เข้าใจวิธีใช้สอมงแต่ละส่วนแบบง่ายๆ ความสุข ความคิด ความจำ นิสัย

เข้าใจวิธีใช้สอมงแต่ละส่วนแบบง่ายๆ ความสุข ความคิด ความจำ นิสัย

เข้าใจวิธีการทำสมองแบบง่ายๆ
(ในหัวเรามันเหมือนมีทั้ง CEO, ฝ่ายผลิต, ฝ่ายอารมณ์, ฝ่ายความจำ, ฝ่ายรางวัล และฝ่ายเอาตัวรอดอยู่ในที่เดียวกัน)
.
ปกติ เวลาเราพูดถึงสมองเราชอบพูดเหมือนมันเป็นสิ่งเดียวกันทั้งหมด
เช่น “สมองฉันไม่ดี” “ฉันคิดเยอะ”
“ฉันไม่มีสมาธิ” “ฉันควบคุมอารมณ์ไม่ได้” “ฉันจำอะไรไม่ค่อยได้”
.
แต่จริงๆแล้ว สมองไม่ได้เป็นก้อนเดียวที่ทำทุกอย่างแบบมั่วๆ
มันเป็นระบบที่มีหลายส่วนมากๆ
และแต่ละส่วนมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน
.
บางส่วนใช้คิด บางส่วนใช้จำ บางส่วนใช้ขยับร่างกาย
บางส่วนใช้รับภาพ เสียง ความรู้สึก บางส่วนใช้คุมฮอร์โมน
บางส่วนใช้สร้างแรงจูงใจ บางส่วนใช้ตอบสนองภัยคุกคาม
.
แปลว่า…
หลายครั้งที่เราคิดว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้”
จริงๆอาจเป็นแค่ระบบบางส่วนในสมองกำลังทำงานหนัก / ทำงานเพี้ยน / หรือถูก train มาแบบหนึ่ง
.
เบ้นไปเจอคลิปของช่อง Neuroscientifically Challenged
ชื่อว่า Major Brain Structures and Their Functions
เป็นคลิปที่อธิบายเรื่องโครงสร้างสมองแบบเข้าใจง่ายมากๆ
.
ลองดู [6] ข้อนี้ แล้วเราจะเข้าใจสมองตัวเองแบบเป็นระบบขึ้น
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===========
[1] สมองไม่ได้เป็นก้อนเดียว แต่มันคือ “องค์กรหนึ่งองค์กร” ในหัวเรา
.
ถ้ามองสมองจากด้านบน เราจะเห็นว่ามันถูกแบ่งออกเป็น 2 ซีก
ซ้ายและขวา โดยมีร่องใหญ่ที่เรียกว่า longitudinal fissure แบ่งอยู่ตรงกลาง
.
แล้วบนผิวสมองก็ไม่ได้เรียบๆ มันมีรอยพับ ร่อง และสันเต็มไปหมด
ร่องเรียกว่า sulci สันเรียกว่า gyri
.
รอยพับพวกนี้เกิดจาก cerebral cortex หรือ “เปลือกสมอง” ชั้นนอกสุดของเรา
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ
เปลือกสมองนี่แหละเป็นพื้นที่สำคัญมาก
เพราะมันเกี่ยวกับการรับข้อมูลจากโลกภายนอก
การเคลื่อนไหว และการรวมข้อมูลหลายอย่างเข้าด้วยกันเพื่อใช้คิด ตัดสินใจ วางแผน และเข้าใจโลก
.
พูดง่ายๆคือ
สมองไม่ได้มีแค่ “คิด” อย่างเดียว
มันมีทั้งรับข้อมูล ประมวลผล สั่งร่างกาย จดจำ ประเมินอารมณ์ และวางแผนอนาคต
.
เหมือนในบริษัทหนึ่งบริษัท
มันไม่ได้มีแค่ CEO แต่มันมีฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ฝ่าย HR ฝ่าย Legal ฝ่าย Operation
.
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรวน ทั้งบริษัทก็เหนื่อย
สมองก็เหมือนกัน เราไม่ได้พังทั้งหมด
บางทีแค่ “บางระบบ” กำลังทำงานไม่สมดุล
.

🟢

 คุณไม่ได้เป็นปัญหาทั้งตัว

🔴

 คุณอาจแค่ยังไม่รู้ว่าส่วนไหนของระบบกำลังแบกหนักอยู่

[2] Frontal Lobe คือสมองส่วน “คิดก่อนทำ” แต่ไม่ได้แปลว่ามันชนะตลอดเวลา
.
สมองส่วนหน้าที่เราเรียกว่า frontal lobe เป็นหนึ่งในส่วนที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์มากๆ
.
ใน frontal lobe มี motor cortex ซึ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวโดยสมัครใจ
เช่น ยกมือ เดิน พูด เขียน หันหน้า ขยับร่างกาย
.
แต่ส่วนที่คนทำงานยุคนี้ควรรู้จักคือ prefrontal cortex
.
สมองส่วนนี้เกี่ยวกับ
* การตัดสินใจ ,การวางแผน
* การควบคุม impulse ,การคิดระยะยาว
* การทำสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคต
.
พูดง่ายๆคือ prefrontal cortex คือส่วนที่บอกเราว่า
“อย่าพึ่งไถมือถือ ทำงานก่อน”
“อย่าพึ่งซื้อของ คิดก่อน”
“อย่าพึ่งตอบแชทด้วยอารมณ์ หายใจก่อน”
“อย่าดูแค่วันนี้ ดูชีวิตอีก 5 ปีด้วย”
.
แต่ปัญหาคือ สมองส่วนนี้ไม่ได้ชนะเสมอ
.
เพราะในหัวเรายังมีระบบอื่นอีก มีระบบรางวัล
มีระบบอารมณ์ มีระบบความกลัว มีระบบความเคยชิน
มีระบบที่อยากประหยัดพลังงาน
.
นี่แหละทำไมเราถึงรู้ว่าอะไรดี แต่ก็ยังไม่ทำ
รู้ว่าควรนอนเร็ว แต่ยังไถมือถือ
.
รู้ว่าควรออกกำลังกาย แต่ยังเลื่อนเป็นพรุ่งนี้
รู้ว่าควรทำงานสำคัญ แต่ไปตอบแชทเล็กๆแทน
.
ไม่ใช่เพราะเราโง่ แต่เพราะสมองไม่ได้มีแค่ฝ่ายเหตุผลฝ่ายเดียว
.

🟢

 การมีเหตุผล ไม่ได้แปลว่าคุมตัวเองได้เสมอ

🔴

 เพราะในสมองยังมีอีกหลายระบบที่กำลังดึงพวงมาลัยอยู่

[3] สิ่งที่คุณเห็น ได้ยิน และรู้สึก ไม่ใช่ “โลกจริง” แต่มันคือโลกที่สมองสร้างขึ้น
.
ในสมองมี lobes หลักๆ 4 ส่วน
frontal, parietal, occipital, temporal
.
แต่ละส่วนช่วยให้เรารับรู้โลกคนละแบบ
.
Occipital lobe อยู่ด้านหลังสมอง
เกี่ยวกับการมองเห็น ตรงนี้มี primary visual cortex
ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการประมวลผลภาพ
.
Temporal lobe เกี่ยวกับการได้ยิน
การเรียนรู้ ความจำ และการประมวลผลภาพในระดับสูงขึ้น
ในนั้นมี primary auditory cortex ที่ช่วยให้เรารับรู้เสียง
.
Parietal lobe เกี่ยวกับความรู้สึกจากร่างกาย
เช่น สัมผัส เจ็บ ร้อน เย็น
รวมถึง proprioception หรือความสามารถในการรู้ว่าร่างกายเราอยู่ตรงไหนในพื้นที่
.
เช่น หลับตาแล้วยังรู้ว่านิ้วเราอยู่ตรงไหน หรือเดินแล้วรู้ว่าขาเรากำลังวางตำแหน่งยังไง ตรงนี้สำคัญมาก เพราะมันทำให้เราเห็นว่า โลกที่เราเจอ ไม่ได้เข้ามาในหัวเราแบบตรงๆ
.
มันถูกแปลงเป็นสัญญาณ แล้วสมองค่อยเอามาประมวลผล
แปลว่า เราไม่ได้เห็นโลกแบบ “ตามจริง 100%”
แต่เราเห็นโลกผ่านระบบประมวลผลของสมองเรา
.
นี่แหละทำไมคนสองคนอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน
แต่อาจจำไม่เหมือนกัน รู้สึกไม่เหมือนกัน ตีความไม่เหมือนกัน
เพราะสมองไม่ได้เป็นกล้องวงจรปิด สมองเป็นนักตีความ
.

🟢

 โลกที่เราเห็น คือโลกที่สมองเราประมวลผล

🔴

 ถ้าระบบตีความเปลี่ยน ชีวิตที่เราเห็นก็เปลี่ยน

[4] Dopamine ไม่ได้อยู่แค่เรื่องความสุข แต่มันเกี่ยวกับ movement, reward และ habit ด้วย
.
อีกส่วนนึงที่สำคัญคือ ‘midbrain’ ซึ่งเป็นส่วนบนสุดของ brainstem
.
ตรงนี้มีบริเวณสำคัญที่ผลิต dopamine
เช่น substantia nigra และ ventral tegmental area หรือ VTA
.
Substantia nigra เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
ถ้า dopamine neuron ตรงนี้เสียไปจำนวนมาก
จะเกี่ยวข้องกับปัญหาการเคลื่อนไหวแบบใน Parkinson’s disease
.
ส่วน VTA จะส่ง dopamine ไปยังหลายส่วนของสมอง
หนึ่งในนั้นคือ nucleus accumbens
ซึ่งเกี่ยวกับ reward หรือประสบการณ์ที่สมองตีค่าว่า “คุ้มค่า”
.
นี่สำคัญมาก
เพราะ dopamine ไม่ใช่แค่สารแห่งความสุข
แต่มันเหมือนสัญญาณที่บอกสมองว่า
“สิ่งนี้มีค่านะ” “สิ่งนี้ควรทำอีก” “สิ่งนี้น่าตามไปต่อ”
.
พอเอาไปรวมกับ basal ganglia
ซึ่งเกี่ยวกับ movement, habit formation และ reward processing
เราจะเริ่มเข้าใจว่า
นิสัยของเราไม่ได้เกิดจากความคิดอย่างเดียว
แต่มันเกิดจากวงจรสมองที่ทำซ้ำจนเป็น pattern
.
สมองจำว่า
เปิดมือถือ = ได้รางวัลเร็ว
กินหวาน = ได้รางวัลเร็ว
หนีงาน = โล่งทันที
ผัดวัน = ลดความเครียดชั่วคราว
.
พอทำซ้ำๆ สมองก็เริ่มเรียนรู้ว่า “ทางนี้ง่ายกว่า”
นี่แหละทำไม habit ถึงน่ากลัว เพราะมันไม่ได้อยู่แค่ในความคิด
มันค่อยๆกลายเป็นวงจรที่สมองใช้โดยอัตโนมัติ
.

🟢

 นิสัยคือเส้นทางที่สมองเดินบ่อย

🔴

 ถ้าเราให้รางวัลกับของง่าย สมองก็จะเลือกของง่ายเก่งขึ้นเรื่อยๆ

[5] เราไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยสมองคิดอย่างเดียว แต่ใช้ชีวิตด้วยระบบเอาตัวรอดทั้งร่างกาย
.
หลายคนเวลาอยากเปลี่ยนชีวิตจะไปเริ่มที่ความคิดอย่างเดียว
คิดบวก ตั้งเป้า ทำ vision board วางแผนชีวิต
.
ทั้งหมดนี้ดี แต่ถ้าร่างกายพัง ระบบพื้นฐานพัง
สมองส่วนคิดก็ทำงานยากขึ้นเหมือนกัน
.
brainstem เป็นสิ่งที่สำคัญ
ซึ่งเชื่อมสมองกับไขสันหลังแบ่งเป็น midbrain, pons และ medulla
.
Medulla oblongata เกี่ยวกับ function สำคัญมากๆ
เช่น การหายใจ และระบบหัวใจหลอดเลือด
.
Pons เกี่ยวกับ pathway ที่ส่งข้อมูลไปและกลับจาก cerebellum
และมี nuclei ที่เกี่ยวกับ cranial nerves
ซึ่งมีบทบาทกับการรับความรู้สึกและการเคลื่อนไหวของหัวและใบหน้า
.
Cerebellum อยู่ด้านหลังและด้านล่างของสมอง
เกี่ยวกับการทรงตัว posture การประสานการเคลื่อนไหว
และการ fine-tune movement
.
พูดง่ายๆคือ แค่เรายืน เดิน หายใจ ทรงตัว ขยับตัว
ก็มีสมองหลายส่วนทำงานอยู่ตลอดเวลาแล้ว
.
ยังไม่รวม hypothalamus ซึ่งอยู่ใต้ thalamus
และเกี่ยวกับ homeostasis หรือการรักษาสมดุลในร่างกาย
.
เช่น ความหิว ความกระหาย อุณหภูมิร่างกาย stress response circadian rhythm
แล้ว hypothalamus ยังเชื่อมกับ pituitary gland ซึ่งเกี่ยวกับการหลั่งฮอร์โมนหลายตัวในร่างกาย
.
นี่แหละทำให้เราเห็นว่า ชีวิตไม่ได้ใช้แค่ mindset
บางวันที่เรารู้สึกไม่ไหว อาจไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ
แต่อาจเพราะระบบนอน ระบบเครียด ระบบหิว ระบบฮอร์โมน ระบบร่างกาย
กำลังดึง performance ของสมองลง
.

🟢

 สมองที่ดี ต้องอยู่ในร่างกายที่ถูกดูแล

🔴

 อย่าคาดหวังให้ prefrontal cortex เป็นฮีโร่ ถ้าทั้งระบบกำลังล้า


[6] ความจำและอารมณ์ไม่ได้แยกจากกัน เพราะสมองเราจำโลกผ่านความรู้สึกด้วย

อีกสองส่วนที่สำคัญมากคือ hippocampus และ amygdala
.
Hippocampus อยู่ใน temporal lobe
และเป็นส่วนที่เกี่ยวกับความจำ
โดยเฉพาะการเปลี่ยน ‘ความจำระยะสั้น’ ให้เป็น ‘ความทรงจำระยะยาว’
.
ส่วน amygdala อยู่ใกล้กับ hippocampus
เป็นโครงสร้างรูปคล้ายอัลมอนด์
เกี่ยวกับ emotion
โดยเฉพาะ ความกลัว และการตอบสนองต่อ ภัยคุกคาม
แต่ก็ไม่ได้มีแค่ความกลัวอย่างเดียว
มันเกี่ยวกับอารมณ์ด้านอื่น รวมถึงอารมณ์เชิงบวกด้วย
.
นี่สำคัญมาก
เพราะมันอธิบายว่าทำไมเรื่องบางเรื่องเราจำแม่นมาก ทั้งๆที่ผ่านไปนานแล้ว
.
เช่น
คำพูดบางคำ ความอายบางครั้ง
วันที่เรารู้สึกชนะ วันที่เรารู้สึกถูกทิ้ง
วันที่เรารู้สึกภูมิใจ วันที่เรารู้สึกกลัวมากๆ
.
สมองไม่ได้จำเป็นไฟล์เอกสาร แต่มันจำเป็น “ประสบการณ์ที่มีอารมณ์ติดอยู่”
.
แล้วในสมองยังมี corpus callosum
ซึ่งเป็นมัดเส้นใยขนาดใหญ่ที่เชื่อมสมองซีกซ้ายและซีกขวา
ทำให้สองซีกสื่อสารกันได้
.
รวมถึง ventricles
ซึ่งเป็นโพรงในสมองที่มี cerebrospinal fluid หรือ CSF
ช่วยปกป้องสมอง ลดแรงกระแทก ช่วยจัดการของเสีย และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ประสาท
.
พอเห็นภาพรวมทั้งหมด
เราจะเริ่มเข้าใจว่า สมองไม่ใช่แค่เครื่องคิด แต่มันคือระบบชีวิต
.
มันมีทั้งความจำ
อารมณ์ การเคลื่อนไหว การรับรู้
การให้รางวัล การคุมฮอร์โมน
การเอาตัวรอด และการสื่อสารภายในตัวเอง
.

🟢

 คุณไม่ได้มีแค่ความคิด คุณมีระบบทั้งระบบอยู่ในหัว

🔴

 ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเอง ต้องเข้าใจระบบ ไม่ใช่ด่าตัวเองอย่างเดียว
============

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
เราควรเลิกมองสมองแบบง่ายเกินไป
เราไม่ได้มีสมองหนึ่งก้อนที่มีหน้าที่แค่ “คิด” แต่ในหัวเรามีหลายระบบมากๆที่ทำงานพร้อมกัน
.
Prefrontal cortex อยากให้เราคิดระยะยาว
แต่ reward system อาจอยากได้รางวัลทันที
.
Hippocampus ช่วยเก็บความจำ แต่ amygdala ทำให้อารมณ์บางอย่างติดกับความทรงจำนั้น
.
Hypothalamus คุมความหิว ความเครียด จังหวะชีวิต
ในขณะที่ brainstem คอยดูแล function พื้นฐานอย่างการหายใจและหัวใจ
.
Cerebellum ช่วยให้เราขยับตัวและทรงตัว
Thalamus เป็นเหมือนสถานีส่งต่อข้อมูลก่อนจะไปถึง cortex
Pineal gland หลั่ง melatonin เพื่อช่วยเรื่อง circadian rhythm
แปลว่า การเข้าใจตัวเอง ไม่ใช่แค่ถามว่า “ฉันเป็นคนแบบไหน”
.
แต่ต้องถามใหม่ว่า “ตอนนี้ระบบไหนในสมองและร่างกายของฉันกำลังมีอิทธิพลกับชีวิต?”
.
บางทีที่เราไม่มีสมาธิ อาจไม่ใช่เพราะเราแย่
แต่อาจเพราะระบบรางวัลถูก train ให้ชอบของเร็วเกินไป
.
บางทีที่เราควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อาจไม่ใช่เพราะเราเป็นคนอารมณ์เสีย
แต่อาจเพราะระบบ threat ในสมองไวเกินไป
.
บางทีที่เราคิดระยะยาวไม่ได้ อาจไม่ใช่เพราะเราไม่มีเป้าหมาย
แต่อาจเพราะ prefrontal cortex กำลังโดนระบบอื่นแย่งพลังงานตลอดเวลา
.
เพราะงั้นการพัฒนาตัวเองที่ดี ไม่ใช่แค่การบังคับตัวเองให้เก่งขึ้น
แต่มันคือการออกแบบชีวิตให้สมองทำงานได้ดีขึ้น
.
นอนให้ดี ลดการให้รางวัลตัวเองง่ายๆ น้ำตาล ของหวาน
ขยับร่างกาย จัดสิ่งแวดล้อม ฝึกจำ ฝึกคิด
ฝึกหยุดก่อนตอบสนอง
.
เพราะสุดท้ายแล้ว
ตัวตนของเราไม่ได้เกิดจากความคิดลอยๆ
แต่มันเกิดจากสมองที่ถูก train ซ้ำๆผ่านชีวิตประจำวัน
ถ้าเราเข้าใจสมองเราจะด่าตัวเองน้อยลง และออกแบบตัวเองดีขึ้น
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • หยุดปล่อยสมองให้ Algorithm เลี้ยงได้แล้ว วิธีแก้อาการสมองไหลในยุค Short Form

  • ถ้าเป็นคนสนใจหลายเรื่องอย่าพึ่งคิดว่าสับสนสิ่งนี้คือ วัตถุดิบของ One Person Business

  • เป็นคนเริ่มทำอะไรได้เเปปเดียวก็เลิกลองใช้ระบบ [ABC Goal System]


ความเห็น

ใส่ความเห็น