อย่าให้การเริ่มต้นใหม่ของตัวเราเอง กลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของการเอาคืน

อย่าให้การเริ่มต้นใหม่ของตัวเราเอง กลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของการเอาคืน

อย่าให้การเริ่มต้นใหม่ของตัวเราเอง กลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของการเอาคืน
เรื่องราวของนักดนตรีระดับโลกสองคนนี้ อาจเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ดีที่สุดเรื่องการสูญเสีย #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
.
ปี 1983 Dave Mustaine โดนไล่ออกจากวงดนตรีของตัวเอง
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำเตือน ไม่มีบทสนทนาสวยงามแบบในหนัง
มีแค่ตั๋วรถบัสหนึ่งใบ ให้เขากลับจาก New York ไป L.A.
.
ลองนึกภาพคนคนหนึ่ง ที่เพิ่งถูกตัดออกจากสิ่งที่ตัวเองทุ่มชีวิตให้
นั่งอยู่บนรถบัสยาวๆ พร้อมความโกรธ ความอาย ความเจ็บ
และคำถามที่วนอยู่ในหัวว่า
.
“ทำไมต้องเป็นกูวะ!”
แต่ระหว่างทางกลับบ้าน Dave ไม่ได้แค่เสียใจ
เขาเริ่มเปลี่ยนความเจ็บให้กลายเป็นแรงผลัก
.
เขาบอกตัวเองว่า เขาจะไม่ใช่แค่คนที่โดนไล่ออกแล้วหายไปเฉยๆ
เขาจะสร้างวงใหม่ ที่ยิ่งใหญ่กว่า ดังยิ่งกว่า
หนักแน่นกว่า และทำให้คนที่ไล่เขาออกต้องรู้ว่า
พวกวงที่ไล่เขาออกคิดผิด!
.
และเขากลับสร้างวงดนตรีใหม่ วงนั้นชื่อ Megadeth
และใช่ครับ
Megadeth กลายเป็นหนึ่งในวง metal ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ขายอัลบั้มได้มากกว่า 25 ล้านชุด
.
ถ้ามองจากข้างนอก นี่คือ comeback story ที่โคตรเท่
คนโดนทิ้ง < โกรธแค้น < กลับมาเริ่มต้นใหม่ <สร้างตำนานของตัวเอง
.
มันคือภาพที่เราชอบมากในโลกธุรกิจ
โลก ของหนังที่เราชอบดู หรือโลกของคนสร้างตัว
.
โดนดูถูกแล้วกลับมารวยกว่าเดิม โดนทิ้งแล้วกลับมาเก่งกว่าเดิม
โดนไล่ออกแล้วกลับมาดังกว่าเดิม ฟังดูเหมือนชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ
///////////
แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบลงที่สวยหรูแบบนั้น
หลายปีต่อมา
Dave Mustaine เคยยอมรับทั้งน้ำตาว่า
“เขายังรู้สึกเหมือนตัวเองล้มเหลวมาทั้งชีวิต”
.
ทั้งที่เขาไม่ได้ล้มเหลวเลย
เขาสร้างวงระดับโลก มีชื่อเสียงระดับตำนาน
มีแฟนเพลงทั่วโลก มีผลงานที่คนจำนวนมากเคารพ
.
แต่ในใจเขายังรู้สึกแพ้
เพราะวงที่ไล่เขาออกในตอนนั้นคือวง “Metallica”
และ Metallica ขายอัลบั้มได้มากกว่า 180 ล้านชุด (ของ Dave 25 ล้าน)
.
นี่คือจุดที่เรื่องนี้เริ่มไม่ใช่เรื่องดนตรีแล้ว แต่มันกลายเป็นเรื่องของมนุษย์
.
เพราะบางครั้ง เราไม่ได้แพ้เพราะชีวิตเราไม่สำเร็จ
แต่เราแพ้เพราะเราเอาชีวิตตัวเอง ไปวัดกับชีวิตของคนที่เคยไม่เลือกเรา
.
Dave อาจไม่ได้ติดอยู่ในรถบัสคันนั้นจริงๆ แล้ว
แต่ในใจเขาเหมือนเขายังนั่งอยู่ตรงนั้น
วันที่ถูกไล่ออก วันที่ถูกปฏิเสธ วันที่รู้สึกว่าเขาไม่ดีพอ
และนี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากที่ติดอยู่ในใจหลายๆคน
.
ความแค้นอาจพาเราลุกขึ้นมาได้
พาเราทำงานหนักได้ พาเราสร้างอะไรใหญ่ๆ ได้
.
แต่มันไม่ได้แปลว่ามันจะพาเรา ‘หายเจ็บ’
บางคนประสบความสำเร็จมาก ไม่ใช่เพราะเขามีความฝันที่ชัดเจน
แต่เพราะเขามีใครบางคนในอดีต
ที่เขาอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘แกคิดผิด’
และปัญหาคือคนคนนั้นอาจไม่เคยมองกลับมาเลย
.
เราจึงทำงานหนักขึ้น ชนะมากขึ้น ได้มากขึ้น แต่ข้างในยังไม่จบ
เพราะ scoreboard ที่เราใช้วัดชีวิต ยังไม่ใช่ของเราเอง
.
มันยังเป็นของคนที่เคยทิ้งเรา คนที่เคยดูถูกเรา คนที่เคยไม่เลือกเรา
.
และถ้าเราไม่ระวัง การเริ่มต้นใหม่ของเรา อาจไม่ได้เป็นการเริ่มต้นใหม่จริงๆ แต่มันเป็นแค่ ‘การเอาคืน’ ในชื่อที่ดูสวยขึ้นเท่านั้น

===========
เรามาฟังเรื่องราวของคนที่โดนไล่ออกจากวงดนตรีอีกคนนึงดีกว่า
อีกคนหนึ่งชื่อ Pete Best ,เขาก็โดนไล่ออกจากวงเหมือนกัน
.
แต่เรื่องของเขาโหดกว่าดิบกว่าของ Dave อีก พราะเขาไม่ได้โดนไล่ออกจากวงธรรมดา
.
เขาโดนไล่ออกจากวง ก่อนที่วงนั้นจะกลายเป็นตำนานของโลก
วงนั้นคือ ‘The Beatles’
.
ลองจินตนาการความรู้สึกของ Pete Best ดูนะ
คุณเคยอยู่ในวงนั้น เคยเล่นดนตรีกับพวกเขา
เคยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้น

แต่สุดท้ายคุณถูกตัดออก

แล้วหลังจากนั้น ‘คุณต้องนั่งดูทั้งโลกหลงรักวงที่คุณเกือบได้อยู่ด้วย’
ชื่อเสียง เงินทอง ประวัติศาสตร์ เสียงปรบมือ ตำนานทั้งหมด
.
เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ‘แต่ไม่มีคุณอยู่ในนั้น’
นี่ไม่ใช่แค่การโดนไล่ออก
.
แต่มันคือการต้องอยู่กับประโยคที่ว่า ‘ชีวิตของฉันเกือบเป็นอีกแบบหนึ่ง’
นี้คือความเจ็บของมนุษย์
.
เพราะมนุษย์ไม่ได้เจ็บแค่กับสิ่งที่เสียไป แต่เจ็บกับชีวิตอีกเวอร์ชันหนึ่ง
ที่เราเกือบได้มี
Pete Best ก็พังเหมือนกัน เขาเจ็บ เขาเสียหลัก
เขาหลงทางอยู่พักใหญ่
.
แต่สุดท้ายเขาไม่ได้ใช้ทั้งชีวิต เพื่อเอาชนะ The Beatles
เขาแต่งงาน มีครอบครัว ยังเล่นดนตรี
และค่อยๆ สร้างชีวิตของตัวเองขึ้นมาใหม่
.
ไม่ใช่ชีวิตที่โลกเรียกว่าตำนาน แต่เป็นชีวิตที่เขาอยู่กับมันได้จริง
///////
หลายสิบปีต่อมา
มีคนถามเขาว่ารู้สึกยังไง ที่เคยโดนไล่ออกจากวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
เขาตอบประมาณว่า

เขามีความสุขกว่าที่เขาน่าจะเป็นถ้าได้อยู่กับ The Beatles
และการโดนไล่ออกครั้งนั้น ‘อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเขา’
.
ประโยคนี้น่าสนใจมาก
เพราะมันไม่ได้แปลว่าเขาไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคยเสียดาย
ไม่ได้แปลว่าเขาเหนือมนุษย์
.
แต่มันแปลว่า
วันหนึ่งเขาเลิกให้เหตุการณ์นั้นเป็นคนเขียนความหมายของชีวิตเขา
เขาไม่ได้ชนะ The Beatles แต่เขาได้ชีวิตของตัวเองคืนมา
===========
[นี่คือความต่างที่น่าสนใจของสองเรื่องนี้]

Dave Mustaine เปลี่ยนความเจ็บเป็นสงคราม
Pete Best เปลี่ยนความเจ็บเป็นชีวิต
.
คนหนึ่งสร้าง Megadeth
อีกคนสร้างครอบครัว สร้างความสงบ สร้างชีวิตที่ตัวเองอยู่ได้
.
คนหนึ่งดูเหมือนชนะในสายตาโลก แต่อาจยังรู้สึกแพ้อยู่ในใจ
อีกคนดูเหมือนแพ้ในสายตาโลกแต่เหมือนเขาชนะชีวิตของตัวเอง
.
สำหรับใครที่กำลังอยู่สภาวะการสูญเสีย การพ่ายแพ้อยู่
อยากให้เราตั้งคำถามนี้เอาไว้
หลังจากเราเสียบางอย่างไป คำถามแรกไม่ควรเป็น
.
จะเอาคืนยังไง? แต่ควรเป็น
เราจะไม่ปล่อยให้สิ่งนี้ เปลี่ยนเราเป็นคนแบบไหน?

เพราะการสูญเสียบางอย่าง มันไม่ได้แค่เอาบางสิ่งออกไปจากชีวิตเรา
แต่มันล่อให้เรากลายเป็นคนอีกแบบหนึ่ง

คนที่แข็งขึ้น แต่ขมขึ้น
คนที่เก่งขึ้นแต่ไม่มีความสุขขึ้น
คนที่สำเร็จขึ้น แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับคนที่ไม่เคยมองกลับมา
และถ้าเราไม่ทันสังเกต
เราจะใช้ทั้งชีวิตสร้างอาณาจักร บนพื้นที่ของบาดแผลเดิม
ข้างนอกดูยิ่งใหญ่ แต่ข้างในยังเป็นคนเดิม
.
ที่กำลังรอให้ใครบางคนยอมรับว่า ‘เธอมีค่าพอนะ’
แต่ความจริงคือ
‘เราไม่ควรให้คนที่เคยทิ้งเรากลายเป็นผู้กำกับชีวิตเรา’
.
วันนั้นเขาอาจเอาเราออกจากวง
ออกจากงาน ออกจากความสัมพันธ์ ออกจากโอกาสบางอย่าง
แต่วันนี้เราไม่จำเป็นต้องให้เขา อยู่ในหัวเราอีกแล้ว
===========

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

หลังจากเสียทุกอย่าง
สิ่งที่ต้องสร้างใหม่
ไม่ใช่แค่อาชีพ เงิน ชื่อเสียง หรือภาพลักษณ์
.
แต่คือ scoreboard ของชีวิตตัวเอง
.
เพราะถ้า scoreboard ยังเป็นของคนอื่น
ต่อให้เราไปไกลแค่ไหน เราก็ยังเป็นนักโทษของวันที่เขาไม่เลือกเรา
.
Dave Mustaine สร้าง Megadeth
Pete Best สร้างชีวิตใหม่
.
ทั้งสองคนไม่ได้สอนเราว่า ทางไหนถูกกว่ากันแบบง่ายๆ
แต่เขาสอนเราว่า การเริ่มต้นใหม่มีสองแบบ
.
แบบแรก เริ่มใหม่เพื่อให้คนในอดีตเสียดาย
แบบที่สอง เริ่มใหม่เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียดายชีวิต
.
และบางที การเริ่มต้นใหม่ที่ดีที่สุด ไม่ใช่การกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม
แต่คือการกลับมาเป็นคนที่ไม่ต้องเอาความเจ็บ มาเป็นเข็มทิศของชีวิตอีกต่อไป
.
เพราะ revenge(แก้แค้น) อาจพาเราไปไกล
แต่ meaning(ความหมาย) จะพาเรากลับมาหาตัวเอง
ขอให้เราหาตัวเราเองที่อยากจะสร้างให้เราเจอ และวันนั้นเราจะไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับใครอีก
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีรีเซ็ทสมองให้คิดแบบสร้างสรรค์ ไอเดียหาย สมองคิดไม่ออกเหมือนก่อน

  • ทำไมไม่ควรเสพติดดูคลิปพัฒนาตัวเองผลกระทบมุมของนักจิตแพทย์ในยุคดิจิตอล

  • เทคนิคจิตวิทยาของ CIA’S ที่ทำให้เราเผลอพูดทุกอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว


ความเห็น

ใส่ความเห็น