ถ้าณวันนี้ มีเงิน $500(16,000บาท) เราจะเริ่มธุรกิจยังไงให้ง่ายที่สุดในยุคนี้?
.
Chris Koerner(นักธรุกิจที่ทำธุรกิจมา 80 แห่ง) ถูกถามคำถามนี้ในรายการ The Diary of a CEO คำตอบของเขาคือ
[เอา AI ไปช่วยธุรกิจเล็ก ๆ ทำงานที่เขาไม่มีเวลาทำเอง]
เบ้นฟังละชอบมากเลยทำออกมาเป็น [6] Steps ง่ายๆตามนี้เลยครับ
มาลุยกัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===============
Step[1] เอาเงินราว $100 ไปลองใช้เครื่องมือ AI
.
Chris พูดถึงเครื่องมือที่ช่วยให้คนเขียนโค้ดไม่เป็นสร้างเว็บหรือระบบง่าย ๆ ได้ จุดประสงค์ยังไม่ใช่ทำของไปขายทันที แต่ลองให้พอรู้ว่าตอนนี้เราทำอะไรได้บ้าง
ส่วนเงินที่เหลือ เขาจะเก็บไว้ใช้หาลูกค้า
เพราะต่อให้สร้างระบบเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีใครรู้ว่าเราช่วยอะไรเขาได้ ธุรกิจก็ยังไม่เริ่ม 55555
————
Step[2] ทำเว็บหน้าเดียว บอกให้ชัดเจนเลยว่าเราช่วยอะไร
ไม่ต้องเขียนศัพท์ AI เต็มหน้าเว็บ
Chris บอกว่าเขาจะใช้คำง่าย ๆ ประมาณว่า “ผมช่วยให้ธุรกิจคุณหาเงินเพิ่ม หรือประหยัดเงินด้วย AI”
เจ้าของร้านไม่ได้ตื่นมาแล้วอยากได้ AI Agent ครับ เขาอยากรับลูกค้าให้ทัน อยากลดงานที่ต้องทำซ้ำ และอยากมีเวลาทำอย่างอื่น
———
Step[3] ยิงโฆษณาหาธุรกิจในพื้นที่ใกล้ตัว
Chris จะเริ่มจากร้านค้าและธุรกิจในเมืองที่ตัวเองอยู่ แล้วชวนเจ้าของร้านมาคุย
เบ้นว่าข้อนี้สำคัญ เพราะหลายคนพอคิดเรื่อง AI จะเริ่มด้วยคำว่า “ขายได้ทั่วโลก”
ขายได้ครับ แต่ตอนเริ่ม เราอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกค้าคนแรกเป็นใคร เริ่มจากกลุ่มที่เข้าถึงและคุยกันรู้เรื่องก่อน ง่ายกว่า
————
Step[4] คุยเพื่อหางานที่เจ้าของร้านกำลังปวดหัว
Chris บอกว่าเขาจะถามไปเรื่อย ๆ ว่าธุรกิจนั้นติดปัญหาตรงไหน
หาลูกค้าไม่ทัน? รับสายไม่ทัน? งานขายหลุด? หรือมีงานบางอย่างที่กินเวลาคนในร้านทุกวัน?
อย่าเพิ่งรีบเสนอเครื่องมือที่เราทำเป็น
ฟังให้เจอก่อนว่าเขาอยากให้เรื่องไหนหายไปจากชีวิต
———-
Step[5] ทำตัวอย่างให้เจ้าของร้านลอง
Chris ยกตัวอย่างธุรกิจรับทำความสะอาดรางน้ำ ลูกค้าโทรมาตอนสามทุ่มครึ่ง แต่เจ้าของร้านกำลังพักผ่อน สายจึงเข้าข้อความเสียง แล้วลูกค้าก็อาจโทรหาร้านอื่น
เขาจะลองทำระบบรับสายด้วย AI ให้เจ้าของร้านโทรเข้ามาทดสอบเอง
พอเจ้าของร้านได้ลอง เขาจะเห็นทันทีว่าระบบนี้ช่วยรับเรื่องจากลูกค้าแทนเขาได้แค่ไหน และยังต้องแก้ตรงไหนก่อนใช้งานจริง
มันต่างจากการเปิดสไลด์ไปบอกว่า “AI เปลี่ยนโลกได้นะครับ” เยอะเลย 55555
——–
Step[6] คิดค่าติดตั้ง และค่าดูแลต่อเนื่อง
Chris เสนอว่าถ้าระบบช่วยงานได้จริง เขาจะคิดค่าติดตั้งครั้งแรกประมาณ $500 ถึง $5,000 แล้วคิดค่าดูแลรายเดือน เพราะระบบที่ใช้กับลูกค้าจริงต้องมีคนคอยตรวจและแก้เมื่อมีปัญหา
หลังจากทำให้ร้านหนึ่งจนใช้ได้แล้ว เขาค่อยนำสิ่งที่เรียนรู้ไปเสนอร้านประเภทเดียวกัน
ไม่ต้องกลับไปนั่งเดาทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ศูนย์
.
ในบทสัมภาษณ์ Chris ยังพูดถึงธุรกิจอื่นที่เริ่มด้วยเงินประมาณนี้ได้ ทั้งเว็บรวมข้อมูลเฉพาะเรื่อง การหาลูกค้าให้ร้านบริการแล้วให้ร้านรับงานต่อ และตู้ขายขนมมือสอง
แต่สิ่งที่เบ้นเห็นร่วมกันคือ เขาไม่ได้ถามแค่ว่า “$500 ซื้ออะไรได้บ้าง”
เขาถามว่า “มีใครอยากจ่ายเงินให้ปัญหาอะไรหายไปบ้าง”
===========
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
#สรุปแบบลงดาบ
ถ้ามีเงินเริ่มธุรกิจน้อย สิ่งแรกที่ควรหาอาจไม่ใช่ไอเดียที่เท่ที่สุด
.
ลองหาเจ้าของธุรกิจสักคน คุยให้รู้ว่าเขาพลาดลูกค้าหรือเสียเวลาไปกับงานอะไร แล้วทดลองแก้ปัญหานั้นให้เขาเห็น พอเขาเห็นผล เราค่อยคุยเรื่องราคา
.
สำหรับเบ้น นี่คือแก่นของ One Person Business เลยแก้ปัญหาที่ตัวเองแก้ได้แล้วเอาปัญหาที่เราแก้ได้ไปทำเป็นธุรกิจด้วยตัวคนเดียว
.
แล้วค่อยใช้ AI ทุ่นแรงให้คนคนเดียวส่งมอบงานที่มีคนต้องการได้มากขึ้น ไม่ใช่สร้างของได้เร็วขึ้นสิบเท่า แต่ยังต้องมานั่งถามว่าใครจะซื้อ 55555
.
ถ้าเป็นคุณ มีธุรกิจประเภทไหนอยู่ใกล้ตัวที่น่าจะเริ่มเข้าไปคุยเป็นร้านแรก
แบบที่เราเริ่มได้เลยย
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ





ใส่ความเห็น