เป็นคนพูดไม่ค่อย รู้เรื่องจะพัฒนาได้ยังไง? เคล็ดลับจากอาจารย์ด้านการสื่อสาร Stanford

เป็นคนพูดไม่ค่อย รู้เรื่องจะพัฒนาได้ยังไง? เคล็ดลับจากอาจารย์ด้านการสื่อสาร Stanford

ก่อนอ่านบทความนี้ ลองสังเกตตัวเองดูดีๆนะ
เวลาเราฟังคนบางคนพูด เรารู้สึกว่า “ทำไมคนนี้พูดแล้วเข้าใจง่ายจัง”
.
ทั้งที่บางทีเนื้อหาไม่ได้ซับซ้อน
ไม่ได้ใช้ศัพท์หรู ไม่ได้พูดเร็ว
แต่เรากลับ “อยากฟังต่อ”
.
ในขณะที่บางคนเก่งมาก มีข้อมูลเต็มหัว
แต่พออธิบายออกมาแล้วกลับงง พูดไปเรื่อย คนฟังหลุดไปตั้งแต่นาทีแรก
.
Matt Abrahams อาจารย์ด้าน Communication ของ Stanford
ไปคุยกับ ใน Podcast ของ Dr.Andrew Huberman
.
อ. Matt บอกว่า
“คนส่วนใหญ่คิดว่าการสื่อสารคือการพูด” แต่จริงๆแล้ว
หัวใจหลักการสื่อสาร คือ “การทำให้สมองอีกฝ่ายเข้าใจง่ายขึ้น”
.
และนี่คือ 6 เทคนิค ที่อาจเปลี่ยนวิธีพูด วิธีเล่าเรื่อง และวิธีสื่อสารของคุณไปเลย #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===============================
[1] สมองคน “จำ Story ได้ดีกว่า List”
.
อ. Matt บอกว่า
ปัญหาใหญ่ของคนส่วนใหญ่เวลาอธิบายอะไร
คือชอบ “โยนข้อมูลเป็นก้อน”
.
Bullet point เต็ม Slide
List ยาวๆ
พูดทีละข้อๆ
.
ซึ่งปัญหาคือ
สมองคนไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จำ “รายการ”
แต่มันถูกออกแบบมาให้เข้าใจ “โครงสร้าง”
.
ลองนึกง่ายๆ
เวลาเราดูโฆษณา มันมักจะเป็น Pattern เดิมเสมอ
.
Problem → Solution → Benefit
มีปัญหาอะไรบางอย่าง มีสิ่งหนึ่งเข้ามาแก้ ชีวิตดีขึ้นยังไง
.
หรือแม้แต่หนัง Marvel
ก็ยังใช้ Beginning → Middle → End
.
สมองคนเข้าใจ “เส้นเรื่อง” ได้ง่ายกว่า “ข้อมูลกระจัดกระจาย”
.
อ. Matt บอกว่า Bullet Killed!
หลายครั้ง Slide ที่มี Bullet เยอะๆ
ไม่ได้ช่วยให้คนเข้าใจ แต่มันกำลังฆ่าความสนใจของคนฟังไป
.
เขาเสนอ Framework ง่ายมากอันนึงชื่อ
[What? → So What? → Now What?]
.
What = สิ่งที่ต้องรู้คืออะไร
So What = แล้วมันสำคัญยังไง
Now What = แล้วต้องทำอะไรต่อ
.
อยู่ดีๆข้อมูลที่เคยงง ก็กลายเป็นสิ่งที่สมองจับทางได้ง่ายขึ้น
.
ตรงนี้เบ้นว่าโคตรสำคัญกับคนทำ Content หรือต้องสื่อสารเยอะๆ
หลายครั้งคนไม่ได้เล่า “ไม่เก่ง” แต่แค่ยังไม่ได้ “จัดโครงสร้างความคิด”
————————————-
[2] คนที่พูดเก่งจริง ไม่ได้อยู่ในหัวตัวเองตลอดเวลา
.
อ.Matt พูดเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก
.
ถ้าเรามัวแต่คิดว่า
“ฉันพูดดีไหม”
“ฉันดูแปลกหรือเปล่า”
“คนฟังจะ judge ไหม”
.
เราจะไม่สามารถ “อ่านบรรยากาศของห้อง” ได้เลย
.
Communication ที่ดี
ไม่ใช่การพูดตาม Script เป๊ะๆ แต่มันคือการ “ตอบสนอง” (Reactive)
.
คนฟังงงไหม
เริ่มเบื่อหรือยัง พวกเขาเริ่มสนใจตรงไหน
ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการ การมีสติ และ อยู่กับปัจจุบัน
.
ยิ่งเรากังวลตัวเองมาก สมองเราจะยิ่งหมกอยู่ใน Self-Judgment
จนมองไม่เห็นว่าคนที่ฟังอยู่เขาเป็นยังไงบ้างแล้ว
.
Dr. Andrew Huberman เล่าว่า
เวลาพูด Podcast คนเดียวหน้ากล้อง เขาจะ “จินตนาการว่ามีคนฟังอยู่จริงๆ”
.
เพราะสุดท้าย
Communication ไม่ใช่การพูดใส่กล้อง แต่มันคือการคุยกับ “มนุษย์”
และคนที่สื่อสารเก่งจริง มักไม่ได้โฟกัสว่า “ตัวเองดูยังไง” แต่โฟกัสว่า “อีกฝ่ายกำลังรู้สึกยังไง”
————————————-
[3] การท่อง Script เยอะเกินไป อาจทำให้พูดแย่ลง
.
อันนี้หลายคนอาจงง
.
เพราะเราถูกสอนมาตลอดว่า
“ต้องเตรียมตัวเยอะๆ ต้องจำให้เป๊ะ”
.
แต่ อ. Matt บอกว่า
การนั่งท่องจำทุกคำ จริงๆแล้วเพิ่ม Cognitive Load ภาระหนักให้สมอง
เพราะระหว่างพูด สมองจะคอยเช็คตลอดว่า “พูดตรงกับ Script หรือยัง”
.
แล้วพอหลุดคำเดียว เราจะ Panic จนหลุดหมดเลย
เขาเลยบอกว่า อย่าจำ “ประโยค” ให้จำ “Roadmap”
.
รู้แค่ว่า จุดเริ่มคืออะไร กลางจะพาไปไหน จบยังไง
ที่เหลือให้พูดแบบมนุษย์
.
เบ้นว่าอันนี้อธิบายได้ดีมาก
ว่าทำไมบางคนพูดเหมือน “อ่านข้อความ”
ในขณะที่บางคนพูดแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวากว่าเยอะ
.
เพราะคนฟังไม่ได้อยากฟัง Robot เขาอยากฟังคนจริงๆ มาเล่าให้ฟัง
——————–
[4] วิธีฝึกพูดที่ดีที่สุดอาจเป็นการ “มองดูตัวเองซ้ำๆ”
.
อ.Matt บอกว่า
ทุกครั้งที่นักเรียนเขาพูด Presentation
เขาจะให้ Record ตัวเองไว้ แล้วดู 3 รอบ
.
รอบแรก ฟังแต่เสียง
รอบสอง ดูภาพอย่างเดียว ปิดเสียง
รอบสาม ดูพร้อมกันทั้งหมด
.
และคนที่ทำแบบนี้ จะเห็นสิ่งที่ตัวเอง “ไม่เคยรู้เลย”
.
เช่น
-พูดเร็วเกิน
-ชอบพูด “เอ่อ”
-ยิ้มตอนไม่ควรยิ้ม
-ภาษากายดูปิด
-น้ำเสียงไม่มีจังหวะ
.
อ.Matt เปรียบเทียบว่าสิ่งนี้
“เหมือนการไปหาหมอฟัน” ไม่มีใครอยากไป แต่ทุกคนดีใจที่ได้ไป
.
เพราะการดูตัวเองพูด คือหนึ่งใน Feedback Loop ที่ดีที่สุด
.
Dr.Andrew Huberman เองก็บอกว่า
เขาฟัง Podcast ตัวเองตลอด เพื่อหาว่าตรงไหนควรปรับ
นี่คือสิ่งที่คนเก่งส่วนใหญ่ทำเหมือนกัน เขาไม่ได้เก่งเพราะมั่นใจเสมอ
แต่เก่งเพราะ “กล้าย้อนกลับไปดูข้อผิดพลาดตัวเอง”
———————————————–
[5] คนที่สื่อสารเก่ง ไม่ได้โตจาก Talent แต่โตจาก Reflection
.
อ.Matt มีนิสัยแบบที่จำทุกวัน
ทุกคืนก่อนนอน เขาจะใช้ 1 นาที เขียนว่า
.
-วันนี้สื่อสารอะไรได้ดี
-วันนี้อะไรพลาด
.
แล้วทุกวันอาทิตย์
จะกลับมา Review ทั้งสัปดาห์ แล้ววางแผนว่าจะปรับอะไรต่อ
เขาทำแบบนี้มา 15-16 ปี
.
อ. Matt บอกว่า
“No one thinks their way to better communication.”
ไม่มีใคร “คิด” จนพูดเก่งขึ้นได้
.
Communication คือ Skill แบบเดียวกับ Gym
.
ต้องทำ ต้องพลาด
ต้อง Reflect ต้อง Feedback
คนส่วนใหญ่พลาดตรงนี้ เพราะอยาก “เก่งก่อน” ค่อยเริ่มพูด
.
แต่โลกจริงคือ เราจะพูดเก่งขึ้นได้ หลังจากพูดห่วยมาหลายรอบแล้วต่างหาก
———————————-
[6] คนสื่อสารเก่งที่สุด ไม่ได้ Copy คนอื่น แต่ “Observe คนอื่น”
.
ช่วงท้าย อ.Matt พูดเรื่องที่เบ้นว่า Creator ควรเอาไปใช้มากๆ
.
เขาบอกว่า ให้ดูคนสื่อสารเก่งจากหลายโลก
บางคนใช้ Humor (ตลก)
บางคนใช้ Silence (เงียบ)
บางคนใช้ Energy สูง บางคนพูดนิ่งมาก
.
แล้วให้ “สังเกต” ไม่ใช่ “ลอก”
.
เพราะ Authenticity (เป็นตัวตน) ของเรา
ไม่ใช่การพยายามเป็นคนอื่น
แต่มันคือการเข้าใจว่า “Style ไหนเป็นธรรมชาติของเรา”
.
Dr. Andrew Huberman เองก็พูดว่า
เขาชอบดูคนพูดจากวงการอื่นมากๆ
เพราะบางเทคนิคจากโลก Entertainment
สามารถเอามาใช้กับ Science ได้
.
นี่คือสิ่งที่น่าสนใจของ Communication
.
มันไม่ใช่แค่เรื่อง “พูด” แต่มันคือศาสตร์ของ
จังหวะ พลังงาน Story Emotion Structure และ Psychology ของคนฟัง
————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

-สมองคนจำ Story ได้ดีกว่า List
-Communication ที่ดี คือการช่วยให้สมองอีกฝ่าย “ประมวลผลง่ายขึ้น”
-คนที่อยู่ในหัวตัวเองมากเกินไป จะอ่าน Audience ไม่ออก
-ท่อง Script เป๊ะเกินไป อาจทำให้พูดแข็งและ Panic ง่ายขึ้น
-Feedback ที่แรงที่สุดอย่างหนึ่ง คือการดูตัวเองพูด
-Communication Skill โตจาก Repetition + Reflection + Feedback
-คนพูดเก่งไม่ได้ Copy Style คนอื่น แต่สังเกตและปรับให้เข้ากับตัวเอง
.
สิ่งที่เบ้นชอบที่สุดจากบทสนทนานี้
คือมันทำให้เห็นว่า Communication ไม่ใช่พรสวรรค์ของคน Extrovert
.
แต่มันคือ “ระบบ” ที่ใครก็ฝึกได้
และสุดท้าย คนที่สื่อสารเก่งจริง อาจไม่ใช่คนที่พูดเยอะที่สุด
แต่คือคนที่ทำให้อีกฝ่าย “เข้าใจ รู้สึก และอยากฟังต่อ”
.
ซึ่งในโลกที่ทุกคนกำลังแย่ง Attention กัน
Skill นี้อาจไม่ใช่ Soft Skill อีกต่อไป
แต่มันคือ Survival Skill ของยุคนี้เลยจริงๆ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • กับดักทางจิตวิทยา ที่ Narcissists ชอบใช้ บงการ ปั่นหัว ควบคุม

  • ความโดดเดี่ยวคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับคนที่มี “ความคิดซับซ้อน”

  • ทำไมขายหนังสือเล่มเดิม แต่คนยังซื้อซ้ำๆ


ความเห็น

ใส่ความเห็น