วิธีการออกแบบวิศวกรรมของความโชคดี เราออกแบบให้ตัวเองเป็นคนโชคดีได้ไหม?

วิธีการออกแบบวิศวกรรมของความโชคดี เราออกแบบให้ตัวเองเป็นคนโชคดีได้ไหม?

Engineer Your Luck : วิศวกรรมความโชคดี
เราออกแบบให้ตัวเองโชคดีขึ้นได้ไหมแบบคณิตศาสตร์
.
มีคนเคยบอกเบ้นหลายครั้งว่า “เบ้นเป็นคนโชคดีนะ”
.
ได้เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
ได้บริหารธุรกิจ 9 หลัก ได้บริหารคน 300+ คน ตั้งแต่ยังเด็ก
.
พอ มาเริ่มเขียนคอนเทนต์แค่ปีเดียว ก็มียอดแชร์ 500,000 แชร์แล้ว
ล่าสุดจัดงาน Event Talk Show ตัวเองครั้งแรก บัตรก็เต็มเร็วภายใน 3 วัน
แถมได้เป็น One Person Business ทำธุรกิจที่ตัวเองไม่เกลียดวันจันทร์อีก
.
ถ้ามองจากข้างนอกเรื่องเหล่านี้อาจดูเหมือน “โชค”
เบ้นไม่ปฏิเสธนะว่าตัวเองโชคดี (มีหลายเรื่องเราโชคดีจริงๆ)
.
แต่พอมองย้อนกลับไปโชคบางอย่างไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า
มันถูกสร้างจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆนานจนคนอื่นมองไม่เห็นต้นทางของมันแล้ว
.
ถ้าเขียนเป็นสมการแบบ Nerd หน่อย (วันนี้ขอ Nerd นิดนึงๆ)
จริงๆเบ้นพยายามมองโลกเป็นภาษาคณิตศาสตร์
ความโชคดี มันก็น่าจออกมาประมาณนี้
.
[L]uck = [R]andomeness x [E]ngineered
โชคดี = ความบังเอิญ x การออกแบบ
.
เราอาจควบคุมค่า R ไม่ได้ แต่เราสามารถเพิ่มค่า [E] ได้
Naval Ravikant เคยอธิบายในหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant ว่า โชคมีอยู่ 4 ระดับ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===========
[1] Blind Luck – โชคแบบสุ่ม

นี่คือค่า R = Randomness
เกิดมาถูกครอบครัว อยู่ถูกประเทศ ถูกยุค เจอคนถูกคนในเวลาที่ถูกต้อง

โชคประเภทนี้เหมือนสภาพอากาศ เราเลือกไม่ได้ว่าฝนจะตกเมื่อไร
เบ้นเองก็มีโชคแบบนี้เยอะ

ได้เจอผู้ใหญ่บางคนในจังหวะสำคัญๆ ตอนกำลังแย่ๆ
ดันเข้าไปเรียนคณะ IT ทั้งๆที่ ใช้ Word , Exel ยังไม่เป็นเลย เรียนจบมา Start Up บูมพอดี
ได้เริ่มทำธุรกิจในช่วงที่โอกาสใหม่เปิดขึ้นตลอดเวลา
.
แต่ปัญหาคือ โชคแบบ Blink Luck เราทำอะไรไม่ได้
คนจำนวนมากใช้ชีวิตทั้งชีวิต เฝ้ารอโชคประเภทนี้ ที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
.
รอให้มีคนมองเห็น รอให้ตลาดดี รอให้มีเงิน รอให้มีโอกาส
พยายามเพิ่มค่า ‘Luck’ ด้วยการนั่งรอให้ค่า ‘Randomness’ เปลี่ยนเอง
ทั้งที่เรายังสร้างโชคอีกสามประเภทได้
—————
[2] Luck Through Motion – โชคจากการเคลื่อนไหว
.
ถ้าถามว่าเบ้นมีความสามารถพิเศษอะไร
คำตอบอาจไม่ใช่เพราะฉลาดกว่าใคร แต่อาจเป็นเพราะเบ้น “ลองเยอะ”
ก่อนจะรู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร เบ้นเคยทำธุรกิจมาแล้วหลายอย่าง
.
มีทั้งสิ่งที่เวิร์ก สิ่งที่ไม่เวิร์ก สิ่งที่ได้เงิน และสิ่งที่ได้บทเรียนราคาแพงกลับมา
.
ตอนเขียนคอนเทนต์ก็เหมือนกัน
คนเห็นโพสต์หนึ่งที่มีคนแชร์หลักหมื่น
แต่จะไม่มีใครเคยเห็นเบ้นเคยทำ Podcast มา 190 ตอนแต่คนดูแทบไม่มีเลยจนเลิกไป
.
ถ้ามองแบบคณิตศาสตร์
P = 1 − (1 − p)ⁿ
*p = โอกาสสำเร็จต่อหนึ่งครั้ง
*n = จำนวนครั้งที่เราทดลอง
.
เราอาจเพิ่มโอกาสสำเร็จต่อครั้งไม่ได้ทันที แต่เราสามารถเพิ่มจำนวนครั้งที่ลองได้
.
ยิ่งสร้าง ส่งงาน ทดลอง และพบผู้คนมากขึ้น จำนวนครั้งที่เราจะชนกับโอกาสก็ยิ่งเพิ่ม บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าโชคดี แต่เบ้นเรียกมันว่า
[การเพิ่ม Surface Area of Luck] หรือพื้นที่ให้โชคเข้ามาชน
.
จริงคนๆส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จด้วยพื้นที่ Surface Area of Luck
————-
[3] Luck Through Awareness – โชคจากการมองเห็น
.
แค่เจอโอกาสยังไม่พอเราต้องมองออกด้วยว่าสิ่งนั้นคือโอกาส
ถ้าเขียนเป็นสมการ
.
Captured Opportunity = Exposure × Recognition Rate
จำนวนโอกาสที่เราได้รับจริง
ขึ้นอยู่กับสองเรื่อง เราเจอโอกาสมากแค่ไหนและเรามองมันออกมากแค่ไหน
.
ลองนึกภาพคนสองคน กำลังดูข้อมูลชุดเดียวกัน
คนหนึ่งเห็นยอดขายที่กำลังลดลง
แต่อีกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมมานาน อาจเห็นว่ายอดขายไม่ได้หายไป
.
ลูกค้าแค่กำลังย้ายไปซื้อ ผ่านช่องทางใหม่ที่บริษัทตามไม่ทัน
ข้อมูลเดียวกัน แต่คนหนึ่งเห็น “ปัญหา” อีกคนเห็น “สัญญาณ”
(เหมือนคนมอง bitcoin 555555)
.
สิ่งที่แตกต่างกัน จึงไม่ใช่ปริมาณข้อมูลที่ได้รับ
แต่คือ Pattern Recognition
หรือความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งที่เห็น เข้ากับประสบการณ์ที่สะสมมา
.
ตอน AI เริ่มเข้ามา เบ้นเองก็ไม่ได้รู้อนาคตแม่นกว่าคนอื่น
แต่เพราะเคยบริหารองค์กรขนาดใหญ่ เคยเห็นทั้งพลังและต้นทุนของการมีทีมใหญ่
.
เบ้นจึงสนใจทันทีว่า ถ้า AI เข้ามา เศรษฐกิจ วิธีการทำธุรกิจจะเปลี่ยนไปยังไง จากที่เราเคยทำๆมาๆ
.
คนอื่นอาจกำลังมอง AI ผ่านปัญหาที่เขาเคยเจอ
ส่วนเบ้นก็มองมัน ผ่านปัญหาที่ตัวเองเคยเจอเหมือนกัน
ไม่มีใครมองเห็นทุกโอกาส
.
แต่ประสบการณ์จะทำหน้าที่เหมือน Algorithm
ที่คอยบอกเราว่า สัญญาณไหนควรให้ความสนใจ

ยิ่งเราอยู่ในสนามเดิมนาน ยิ่งทดลองและเรียนรู้จากความผิดพลาดมาก
ค่า Recognition Rate ของเราก็จะค่อยๆ สูงขึ้น

โชคประเภทนี้จึงไม่ได้เกิดจาก การทำนายอนาคตได้ถูกทุกครั้ง

แต่มาจากการฝึกสายตานานพอ จนมองเห็นความหมายบางอย่าง
ก่อนที่มันจะชัดเจนสำหรับคนส่วนใหญ่
.
โอกาสอาจอยู่ตรงหน้าทุกคน แต่จะกลายเป็นโชค ของคนที่รู้ว่ากำลังมองอะไรอยู่เท่านั้น
——————
[4] Luck Through Character – โชคที่วิ่งมาหาเรา

โชคระดับสุดท้าย เป็นประเภทที่เบ้นชอบที่สุด
เพราะเราไม่ต้องออกไปตามหามันตลอดเวลา แต่มันเริ่มเดินทางมาหาเราเอง

ถ้าเขียนเป็นสมการ
[Inbound Luck = Specificity × Trust × Consistency]

เมื่อเราพูดเรื่องเดิม ศึกษาเรื่องเดิม
และสร้างผลงานในโลกใบเดิมให้นานพอ
.
คนจะเริ่มจำได้ว่าเรายืนอยู่ตรงไหน
.
ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับ One Person Business บางคนจึงนึกถึงเบ้น
เมื่อมีคนอยากวางระบบธุรกิจขนาดเล็ก บางคนจึงส่งลูกค้ามาหา
.
แม้โอกาสบางอย่างเกิดขึ้น ในห้องที่เบ้นไม่ได้อยู่
ชื่อของเบ้นก็ยังถูกพูดถึงได้ นี่คือจุดที่
.
Character → Reputation → Opportunity
สิ่งที่เราทำซ้ำกลายเป็นชื่อเสียง และชื่อเสียงเริ่มทำหน้าที่ออกล่าโอกาสแทนเรา จากข้างนอก มันดูเหมือนโชค
.
แต่เบื้องหลังคือการทำบางสิ่ง อย่างสม่ำเสมอนานพอ
จนชื่อของเรา กลายเป็นคำตอบของปัญหาบางอย่าง
==================

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

ถ้าอยากโชคดีขึ้น เราอาจไม่ต้องขอพรให้หนักขึ้น
แต่ต้องกลับมาเพิ่มค่าตัวแปรในชีวิต
.
– เพิ่ม Motion ด้วยการลองให้มากขึ้น
– เพิ่ม Awareness ด้วยการอยู่ในสนามให้นานขึ้น
– เพิ่ม Specificity ด้วยการทำให้คนจำเราได้
– เพิ่ม Trust ด้วยการรักษาคำพูดและสร้างผลงาน
– เพิ่ม Consistency ด้วยการทำทั้งหมดนี้อย่างต่อเนื่อง
.
วันหนึ่งผู้คนอาจมองเข้ามาแล้วพูดว่า
“คนนี้โชคดีจังทำไมมีแต่โอกาสวิ่งเข้ามาหา”
ก็ปล่อยให้เขาเรียกมันว่าโชคไป
.
เพราะเราจะรู้ว่า สิ่งที่ดูเหมือนความบังเอิญจากภายนอก
แท้จริงแล้วคือสมการ ที่เราค่อยๆ เพิ่มค่าตัวแปรมาหลายปี
จนความน่าจะเป็นค่อยๆ เอนมาอยู่ข้างเรา
.
แต่ก่อนจะเพิ่มตัวแปรทั้งหมดได้ ยังมีตัวแปรตั้งต้นอีกหนึ่งตัว
‘B = Bravery’

ความกล้าที่จะเริ่มทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จไหม

เพราะถ้า
B = 0 → Motion = 0 → Engineered Luck = 0
ถ้าไม่กล้าเราก็จะไม่เคลื่อนไหว
.
ถ้าไม่เคลื่อนไหวเราก็ไม่มีวันเพิ่มพื้นที่ให้โชคเข้ามาชน
Luck is not only found. Luck can be engineered.
.
แต่อิฐก้อนแรกของความโชคดี ไม่ได้เริ่มต้นจากโชค
มันเริ่มต้นจาก “ความกล้า”
.
เหมือน Quote.เด็ดของ ปรัชญา Stoic คือ
‘Fortune favors the brave’
โชคชะตามักจะยืนหยัดอยู่เคียงผู้ที่กล้าหาญตลอดไป
.
ขอความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองอยู่กับเรา
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Introvert VS Extrovert คนสองกลุ่มนี้ ใครมีความสุขกว่ากัน (จากวิจัย)

  • AI ช่วยให้เราสร้าง ธุรกิจคนเดียวได้มากขึ้น แล้วทำไมเราถึงยังทำเป็นธุรกิจไม่ได้?

  • เทคนิคกรอกตาทำให้นอนหลับง่าย นักประสาทวิทยาสอน “ขยันตา” ก่อนนอน


ความเห็น

ใส่ความเห็น