติดตาม เป็นคนละจังหวะกัน

ลองนึกถึงนายหน้าขายบ้านคนหนึ่ง ทุกโพสต์เป็นรูปบ้าน พร้อมราคา จำนวนห้องนอน และคำเชิญให้มาดูโครงการ

สำหรับคนที่กำลังหาบ้าน ข้อมูลนี้มีประโยชน์ครับ แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีแผนจะซื้อ เขามีเหตุผลอะไรที่จะกลับมาอ่านเพจนี้พรุ่งนี้?
.
Gary เสนอให้นายหน้าเป็นเหมือนคนที่ช่วยเล่าเรื่องเมืองที่ตัวเองขายบ้านอยู่ ทำให้คนรู้จักและชอบพื้นที่นั้น ผ่านร้านอาหาร สถานที่ ผู้คน หรือเรื่องน่าสนใจในชุมชน

เบ้นตีความว่า เจ้าของธุรกิจสามารถขยายพื้นที่สนทนาให้กว้างกว่าสินค้าของตัวเองได้
.
นายหน้าอาจเล่าว่าอยู่ย่านนี้แล้วชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร ร้านกาแฟไหนเหมาะกับคนทำงานที่บ้าน หรือก่อนย้ายมาอยู่ควรรู้เรื่องอะไร

ร้านเสื้อผ้าอาจอธิบายว่าทำไมเสื้อสองตัวที่หน้าตาคล้ายกัน ใส่แล้วต่างกัน ทำไมผ้าบางชนิดซักไม่กี่ครั้งก็เสียทรง หรือจะเลือกเสื้ออย่างไรให้เข้ากับวันที่ต้องเดินทางทั้งวัน
.
เรื่องเหล่านี้ทำให้คนมีเหตุผลที่จะอ่าน แม้วันนี้เขายังไม่ได้ต้องการซื้ออะไร

ระหว่างนั้น เขาก็ค่อย ๆ เห็นวิธีคิด รสนิยม และความใส่ใจของเจ้าของธุรกิจ พอถึงวันที่ต้องซื้อ เราจึงมีโอกาสอยู่ในรายชื่อคนที่เขานึกถึง
.
Gary ยังยกตัวอย่างเรื่องกอล์ฟ ถ้าคุณชอบกอล์ฟ แล้วเจอคนที่เล่าเรื่องกอล์ฟได้ถูกใจ ความสนใจร่วมกันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณอยากรู้จักเขามากขึ้น

แน่นอนว่าการชอบเรื่องเดียวกันไม่ได้รับประกันว่าจะซื้อของกัน แต่ช่วยเปิดประตูให้เกิดความสัมพันธ์ได้
.
เบ้นว่าเราควรถามเพิ่มอีกคำถามหนึ่งก่อนโพสต์

“นอกจากอยากให้เขาซื้อแล้ว โพสต์นี้มีเหตุผลอะไรให้เขาหยุดอ่าน?”

พอตอบคำถามนี้ได้ เราจะเริ่มเห็นว่าธุรกิจของตัวเองมีเรื่องให้เล่ามากกว่าที่คิด
.
[2] ร้านของคุณเป็นสตูดิโอได้อยู่แล้ว

อีกแนวคิดที่เบ้นชอบในคลิปนี้คือ “Store is studio”

Gary ยกตัวอย่างเจ้าของร้านซักผ้า ซึ่งสามารถเล่าได้ตั้งแต่เริ่มธุรกิจมาอย่างไร เจอปัญหาอะไร ไปจนถึงตอนที่ลูกค้าเลิกพกเหรียญ แล้วร้านต้องปรับตัวเรื่องการจ่ายเงิน
.
เรื่องที่เจ้าของร้านรู้สึกว่า “ก็งานธรรมดาของฉัน” อาจเป็นเรื่องที่คนนอกร้านไม่เคยรู้มาก่อนเลย

เราอยู่กับงานของตัวเองนานจนชิน เห็นปัญหาเดิมทุกวัน ตอบคำถามเดิมทุกวัน แก้งานแบบเดิมทุกวัน แล้วเผลอคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจ
.
แต่ลองมองจากฝั่งคนอ่านครับ

ทำไมร้านถึงเลือกเครื่องรุ่นนี้? ทำไมเสื้อบางตัวห้ามอบ? ถ้าลูกค้าลืมของไว้ ร้านจัดการอย่างไร? อะไรเป็นต้นทุนที่คนทั่วไปไม่เคยนึกถึง?
.
แค่การอธิบายสิ่งที่ทำอยู่จริง ก็เปิดให้คนเห็นความรู้และมาตรฐานของเราได้แล้ว

สมมติร้านเสื้อผ้ากำลังตรวจสินค้าล็อตใหม่ เจ้าของร้านอาจถ่ายให้ดูว่าตะเข็บแบบไหนผ่าน แบบไหนต้องส่งกลับ และทำไมจุดเล็ก ๆ ตรงนี้จึงมีผลตอนลูกค้าใส่
.
คนอ่านได้ความรู้เรื่องเสื้อ ขณะเดียวกันก็ได้เห็นหลักฐานว่าร้านใส่ใจกับอะไร

ความน่าเชื่อถือค่อย ๆ เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราแสดงให้เห็น ไม่จำเป็นต้องเขียนคำว่า “คุณภาพดีที่สุด” ซ้ำทุกโพสต์
.
เบ้นมองว่าสิ่งนี้เหมาะกับเจ้าของธุรกิจเล็กและคนทำ OPB เพราะการทำ Content กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ทำอยู่แล้ว

ตอบคำถามลูกค้าเสร็จ เก็บคำถามนั้นมาอธิบายให้คนอื่นฟัง แก้ปัญหาหนึ่งได้ ลองเล่าว่าเราตัดสินใจอย่างไร เจอข้อผิดพลาด ก็เล่าว่าครั้งหน้าจะปรับตรงไหน โดยเลือกเรื่องที่เปิดเผยได้และไม่กระทบข้อมูลของลูกค้า
.
เราไม่ต้องรอให้มีห้องถ่ายสวย ๆ ก่อนถึงจะเริ่มได้ พื้นที่ทำงานจริงมีทั้งเรื่องราวและหลักฐานอยู่ในนั้นแล้ว

สิ่งที่ต้องฝึกคือมองให้ออกว่า ส่วนไหนของงานเราเป็นประโยชน์กับคนอื่น
.
[3] โพสต์ให้มากขึ้น เพื่อมีโอกาสเรียนรู้มากขึ้น

Gary พูดอีกเรื่องที่คนรักความสมบูรณ์แบบอาจไม่ค่อยอยากฟัง นั่นคือ Quantity มีส่วนสำคัญในการทำ Content

เขาไม่ได้บอกว่าทำเยอะแล้วจะสำเร็จทุกคน ในคลิปเขาพูดชัดว่าคุณภาพยังต้องอยู่ในสมการด้วย
.
แต่การลงมือหลายครั้งเพิ่มโอกาสให้เราเจอชิ้นที่คนสนใจ และเพิ่มโอกาสให้เราเรียนรู้ว่าอะไรทำงาน

เบ้นว่าปัญหาหนึ่งคือ เราตัดสินคุณภาพจากฝั่งคนทำอยู่คนเดียว
.
เราอาจใช้เวลาสามวันกับโพสต์ที่รู้สึกว่าดีมาก แต่คนอ่านผ่านไปเฉย ๆ ขณะที่เรื่องเล็ก ๆ ที่ตอบลูกค้าเมื่อเช้า กลับทำให้คนคอมเมนต์ว่า “เพิ่งรู้เลยครับ”

ถ้าเราไม่ปล่อยงานออกไป ก็ไม่มีทางรู้ว่าความรู้สึกของเราตรงกับความสนใจของคนอ่านแค่ไหน
.
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีเวลาจำกัด เบ้นตีความเรื่อง Quantity ว่าให้เพิ่มจำนวนการทดลองในระดับที่ทำไหว และอ่านผลจากแต่ละครั้ง

ลองเลือกคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยหนึ่งเรื่อง มาเขียนให้เข้าใจง่าย ดูว่าคนถามอะไรต่อ ครั้งถัดไปลองเอางานจริงมาให้ดู แล้วสังเกตว่าคนสนใจขั้นตอนไหน
.
เราจะค่อย ๆ เห็นว่าคนอยากรู้เรื่องอะไร ภาษาแบบไหนที่เขาเข้าใจ และเรื่องไหนทำให้เกิดบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

เมื่อมีข้อมูลเหล่านี้ Content ชิ้นถัดไปก็มีทิศทางขึ้น เราไม่ต้องเริ่มจากหน้ากระดาษว่างทุกครั้ง
.
Gary ยังมองว่าทักษะการทำ Content สามารถนำกลับมาช่วยการโฆษณาของธุรกิจได้ด้วย เพราะเราฝึกทั้งการเลือกเรื่อง การเล่า และการเข้าใจว่าอะไรทำให้คนสนใจ

แต่เบ้นว่า ก่อนจะรีบเพิ่มงบหรือเพิ่มจำนวนโพสต์ ลองตรวจให้ชัดก่อนว่าเรากำลังเรียนรู้อะไรจากสิ่งที่ทำไป
.

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

เบ้นว่าเจ้าของธุรกิจหลายคนไม่ได้ขาดเรื่องที่จะโพสต์ เรามีเรื่องอยู่แล้วในคำถามของลูกค้า ในการตัดสินใจ และในปัญหาที่ต้องแก้ทุกวัน

ลองหยิบเรื่องเหล่านั้นออกมาเล่าให้คนได้ประโยชน์ แล้วให้เขาค่อย ๆ รู้จักวิธีคิดและมาตรฐานของเรา
.
วันนี้เริ่มจากเรื่องเดียวก็พอครับ คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดหนึ่งข้อ แล้วตอบให้ดีพอที่คนยังไม่ซื้อก็รู้สึกว่าอ่านแล้วคุ้ม

ถ้าวันนี้ห้ามโพสต์ขายของหนึ่งวัน คุณจะหยิบเรื่องอะไรจากงานจริงมาเล่าให้คนอยากอ่าน?
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Love is courage : ความรักที่แท้จริงคือความกล้าหาญ

  • ประกาศย้ายบ้าน +แจกคลาสฟรี ทุกคนเลย

  • 15 เคล็ดลับบริหารเวลา ของคนที่ประสบความสำเร็จ


ความเห็น

ใส่ความเห็น