นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์จะชนะ Robot(AI)? โลกกำลังเข้าสู่ยุค AI Physical ยุค Hardware

นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์จะชนะ Robot(AI)? โลกกำลังเข้าสู่ยุค AI Physical ยุค Hardware

นี้อาจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์จะทำงานชนะ Robot (humanoid)
(มนุษย์ VS หุ่นยนต์ แข่งกันจัดของส่ง)
.
เมื่อเช้านี้ผมไปเจอโพสต์นึงใน LinkedIn ของ Brett Adcock ผู้ก่อตั้ง Figure AI
.
เขาเอาหุ่นยนต์ humanoid ของบริษัทตัวเอง มาแข่งกับมนุษย์จริงใน warehouse
.
โจทย์คือ:
หยิบกล่อง > หาว่ามี barcode ไหม > จับให้พัสดุคว่ำลง >แล้วส่งต่อไป
ทำแบบนี้แข่งกัน 10 ชั่วโมงงง
.
ผลลัพธ์ออกมาคือ
มนุษย์ ทำได้ : 12,924 packages
Robot: ทำได้ :12,732 packages
ต่างกันแค่ 192 กล่อง
.
แล้ว Brett เขียนประโยคนึงไว้ใต้โพสต์ว่า
“This is the last time a human will ever win.”
(นี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์จะชนะสิ่งนี้)
.
เช้านี้เบ้นนั่งอ่านเรื่อง Robot เยอะมาก 555555
มีหลายประเด็นที่เบ้นว่าน่าะเอาไปคิดต่อเยอะมาก มาลองเข้าใจเรื่องนี้กันว่ามันจะมีผลอะไรบ้างกับโอกาส เศรษฐกิจ และตัวเรา #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————
[1] Brett Adcock (คนในภาพ) คือใคร

สิ่งแรกที่น่าสนใจคือ Founder คนนี้ไม่ใช่ random founder ที่อยู่ดีๆลุกมาทำ Robot
.
ก่อนหน้านี้เขาผ่านบริษัทระดับพันล้านมาแล้วหลายรอบ
.
บริษัทแรกชื่อ Vettery
เป็น Marketplace หางานสาย Tech
สุดท้ายขายให้ Adecco ไปประมาณ ~100 ล้านดอลลาร์
.
จากนั้นเขาไปทำ Archer Aviation บริษัท “รถบินไฟฟ้า” หรือ eVTOL
ใช่…รถบินจริงๆนั้นแหละโครตเท่เลยแก 55555
.
แล้ว Archer ก็เข้าตลาด Nasdaq valuation หลายพันล้านดอลลาร์
.
ถ้าดู Pattern ของ Brett จะเห็นอะไรบางอย่าง
.
เขาชอบเข้าไปในตลาดที่:
> ใหญ่มาก
> คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นไปไม่ได้
> ยังไม่มี Winner ชัด
.
รถบินไฟฟ้าก็ใช่ ,Humanoid Robot ก็ใช่
.
แล้วที่น่าสนใจคือ ตลาด Humanoid Robot ตอนนี้
เริ่มมี feeling คล้าย AI ช่วงก่อน ChatGPT มากๆ
.
คนส่วนใหญ่ยังคิดว่า:
.
“มันอีกไกล”
“มันแพง”
“มันยังไม่ practical”
“มันเป็นแค่ Demo”
.
ซึ่งเอาจริงๆ… ตอน AI ออกมาแรกๆคนก็พูดแบบนี้เหมือนกันเป๊ะๆ
————–
[2] หลายคนเข้าใจผิดว่า “ก็แค่ scan barcode?”
.
ตอนแรกเบ้นก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ก็แค่ จับ Check Barcode คว่ำมันยากยังไงนะ 55555
.
แต่พอลองไปไล่อ่าน Comment คนในวงการ Robotics จริงๆ
เริ่มเข้าใจว่า โจทย์จริงๆมันไม่ใช่ “การ scan”
.
แต่คือ:
→ มอง package
→ ประเมินว่ามี barcode ไหม
→ หมุน object
→ ปรับแรงจับ
→ จัด orientation
→ ส่งต่อ
→ ทำทั้งหมดนี้แบบ real-time
.
และที่สำคัญคือ ทำใน environment ที่ “ไม่สามารถคาดเดาได้”
คือจริงๆก่อนหน้า Amazon เขาใช้ Robot แบบนี้มานานนแล้วแต่มันอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิด มันก็เลยแบบ ควบคุมได้ง่าย
.
แต่ในที่แบบนี้กล่องบางอัน:
.
→ วางเอียง
→ สะท้อนแสง
→ มีรอยยับ
→ ขนาดไม่เท่ากัน
→ น้ำหนักไม่เหมือนกัน
→ barcode หันคนละด้าน
.
มนุษย์ทำสิ่งนี้ง่ายมาก ง่ายจนเราไม่รู้สึกว่ามันยาก
แต่สำหรับ AI นี้คือฝันร้าย ของ Physical Intelligence
.
เพราะมันต้องใช้หลายระบบพร้อมกัน:
.
→ Computer Vision
→ Depth Estimation
→ Motor Planning
→ Spatial Awareness
→ Force Control
→ Real-time Decision Making
.
พูดง่ายๆคือ มันต้อง “คิดพร้อมขยับร่างกาย”
และนี้คือสิ่งที่ AI ยังไม่เก่งมาตลอด
ที่ผ่านมา AI เก่งในโลก Digital มาก
เขียน code ,สร้าง content ,วิเคราะห์ข้อมูล, chatbot พวกนี้ AI เก่ง
.
แต่โลก Physical ยังเป็น อาณาเขตของมนุษย์ เพราะการมี “ร่างกาย” ยากกว่าการมี “สมอง”
———————
[3] สิ่งที่ Figure AI กำลังสร้าง อาจไม่ใช่ “Robot”
.
อันนี้คือจุดที่เบ้นว่าน่าสนใจสุด
หลายคนมอง Figure เป็น “บริษัทหุ่นยนต์”

แต่จริงๆสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างคือ: แรงงานที่ scale ได้เหมือน software”
.
ลองคิดภาพตามเล่นๆ
วันนี้ถ้าพนักงาน warehouse เก่งขึ้น
คุณต้อง:
→ train ทีละคน
→ onboarding
→ รอเก็บประสบการณ์
→ เจอ turnover
→ เจอ burnout
→ เจอวันลา
.
แต่ถ้าเป็น AI Robot คุณสามารถ:
→ update model ทั้ง fleet พร้อมกัน
→ copy skill ได้ทันที
→ share learning ระหว่าง robot ทุกตัว
→ improve performance เหมือน software
.
และลองคิดแบบนี้
มนุษย์ พัฒนาตัวเองแบบ linear (ค่อยๆเติบโต)
แต่ software improve แบบ compound (แบบก้าวกระโดด)
.
นี้คือเหตุผลที่คนใน Silicon Valley เริ่มตื่นเต้นกับ Humanoid Robot มาก
เพราะถ้ามันพัฒนาได้เหมือน AI model จริง
.
ปีแรกอาจยังสูสี
ปีที่สองอาจเริ่มแซง
ปีที่สามอาจห่างแบบขาดลอย
.
เหมือนสิ่งที่เกิดกับ ChatGPT เป๊ะๆ
ตอน GPT-2 คนยังหัวเราะอยู่เลยว่า “ก็แค่ chatbot”
.
แต่ผ่านไปไม่กี่ปี AI เริ่ม:
.
→ เขียน code
→ ทำ marketing
→ เขียนบทความ
→ สร้าง startup
→ แทนงาน white-collar บางส่วน
.
ตอนนี้สิ่งเดียวกันอาจกำลังเกิดขึ้น แต่กับ “Physical World”
.
และนี้คือสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ได้นึกถึง
ที่ผ่านมา AI ไป disrupt “งานใช้สมอง”ก่อน
แต่งานใช้แรง งาน physical หลายอย่าง กลับยังปลอดภัยอยู่
.
เพราะใน Physical Wolrd ของพวกนี้ทำยากมาก
.
Robot ยังเดินไม่ดี
หยิบของพลาด ล้มง่าย แบตหมด คิดช้า
แต่ถ้าวันนึง Physical Intelligence mature ได้จริง
เกมจะเปลี่ยนทันที
.
เพราะตลาดแรงงาน Physical ใหญ่กว่า Digital หลายเท่า
Warehouse
Factory
Retail
Construction
Delivery
Elderly Care
.
ทั้งหมดนี้คือ market ระดับหลายสิบล้านล้านดอลลาร์
และนี้คือเหตุผลที่ Big Tech หลายเจ้ากำลังเริ่มลงสนาม:
.
→ Tesla Optimus
→ Figure AI
→ Boston Dynamics
→ Unitree
→ 1X
.
ทุกคนเริ่มเชื่อเหมือนกันว่า:
“AI รุ่นต่อไป จะไม่ได้อยู่แค่บนจอ” แต่มันจะมี “ร่างกาย”
——————————–
[4] แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับ “โอกาส” ของเรา?
.
อันนี้คือส่วนที่เบ้นนั่งคิดนานสุดตอนเช้า
เวลาคนพูดเรื่อง AI คนส่วนใหญ่มักคิดถึง:
.
“AI จะมาแทนงานเราไหม?”
แต่จริงๆคำถามที่น่าสนใจกว่าคือ:
.
“AI จะสร้าง Infrastructure ใหม่อะไรขึ้นมาบ้าง?”

ตอน Internet มา คนคิดว่า website สำคัญสุด
แต่คนที่รวยจริงจำนวนมาก กลับเป็น:
.
→ AWS
→ Shopify
→ Nvidia
→ Stripe
.
คือคนที่ขาย “พลั่ว” ให้เศรษฐกิจใหม่ (Digital Gold Rush)
Humanoid Robot ก็อาจเหมือนกัน

ถ้าโลกเข้าสู่ Physical AI Era จริง สิ่งที่โตอาจไม่ใช่แค่บริษัทหุ่นยนต์
.
แต่อาจรวมถึง:
.
→ Battery
→ Sensor
→ AI Chip
→ Supply Chain Infra
→ Simulation Software
→ Mapping Systems
→ Energy Systems
→ Safety Layer
.
เหมือนช่วง Gold Rush
คนที่รวยที่สุดบางที ไม่ใช่คนขุดทอง แต่คือคนขายพลั่ว
————————-
[5] Naval Ravikant เคยพูดไว้ว่า:
“The world rewards leverage.”
.
สมัยก่อน leverage คือแรงงานคน
ต่อมาคือเงินทุน
ต่อมาคือ code และ media
คนเขียน software หนึ่งครั้ง สามารถ scale ไปได้ทั้งโลก
.
แต่ Humanoid Robot อาจเป็น leverage ขั้นต่อไป
.
เพราะมันคือ: “Software ที่มีร่างกาย”
จริงๆ Naval แกเคยบอกใน Podcast อยู่ว่า ยุค Hardware , IOT น่าจะมาจริงๆยุคนี้แหละ
.
และถ้ามันมาได้จริงๆ AI จะไม่ได้อยุ่แค่ในโลก Digital
แต่มันจะเดินเข้ามาใน warehouse จริงๆ
หยิบของจริง
ทำงานจริง
และเริ่มแทนแรงงานมนุษย์จริงๆ
=============

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
จริงๆเบ้นเคยคุยกับพี่ๆนักลงทุนระดับประเทศหลายท่าน
ตอนนี้หลายคนบินไปดูงาน Robot ที่จีนกันรัวๆ
.
แล้วสิ่งที่ทุกคนพูดคล้ายกันคือ “จีนเอาจริงมาก”
ไม่ใช่ Robot เต้นโชว์อีกต่อไป
.
แต่คือ Robot ที่เริ่ม “ใช้แรงงานจริง”
.
พับผ้าได้
ส่งของได้
ทำงานโรงงานได้
.
และสิ่งที่น่ากลัวคือ…
Technology พวกนี้ยังอยู่ “ช่วงต้นมากๆ”
.
เหมือน ChatGPT วันแรกๆ
ที่คนยังพูดว่า:
“ก็แค่ chatbot”
.
แต่ผ่านมาไม่กี่ปี
มันเริ่มเขียน code
ทำ marketing
สร้าง business
และแทนงานบางส่วนของมนุษย์ได้จริง
.
Humanoid Robot อาจกำลังเดินเส้นทางเดียวกัน
.
วันนี้มันอาจยังเดินงงๆ
หยิบของพลาด
ทำงานช้า
.
แต่ถ้า Physical AI mature ได้จริง โลกเศรษฐกิจรอบใหม่อาจเริ่มทันที
และครั้งนี้ AI จะไม่ได้อยู่แค่ “บนจอ”
.
แต่มันจะเริ่มมี “ร่างกาย” และลงมาอยู่ในโลกจริงแล้วจริงๆ
.
บางที…
ประโยคของ Brett ที่ว่า
“This is the last time a human will ever win.”
.
อาจไม่ได้หมายถึงแค่เกมจัดกล่อง
แต่มันอาจเป็น Preview ของโลกเศรษฐกิจรอบใหม่ทั้งหมดก็ได้
.
โอกาสจะมาตอนเกิดการเปลี่ยนแปลงเสมอ
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • สรุปสัมภาษณ์ MrBeast ที่โครตดี แนะนำให้ดู

  • สรุปครบจบในโพสต์เดียว affiliate มัดรวมทุกอย่างที่เราใช้ได้ไว้ที่นี้ อ่านจบเริ่มได้เลย ปีนี้ ต้องฟาดแล้ว

  • Love is courage : ความรักที่แท้จริงคือความกล้าหาญ


ความเห็น

ใส่ความเห็น