[16] กิจกรรมที่มีผลกับโดปามีนโดยตรง นักประสาทวิทยาอธิบายนิสัยดีสุดไปแย่สุด

[16] กิจกรรมที่มีผลกับโดปามีนโดยตรง นักประสาทวิทยาอธิบายนิสัยดีสุดไปแย่สุด

[16] นิสัยที่นักประสาทวิทยาจัดอันดับ (โดปามีนถูก Vs โดปามีนห่วย)
.
TJ Power นักประสาทวิทยา
เขาชวนมองโดปามีนในมุมที่น่าสนใจ มันไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับความสุขตอนเราได้สิ่งที่ต้องการ แต่เกี่ยวข้องกับความอยากที่ทำให้เราเอื้อมมือไปหาสิ่งนั้นตั้งแต่แรกด้วย
.
TJ เลยลองจัดพฤติกรรมเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก ให้รางวัลเร็ว จนเราเผลอกลับไปหามันบ่อย
กลุ่มที่สอง ต้องใช้เวลาและลงแรง แต่ทำแล้วรู้สึกพอใจกับตัวเอง

นี่เป็นการจัดอันดับตามมุมมองของเขานะครับ ไม่ใช่ว่าในสมองมี “โดปามีนดี” กับ “โดปามีนเลว” แยกกันจริง ๆ
.
เบ้นสรุปมาเป็น [16] ข้อ ลองดูว่าข้อไหนอยู่ในชีวิตเราบ้าง
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
================

🔴

กลุ่มที่ 1: พฤติกรรมที่ TJ อยากให้เราระวัง

[1] โคเคน – กระตุ้นระบบรางวัลอย่างรุนแรงและมีความเสี่ยงต่อการเสพติด TJ วางข้อนี้ไว้เป็นอันดับแรกของคลิป

[2] ดูสื่อลามกที่ควบคุมไม่ได้ – TJ เล่าว่าเรื่องนี้เคยรบกวนชีวิตเขา ประเด็นคือมันเริ่มเบียดเวลานอน งาน หรือความสัมพันธ์ของเราหรือเปล่า ไม่ใช่ดูแล้วสมองพังกันทุกคน

[3] ดื่มแอลกอฮอล์หนัก – คืนนี้อาจรู้สึกสนุก แต่พรุ่งนี้ต้องจ่ายด้วยการนอนแย่ ตื่นมาเพลีย และไม่มีแรงทำเรื่องที่ตั้งใจไว้

[4] การพนัน – บางทีสิ่งที่ดึงเราไว้ไม่ใช่เงินที่ชนะ แต่เป็นความคิดว่า “รอบหน้าอาจได้” แพ้ก็อยากเอาคืน เกือบชนะก็อยากลองอีก

[5] ไถมือถือดึกเพื่อชดเชยเวลา – ทำงานมาทั้งวัน เลยขอเวลาให้ตัวเองอีกหน่อย จาก 10 นาทีเป็นหนึ่งชั่วโมง แล้วคนที่ต้องตื่นพรุ่งนี้ก็รับกรรมไป 55555

[6] หยิบมือถือแบบไม่มีธุระ – ไม่ได้รอข้อความ ไม่ได้มีอะไรจะค้น แต่เปิดจอก่อนแล้วค่อยหาเรื่องดู ลองถามตัวเองก่อนปลดล็อกว่า “จะเข้ามาทำอะไร?”

[7] กินอาหารที่หยุดยาก – โดยเฉพาะตอนกินไปดูจอไป จนขนมหมดถุงโดยจำไม่ได้ว่าหยิบชิ้นสุดท้ายเมื่อไร อาหารหนึ่งมื้อไม่ได้ทำให้โดปามีนพัง แต่พฤติกรรมที่ทำโดยไม่รู้ตัวก็น่าสังเกต

[8] เถียงกับคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ต – พิมพ์ตอบไป 20 นาที แล้วรอดูว่าเขาจะตอบอะไรกลับมาอีก สุดท้ายชนะคอมเมนต์หรือเปล่าไม่รู้ แต่เสียทั้งบ่ายแน่นอน 55555

================

🟢

กลุ่มที่ 2: พฤติกรรมที่ TJ อยากให้เราทำมากขึ้น

[9] อยู่กับความเบื่อบ้าง – ลองกินข้าวโดยไม่เปิดคลิป หรือรอลิฟต์โดยไม่หยิบมือถือ แค่สังเกตว่าเราอยากเปิดจอตอนไหน ก็เริ่มเห็นนิสัยตัวเองชัดขึ้นแล้ว

[10] อ่านหนังสือ – หนังสือไม่ได้มีอะไรใหม่ให้ดูทุกสามวินาที เราต้องอยู่กับมันทีละหน้า แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ความพอใจแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

[11] สัมผัสน้ำเย็น – TJ ชอบใช้มันเป็นกิจกรรมที่ต้องผ่านความไม่สบายเล็กน้อย แต่ไม่ต้องแข่งกันอาบน้ำเย็นนะครับ ตัวเลขโดปามีนที่เขายกมาจากงานแช่น้ำเย็น ไม่ได้แปลว่าอาบน้ำเย็นให้ผลกับสมองเทียบโคเคน

[12] ขยับร่างกาย – TJ ตั้งขั้นต่ำไว้แค่ 2 นาที บางวันทำต่อ บางวันทำแค่นั้น เบ้นชอบตรงที่มันเล็กพอให้เริ่ม และเราเลือกวิธีขยับที่เหมาะกับร่างกายตัวเองได้

[13] เก็บบ้านสักมุมตอนเช้า – ล้างแก้ว เก็บโต๊ะ หรือพับผ้าสองตัวก็ได้ เริ่มวันด้วยเรื่องที่เราลงมือทำเสร็จจริง ก่อนเปิดฟีดไปรับเรื่องของคนอื่น

[14] เดินโดยไม่ดูจอ – จะเป็นสวนหรือรอบบ้านก็ได้ TJ เล่าว่าช่วงที่เดินเงียบ ๆ ทำให้เขามีเวลากลับมามองพฤติกรรมของตัวเอง

[15] ลงแรงช่วยคนอื่น – ทำอาหารให้คนในบ้าน ช่วยเพื่อนที่กำลังเหนื่อย หรือทำเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตใครสักคนเบาขึ้น แล้วสังเกตความรู้สึกของตัวเองหลังทำ

[16] ฝึกทักษะที่อยากเก่งขึ้น – TJ ให้ข้อนี้เป็นอันดับหนึ่งในฝั่งที่เขาอยากทำมากขึ้น เพราะเราจะได้เห็นตัวเองค่อย ๆ ทำสิ่งที่เมื่อก่อนทำไม่ได้

================

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

เบ้นว่าคำถามคือไม่ใช่ “วันนี้เราได้รับโดปามีนผิดไปกี่ครั้ง?”
แต่คือ “เวลาว่างของเราหายไปกับอะไรบ่อยที่สุด แล้วหลังทำมัน เรารู้สึกยังไง?”
.
ถ้าไถมือถือแล้วได้พักจริง ก็พัก
แต่ถ้าไถจบแล้วเหนื่อยกว่าเดิม ลองเอาเวลาส่วนนั้นคืนมาสัก 15 นาที แล้วเลือกทักษะหนึ่งอย่างที่เราอยากเก่งขึ้น
.
ไม่ต้องเก่งภายในสัปดาห์นี้
.
แค่ให้สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกที่เราได้เริ่มฝึกมันจริง ๆ
แล้วคุณอยากเอา 15 นาทีนั้นไปฝึกอะไร?
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • พฤติกรรม ที่ทำให้ชีวิตคู่ไปไม่รอด 90%ของคู่รัก ไม่ได้อย่ากันเพราะนอกใจ ความรักมันเริ่มพังทีละนิดในทุกๆวัน

  • หนังสือชั้นเชิงทางจิตวิทยา ที่อันตรายจนถูกแบนในเรือนจำกว่า 18 รัฐ

  • อธิบาย: มือถือ ควบคุมเรายังไง? โดยจิตแพทย์จาก Harvard


ความเห็น

ใส่ความเห็น