เราไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตาม 50,000 คน ในการเริ่มเป็น One Person Business

เราไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตาม 50,000 คน ในการเริ่มเป็น One Person Business

คุณไม่ต้องมีผู้ติดตาม 50,000 คน เพื่อสร้างอาชีพบนอินเทอร์เน็ต (บางทีมีแค่ 3 คนก็พอแล้ว 555555)
.
หลายคนเข้าใจ One Person Business ผิดไปไกลมาก
ทุกวันนี้ ถ้าเราอยากเริ่มสร้างอาชีพบนอินเทอร์เน็ต คำแนะนำแรกที่มักได้ยินคือ “ต้องสร้างตัวตนก่อน”
.
ต้องเลือก Niche หา Content Pillar กำหนดสีแบรนด์ ออกแบบ Logo ถ่ายรูป Profile ใหม่ แล้วโพสต์ให้สม่ำเสมอจนมีผู้ติดตามหลักหมื่น
.
บางคนยังไม่มีลูกค้าสักคน แต่ Brand Guideline ไป Version 3 แล้วครับ 555555
.
เราเลยเข้าใจว่าเส้นทางมันต้องเป็นแบบนี้ Model ที่คนเข้าใจกัน
บสร้างตัวตน → มีผู้ติดตามเยอะ → มีชื่อเสียง → เริ่มหาเงินได้]
.
แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเป้าหมายของเราคือการสร้าง “อาชีพ” ไม่ใช่การเป็นคนดัง เราอาจไม่ต้องการผู้ติดตามเยอะขนาดนั้น
.
เราเพียงต้องการคนที่ใช่…ในจำนวนที่มากพอ
มาเข้าใจเรื่องนี้กันเดี๋ยวเบ้นเล่าเรื่องเบ้นด้วย #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
=================
[0] ผู้ติดตามไม่ใช่ธุรกิจ มันเป็นเพียงหนึ่งในวัตถุดิบของธุรกิจ
.
การมีผู้ติดตามเยอะทำให้เรามี Attention มากขึ้นก็จริง แต่มันไม่ได้แปลว่าเราจะมีรายได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ
.
คนติดตาม 50,000 คนอาจสร้างรายได้เป็นศูนย์ ถ้าทุกคนติดตามเราคนละเหตุผล และไม่มีใครรู้ว่าเราช่วยอะไร
.
ในทางกลับกัน คนติดตามเพียง 500 คนอาจสร้างอาชีพให้เราได้ ถ้าพวกเขาเป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีปัญหาคล้ายกัน และเชื่อว่าเราสามารถช่วยเขาได้
.
เพราะในเชิงธุรกิจ จำนวนผู้ติดตามไม่ได้สำคัญเท่ากับสมการนี้
[Relevant Audience × Trust × Offer = Income]
.
Relevant Audience = มีคนที่มีปัญหาตรงกับสิ่งที่เราขายมากแค่ไหน.
Trust = คนเหล่านั้นเชื่อว่าเราช่วยเขาได้หรือไม่
Offer = เรามีทางแก้ที่ชัดและคุ้มพอให้เขาจ่ายเงินหรือยัง
.
ถ้าสามอย่างนี้ไม่เคลียร์มากพอ ต่อให้มีผู้ติดตามเพิ่มอีกหลักหมื่น เราก็แค่ขยายความไม่ชัดของตัวเองออกไปให้คนจำนวนมากเห็นนั้นเอง
.
[1] จุดเริ่มต้นของ One Person Business ของเบ้น มีลูกค้า Service แค่เดือนละ 3 เจ้า
.
ตอนเริ่มทำ One Person Business เบ้นไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า
“จะทำอย่างไรให้มีผู้ติดตาม 50,000 คน”
.
แต่เริ่มจากคำถามว่า
“ด้วยเวลาและพลังงานที่มี เบ้นสามารถดูแลลูกค้าได้กี่เจ้า”
คำตอบคือเดือนละ 3 เจ้า
.
แปลว่าเบ้นต้องการแค่ 3 Follwer 55555 แบบจริงๆที่ยอมจ่ายเงินให้
.
แน่นอนว่าในชีวิตจริง เบ้นอาจต้องมีคนเห็น 60 คน 100 คน หรือ 300 คน ถึงจะได้ลูกค้า 3 คน
.
แต่ประเด็นคือ เราไม่จำเป็นต้องสร้างสนามกีฬาสำหรับคน 50,000 คน ถ้าธุรกิจของเรามีเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งเพียง 3 ตัว
แนวคิดนี้เรียกว่า [Minimum Viable Audience]
.
[2] Minimum Viable Audience คือ “จำนวนคนขั้นต่ำที่ทำให้อาชีพของเราอยู่ได้”
.
คนส่วนใหญ่มักตั้งเป้าผู้ติดตามจากตัวเลขที่ดูน่าประทับใจ
.
อยากมี 10,000 คน เพราะดูน่าเชื่อถือ อยากมี 50,000 คน เพราะเริ่มดูดัง หรืออยากมี 100,000 คน เพราะมีตัว K ต่อท้ายแล้วรู้สึกชีวิตไปถึงไหนแล้ว 555555
.
แต่ Minimum Viable Audience เริ่มคิดกลับกัน
ไม่ได้ถามว่า “ต้องมีคนติดตามเท่าไรถึงจะดัง”
.
แต่ถามว่า
1. เราต้องการลูกค้ากี่คนต่อเดือน
2. เรารับลูกค้าได้มากที่สุดกี่คน
3. จากคนที่ใช่ 100 คน จะมีคนซื้อประมาณกี่คน
4. เราต้องมีคนที่ใช่ทั้งหมดเท่าไร ธุรกิจจึงจะเดินได้
.
ถ้าเบ้นต้องการลูกค้า 3 คน และจากคนที่มีปัญหาตรงกับสิ่งที่เบ้นทำ 5% ตัดสินใจซื้อ เบ้นต้องการ Qualified Audience ประมาณ 60 คน
ถ้า Conversion เหลือ 1% ก็ต้องการประมาณ 300 คน
.
ตัวเลขจริงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเป็น 60 หรือ 300 คน มันก็ยังห่างจาก 50,000 คนอยู่มาก
(ตอนเบ้นได้ลูกค้าสามเจ้านี้มาจากตอนที่คนตามเบ้น 873 คน จำตัวเลขได้ดีเลย)
.
ไม่มีตัวเลขไหนถูกกว่า ตัวเลขที่ถูกคือจำนวนที่เหมาะกับ Business Model และ Capacity ของเรา
.
[3] เปลี่ยนจาก “สร้างตัวตนให้ดัง” เป็น “สร้างตัวตนให้คนที่ใช่เข้าใจ”
.
เบ้นไม่ได้บอกว่าไม่ต้องสร้าง Personal Brand เพราะการมีคนรู้จักและเชื่อใจ ช่วยให้ธุรกิจเติบโตง่ายขึ้นแน่นอน
.
แต่เราไม่ควรสร้างตัวตนเพื่อสะสมยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว

เราควรสร้างตัวตนเพื่อทำให้คนที่ใช่รู้สามเรื่อง
1.เราช่วยใคร 2.เราแก้ปัญหาอะไร 3.ทำไมเขาจึงควรเชื่อเรา
.
Content จึงไม่จำเป็นต้องเข้าถึงทุกคน แต่ควรทำให้คนที่มีปัญหาตรงกับเราอ่านแล้วคิดว่า “คนนี้เข้าใจสิ่งที่เรากำลังเจอ”
.
ยอด Reach บอกว่ามีคนเห็นเรากี่คน แต่ยอดทัก ยอดนัดคุย และยอดซื้อ บอกว่ามีคนที่ใช่เห็นเรากี่คน
.
ถ้าเป้าหมายคือสร้าง One Person Business ตัวเลขชุดหลังสำคัญกว่าเพราะ Follower 10,000 คนอาจทำให้เราดูดัง แต่ลูกค้า 3 คนต่างหากที่ทำให้เรามีอาชีพ
============== .

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

เราไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตาม 50,000 คนเพื่อสร้างอาชีพบนอินเทอร์เน็ต
.
เราไม่ต้องรอให้ดัง ไม่ต้องรอให้ยอด Reach แตะหลักล้าน และไม่ต้องออกแบบ Logo ใหม่เป็นครั้งที่ 7 ก่อนเริ่มขาย
.
สิ่งที่ต้องรู้คือ เราช่วยใคร แก้ปัญหาอะไร ต้องการลูกค้ากี่คน และต้องมีคนที่ใช่มากแค่ไหน จึงจะได้ลูกค้าตามจำนวนนั้น
.
เป้าหมายของ One Person Business ไม่ใช่การมีคนรู้จักเรามากที่สุด
แต่คือการมีลูกค้ามากพอให้ธุรกิจเลี้ยงชีวิตแบบที่เราเลือกได้
.
เพราะสุดท้ายเราไม่ได้ต้องการ Maximum Audience
เราต้องการแค่ “Minimum Viable Audience”
.
หรือในกรณีของเบ้น… มี Follower แค่ 3 คนก็พอครับ
แต่รบกวนเป็นสามคนที่ซื้อ Service นะ ไม่ใช่พ่อ แม่ แล้วก็บัญชีสำรองของตัวเอง 555555

ใครที่กำลังลุยกันอยู่มาเจอกันได้ใน Bootcamp 90 Day One Person Busienss นะค้าบบบ จะเปิดเทอมแล้วววตื่นเต้นนน ><‘
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • สรุป 10 ประเด็นที่ โลกเราจะไป จริงๆ(ไม่ใช่ Fomo ,คลิก bait) เราต้องเริ่มวิ่งตั้งแต่วันนี้ก่อนปี 2030 จะสายเกินไป


ความเห็น

ใส่ความเห็น