ถาม CEO ระดับโลก 100 คน เรื่องไหนที่จะไม่ยอมให้ AI มาแทนมนุษย์?

ถาม CEO ระดับโลก 100 คน เรื่องไหนที่จะไม่ยอมให้ AI มาแทนมนุษย์?

ไปถาม CEO ระดับโลกมา 100 คนว่า “งานอะไรที่จะไม่ยอมให้ AI มาแทนมนุษย์เด็ดขาด” (และนี้คือคำตอบจาก 5 คนที่ดีที่สุด)
.
ช่วงนี้โลกกำลังหมุนเร็วมาก เร็วแบบที่บางครั้งเราเริ่มรู้สึกว่า
“หรือมนุษย์จะกลายเป็นคอขวดของระบบ?”
.
AI ตอบไวกว่า เขียนไวกว่า
วิเคราะห์ไวกว่า ประชุมแทนได้ สรุปแทนได้
แม้กระทั่ง “คุยแทน” ก็เริ่มทำได้แล้ว
.
เพื่อนเบ้นทำงานอยู่ในบอ Tech ระดับโลกบอกว่าทุกวันนั้นแทบไม่ต้องทำอะไรเลย สั่งอย่างเดียว (กลัวตกงานมาก5555)
.
แต่ 100 CEOs ไปถาม CEO กว่า 100 คน ด้วยคำถามง่ายๆว่า
“What are you willing to sacrifice in speed and efficiency to keep human?” คุณยอม “เสียความเร็ว” ตรงไหนได้บ้าง เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้
.
แล้วคำตอบที่ได้… โคตรน่าสนใจ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
[1] Taste Can’t Be Automated
รสนิยม…ยังต้องใช้มนุษย์
จาก James Mishreki (Founder, Skin+Me)
.
James บอกว่า AI เก่งมากในการ generate option
โยนทางเลือกออกมาได้เร็วแบบน่ากลัว
.
แต่สิ่งที่ยัง automate ไม่ได้จริงๆคือ
“taste”
.
Taste ในที่นี้ไม่ใช่แค่ aesthetic
แต่มันคือเซนส์ว่า
อะไร “รู้สึกใช่”
อะไรดู น่าเชื่อถือ อะไรดู premium
อะไรทำให้คนรู้สึก connect
.
Brand ที่ดี ,Design ที่ดี
Language ที่ดี Product feel ที่ดี
มันไม่ใช่แค่เรื่อง efficiency
แต่มันคือ “มนุษย์กำลังตีความมนุษย์”
.
James บอกว่าเขายอม “ช้าลง”
เพื่อให้มี debate จริง มีการ prototype จริง
มีการเถียงกันจริงในทีม
.
เพราะบางอย่าง
มันไม่ได้ต้องการ “คำตอบที่เร็วที่สุด” แต่มันต้องการ “คำตอบที่มีรสนิยม”
.
และนี่คือเหตุผลว่า
ทำไมหลายบริษัทเริ่มหน้าตาคล้ายกันไปหมด
เพราะทุกคนใช้ model เดียวกัน prompt คล้ายกัน
reference เดียวกัน สุดท้าย internet เลยเริ่ม “average”
.
ในโลกที่ AI ทำให้ทุกคนเร็วขึ้น
Taste จะกลายเป็น unfair advantage ใหม่
————————————–
[2] The Point Is Still Human
คน…ยังเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง
จาก Chris Best (CEO, Substack)
.
Chris ตอบสั้นมาก “Nothing.”
.
เขาบอกว่า
ถ้า AI ทำให้คุณ “เป็นมนุษย์น้อยลง” แปลว่าคุณใช้มันผิดแล้ว
.
หลายคนตอนนี้หมกมุ่นกับคำถามว่า
“AI จะทำอะไรแทนเราได้บ้าง”
แต่ Chris บอกว่า
คำถามที่สำคัญกว่าคือ “มนุษย์จะทำอะไรได้มากขึ้น ด้วย AI”
.
Substack มองตัวเองไม่ใช่แค่ tech company
แต่เป็น “culture company”
.
หน้าที่ของเขา
ไม่ใช่แทนที่ creator
แต่คือทำให้ creator มีอิสระมากขึ้น มีรายได้มากขึ้น
และสร้างงานที่เมื่อก่อน “ไม่มีทางสร้างได้”
.
AI ที่ดี ไม่ควรทำให้คนหายไป
แต่มันควรทำให้ “ศักยภาพของคน” ขยายขึ้น
.
ประโยคนี้เบ้นชอบมาก “People are the point.”
.
สุดท้ายแล้ว
Technology ไม่ใช่พระเอก
มนุษย์ต่างหากคือเหตุผลที่มันถูกสร้างขึ้นมา
——————————————
[3] Trust Moves Slower Than Technology
ความเชื่อใจ…อัปเดตช้ากว่าเทคโนโลยีเสมอ
จาก Richard de Meo (Founder, Attara)
.
Richard ทำ fintech ด้าน commodity hedging
ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เคยใช้เครื่องมือพวกนี้มาก่อน
.
เขาบอกว่า
AI อาจทำ onboarding เร็วขึ้น
ทำระบบ self-service ได้หมด
แต่เวลาคนจะ “เอาเงินจริงมาวาง” มนุษย์ยังต้องการ “มนุษย์”
.
ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ product แต่ซื้อ “ความมั่นใจ”
.
หลายครั้ง
สิ่งที่ทำให้คนตัดสินใจ
ไม่ใช่ dashboard แต่คือ video call สั้นๆ
หรือการได้คุยกับคนที่ดู “รับผิดชอบได้จริง”
.
Richard เลยบอกว่า
อนาคตจะไม่ใช่ AI แทนคนทั้งหมด
แต่มันคือ AI จัด sequence ทุกอย่าง
แล้วให้มนุษย์เข้าไปอยู่ใน “moment สำคัญ”
.
มนุษย์อาจไม่ได้อยู่ทุกขั้นตอนแล้ว
แต่จะอยู่ในขั้นตอนที่ “มีน้ำหนักทางอารมณ์สูง”
.
ฟังดูนิดเดียว
แต่จริงๆนี่คือจิตวิทยาของธุรกิจทั้งระบบเลย
———————————————-
[4] AI Should Remove Friction, Not Humanity
AI ควรลดงานน่าเบื่อ ไม่ใช่ลดความเป็นคน
จาก Romi Savova (CEO, PensionBee)
.
Romi บอกว่า
AI ควร ยกระดับมนุษย์
ไม่ใช่ แทนที่ ความรับผิดชอบในงานของมนุษย์
.
โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับ “ความเปราะบางของชีวิต”
เช่น เงินเกษียณ สุขภาพ การเงิน
.
เวลาคนเครียด
เขาไม่ได้ต้องการ chatbot ที่ตอบเร็วที่สุด
แต่เขาต้องการ “คนที่รับผิดชอบความรู้สึกเขาได้”
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ
รีวิวที่ดีที่สุดของบริษัทเธอ
ไม่ใช่เรื่องระบบ แต่คือพนักงานที่ชื่อ BeeKeepers
.
แปลว่าในวันที่ทุกอย่าง automate ได้
“การดูแลคน” จะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
.
Romi ยังบอกอีกว่า
AI ที่ดี ควรทำให้คนในทีมมีเวลาไปทำงาน creative มากขึ้น
คิดมากขึ้น ใช้ชีวิตดีขึ้น
.
ไม่ใช่ optimize จนทุกคน burnout แบบ robot
—————————————–
[5] Automation Wins Efficiency. Humans Create Meaning.
ระบบอัตโนมัติสร้าง efficiency แต่มนุษย์สร้าง “ความหมาย”
จาก Amiad Soto (CEO, Guesty)
.
Amiad บอกว่า
AI เหมาะมากกับงาน repetitive
ตอบคำถาม เก็บข้อมูล ปรับราคา จัดการ task ซ้ำๆ
.
แต่วงการ hospitality
สิ่งที่สำคัญจริงๆคือ relationship trust judgement accountability
.
ลูกค้าไม่ได้จำแค่ว่า ระบบเร็วไหม
แต่จำว่า “เราทำให้เขารู้สึกยังไง”
.
AI เลยควรเป็น amplifier(ตัวขยาย) ไม่ใช่การแทนที่
.
คนที่ชนะในอนาคต
ไม่ใช่คนที่ automate ทุกอย่าง
แต่คือคนที่รู้ว่า “อะไรควร automate”
และ “อะไรควรปล่อยให้มนุษย์ทำ”
.
เพราะ efficiency สร้าง scale ได้ แต่ meaning สร้าง loyalty
————————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ
CEO ทั้ง 5 คนไม่ได้ anti-AI เลย
ตรงกันข้าม ทุกคนใช้ AI หนักมาก
.
แต่พวกเขาเริ่มเห็น pattern บางอย่างเหมือนกันคือ
ยิ่งโลกเร็วขึ้นเท่าไร
สิ่งที่ “ช้าแบบมนุษย์” จะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
.
Taste ,Trust ,Judgement ,Empathy ,Conversation
Culture Meaning
.
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ bug ของมนุษย์ แต่มันคือ “feature”
.
ในอนาคต
AI อาจทำให้ทุกคนทำงานเร็วขึ้นหมด แต่สิ่งที่จะทำให้คน “เลือกคุณ”
อาจไม่ใช่ความเร็ว แต่มันคือ ความรู้สึกว่า “คุณยังดูเป็นมนุษย์อยู่”
.
#ช่วงเบ้นขอเสริม
เบ้นว่า AI จะทำให้ “content average” เต็ม internet มากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะทุกคนเริ่มใช้ workflow คล้ายกัน
prompt คล้ายกัน
reference คล้ายกัน
.
สุดท้ายของที่ชนะ
อาจไม่ใช่ของที่เร็วที่สุด
แต่คือของที่ยังมี “ลายนิ้วมือมนุษย์” อยู่ในนั้น
(พี่ๆคนไหนสาย Automate เลิกเอา page เบ้นไป Train ได้แล้ววว กราบบ555555 มาเหมือนยัน CI เลยย)
.
บางทีสิ่งที่คนกำลังหา
อาจไม่ใช่ perfect answer
แต่คือ “ความรู้สึกว่ามีมนุษย์อีกคนกำลังคิดอยู่หลังข้อความนี้”
.
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่แท้จริงว่า
ทำไมในยุค AI “ความเป็นมนุษย์” ถึงกลายเป็น premium feature ไปแล้ว
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ค้นพบความสุขที่แท้จริง จาก Havard : รู้จักจิตวิทยาโลกใหม่ Positive Psychology

  • 7 Skills ที่ผู้นำระดับโลกเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องรู้ (44% ของ Skill เราจะใช้ไม่ได้ในอีก 5ปี)

  • ถ้าปีนี้(2024) คุณไม่รู้จะเพิ่ม Skill ด้านไหนผมขอแนะนำ จิตวิทยา(Psychology)


ความเห็น

ใส่ความเห็น