สิ่งที่อยู่ใต้โอกาศของยุค AI  Bloom เบื่อ AI ไม่อยากวิ่งตามตลอดจะมีทางอื่นไหม?

สิ่งที่อยู่ใต้โอกาศของยุค AI Bloom เบื่อ AI ไม่อยากวิ่งตามตลอดจะมีทางอื่นไหม?

ถ้าเราไม่ได้อยากตาม AI เทคโนโลยีขนาดนั้น ยังมีโอกาสอื่นอีกไหม?
(คนที่รวยที่สุดจาก AI อาจเป็น “ลุงเจ้าของบริษัทเดินสายไฟ”ก็ได้)
.
นี่ไม่ใช่บทความ Anti-AI ลองฟังก่อน 555555
.
ช่วงไม่มีกี่วันนี้เบ้นไปออกงานเจอคนหลายวงการมากๆ คนก็ชอบให้เบ้นเล่า Concept การเป็น One Person Business ให้ฟังอยู่เรื่อยๆ
แต่ส่วนใหญ่ คนที่ฟังมักจะพูดประโยคทำนองเดียวกันว่า
.
“ถ้าทำงานกับ AI น่าจะต้องเหนื่อยแน่เลย วิ่งตามความรู้ใหม่ๆตลอดเวลา มีอะไรที่มันไม่ต้องวิ่งตามแบบนี้บ้างไหม”
.
ซึ่งนั้นก็จริง ทุกวันนี้ AI มันเร็วมาก
เร็วแบบที่บางครั้งเรารู้สึกว่า
“แค่หยุดตาม 2 อาทิตย์ ก็เหมือนหลุดจากวงการแล้ว”
.
แล้วถ้าเราไม่อยากตาม AI หละมีหนทาง โอกาสอื่นๆไหม?
ทาง Contrarian Thinking เขาเล่าให้ฟังว่ามันมี Behind The Trillion-Dollar AI Boom ที่ซ่อนอยู่ใต้ยุค AI Bloom นี้
.
คนส่วนใหญ่… กำลังมองเศรษฐกิจ AI “ผิด Layer”
.
มาลองฟังเรื่องนี้ไปด้วยกัน เพราะบทความนี้อาจเปลี่ยนวิธีมองธุรกิจของคุณไปอีกหลายปี #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
—————————
Part 1 : ดินสอแท่งเดียวที่ไม่มีใครสร้างได้คนเดียว
.
ปี 1958 มีนักเศรษฐศาสตร์ชื่อ Leonard Read
เขาเขียนบทความชื่อ I, Pencil
.
เขาพยายามอธิบายว่า
จริงๆแล้ว ไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลก
“รู้วิธีสร้างดินสอทั้งแท่ง” ตั้งแต่ต้นจนจบ
.
ไม้ Cedar มาจาก Oregon
ต้องมีคนตัดไม้ มีคนผลิตเลื่อย
มีโรงงานเหล็ก มีรถบรรทุก
มีน้ำมัน มีคนทำยางรถ มีคนสร้างถนน
.
แม้แต่กาแฟที่คนตัดไม้กินตอนเช้า
ก็ยังมี Supply Chain ของมันเอง
.
ยังไม่รวม Graphite ยางลบ สีเคลือบ โลหะ
และโรงงานอีกหลายสิบประเทศ
.
สุดท้าย ดินสอแท่งนึง
กลับมีคนเกี่ยวข้องเป็น “ล้านคน”
ทั้งที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่า
พวกเขากำลังสร้างดินสอด้วยกันอยู่
.
นี่คือสิ่งที่ Leonard Read พยายามจะบอก
.
เศรษฐกิจจริงๆ ไม่ใช่ระบบที่มีคนควบคุมจากข้างบน
.
แต่มันคือเครือข่ายของคนธรรมดา
ที่กำลังสร้างบางอย่างร่วมกัน โดยไม่รู้ตัว
.
และ AI วันนี้… ก็ไม่ต่างจากดินสอนั่นแหละ
————————-
Part 2 : คนกำลังคิดว่า AI คือ Software
แต่จริงๆ AI คือ “โลกกายภาพ”
.
ทุกวันนี้เวลาเราพูดถึง AI เราจะนึกถึง
ChatGPT ,Gemini ,Claude ,Cursor ,Vibe Coding
แต่ไม่มีใครถามว่า แล้ว AI พวกนี้มันรันอยู่บนอะไร?”
.
AI ไม่ได้ลอยอยู่บนอากาศ
.
มันอยู่บน
Data Center ระบบไฟฟ้า
ระบบน้ำ ระบบระบายความร้อน
คอนกรีต รถขนส่ง คนงานก่อสร้าง Generator Supply Chain
.
ล่าสุด Amazon, Google, Microsoft และ Meta
ประกาศลงทุน Infrastructure AI รวมกันเกือบ
$700 Billion ในปีเดียว
.
ไม่ใช่ 10 ปีนะ “แค่ปีเดียว”
.
ลองคิดภาพตามง่ายๆ
เวลาคนพูดว่า AI จะเปลี่ยนโลก
.
สิ่งที่เขากำลังพูดจริงๆคือ
“โลกกำลังสร้างโรงงานดิจิทัลขนาดมหึมา” ทั่วประเทศ
.
และทุกโรงงานพวกนี้
ต้องใช้
.
ช่างไฟ
ช่างแอร์ HVAC
รถดูดส้วม
คนตีเส้นลานจอดรถ
บริษัทเช่า Generator
คนกำจัดหนู รถขนดิน
คนพิมพ์ป้าย Safety
.
ฟังดูตลกใช่ไหม
.
AI ที่ล้ำที่สุดในโลก
สุดท้ายก็ยังต้องมี “คนมาดูดส้วมไซต์งาน” อยู่ดี 55555

Part 3 : Bits Have an Atoms Problem
.
โลก Digital สุดท้ายหนีโลก Physical ไม่พ้น
AI ที่ฉลาดที่สุดในโลก สุดท้ายก็ยังต้องใช้
ไฟฟ้า น้ำ Cooling Rare Earth Logistics พลังงาน
.
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Infrastructure Paradox
The world’s most advanced technology
requires the world’s most essential trades.
.
เทคโนโลยียิ่งล้ำ
ยิ่งต้องพึ่ง “ของพื้นฐาน” มากขึ้นเท่านั้น
.
คนส่วนใหญ่กำลังมอง Algorithm Layer
แต่เงินจริงจำนวนมหาศาล
อาจกำลังอยู่ที่ Bottleneck Layer
หรือ Layer ที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน และ “ขาดไม่ได้”
เช่น ระบบไฟ Cooling Grid Semiconductor Supply Chain
.
Brad Smith ประธาน Microsoft
ออกมาบอกเองว่า
.
ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทำให้ Data Center โตช้า
ไม่ใช่ AI Model
ไม่ใช่ Chip
.
แต่คือ “ช่างไฟไม่พอ”
.
Electrical Work ช่างไฟ
กินต้นทุนถึง 45-70% ของการสร้าง Data Center ทั้งหมด
.
อเมริกาต้องการช่างไฟใหม่ 300,000+ คน ในอีก 10 ปี
แต่คนเกษียณปีละ 20,000 คน

Google ถึงขั้นลงทุน $15 Million ให้สถาบันฝึกช่างไฟ

ลองคิดดูดีๆนะ
บริษัท AI ที่ล้ำที่สุดในโลก กำลังช่วย “ปั้นช่างไฟ” อาชีพที่ไม่ค่อยมีคนพูด

Part 4 : Hidden Layer ของเศรษฐกิจ
.
ทุก Industry ที่โตแรง จะมี “เศรษฐกิจลับ” ซ่อนอยู่เสมอ
.
ช่วง Gold Rush ปี 1848 ยุคตื่นทอง คนขายพลั่วรวยมากๆ
.
พอ Amazon โต Warehouse และ Logistics โต
พอ Airbnb โต Cleaning Service(ทำความสะอาด) โต
AI โต Infrastructure โต
.
Charlie Munger เรียกสิ่งนี้ว่า Second-Order Effect (เด้งที่สอง)
.
คนส่วนใหญ่มองเห็น“ของที่อยู่ข้างหน้า”
แต่เงินจริงๆ มักอยู่ใน Layer ที่อยู่ “ข้างหลัง”
.
Google Gemini อาจฉลาดมาก
แต่ถ้าไม่มี ช่างประปา รถขุดดิน คนขนขยะ ระบบ Cooling
Gemini ก็ไม่มีที่ให้รัน
.
โลกชอบทำให้เราสนใจสิ่งที่ Sexy
.
แต่เศรษฐกิจจริงๆ
มักถูกสร้างโดยธุรกิจที่ไม่มีคนอยากพูดถึงมัน เพราะมันไม่ Sexy

Part 5 : การสวนทางของ Baby Boomer Exit (โอกาส)
.
ทีนี้ลองคิดภาพตามนะ
.
AI กำลังเติบโตแบบระเบิด
Data Center กำลังถูกสร้างทั่วประเทศ
Demand ของ Infrastructure กำลังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ
.
แต่ในขณะเดียวกัน
เจ้าของธุรกิจ Hidden Layer หลายคน กลับกำลัง “เลิกทำ”
.
Contrarian Thinking เล่าว่า
วันนี้อเมริกามีเจ้าของธุรกิจสายช่าง สายระบบ สาย Service จำนวนมหาศาล
ที่อายุ 60-70+
.
ลุงเจ้าของบริษัทเดินสายไฟ
ลุงเจ้าของบริษัท HVAC
ลุงเจ้าของบริษัทระบบ Cooling
.
หลายคนเปิดมาตั้งแต่ยุค 80s-90s
.
ไม่มี Website สวยๆ
ไม่ได้เก่ง Technology
ไม่เล่น Social Media
ใช้ Spreadsheet เก่าๆ
.
แต่ธุรกิจพวกนี้ กลับสร้าง Cashflow จริงๆ มาหลายสิบปี
และจุดที่น่าสนใจคือ โลก AI วันนี้ กลับต้องการธุรกิจพวกนี้ “มากกว่าเดิม”
.
นี่คือภาพที่โครตแปลก
Demand กำลังขึ้น แต่ Supply กำลังหาย
.
เพราะรุ่น Baby Boomers หลายคน
เริ่มเหนื่อย
เริ่มป่วย
เริ่มอยากเกษียณ
เริ่มไม่อยากบริหารคนแล้ว
.
เขาเรียกว่าสภาวะยุคของ Boomer Exit
.
การที่เจ้าของธุรกิจรุ่นใหญ่ กำลังค่อยๆออกจากระบบ
แต่ปัญหาคือ โลกยังต้องใช้ธุรกิจพวกนี้อยู่
.
นี้อาจเป็นโอกาสที่คนส่วนใหญ่กำลังมองข้ามมันอยู่ไหมนะ?
เพราะคนรุ่นใหม่จำนวนมาก กำลังแย่งกันสร้าง Startup ใหม่
แข่งกันทำ Content สร้างตัวตน Build Software
.
แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาจมีธุรกิจที่
– มีลูกค้าอยู่แล้ว
– มีกระแสเงินสดอยู่แล้ว
– โลกยังต้องใช้
– และโตตาม AI Economy ได้

ธุรกิจพวกนี้เราเรียกมันว่า “Boring Business” ไม่ Sexy ไม่ fancy แต่หาเงินได้จริงๆ
.
เพราะบางที อนาคตของคนรุ่นใหม่ อาจไม่ใช่การสร้าง Unicorn ใหม่จากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดจากยุค Baby Boomer

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

#สรุปแบบลงดาบ
.
คนส่วนใหญ่กำลังมอง AI ผิด Layer
.
ทุกคนกำลังไล่หา
AI App
AI Startup
AI Agent
AI Coding
.
แต่เงินจริงจำนวนมหาศาล
อาจกำลังไหลไปหา ธุรกิจที่ “น่าเบื่อ” ที่สุดแทน
.
แล้วเบ้นเจอ คนยุค Baby Boomer หลายคนที่เขาอยากเกษียณแล้วแต่ลูกไม่ทำต่อ ไม่มีคนทำแทนก็อยากจะขาย อยากจะเลิก แต่ยังหาคนมารับช่วงต่อไม่ได้
.
และในยุค AI
คนที่ชนะอาจไม่ใช่คนที่สร้าง Model ใหม่
.
แต่อาจเป็นคนที่
“ถือธุรกิจคอขวด” ที่โลก AI ขาดไม่ได้
โลกนี้ชอบทำให้เรามองไปที่ของ Sexy
.
แต่เงินจริงจำนวนมาก มักซ่อนอยู่ใน ธุรกิจที่คนไม่ค่อยยอมพูดถึงมัน(เพราะมันทำข่าวไม่ได้ มันทำ Media ไม่ได้)
.
Opportunity ไม่ได้อยู่ตรงที่ทุกคนกำลังมอง แต่มันอยู่ใน Layer ที่ทุกคน มองข้ามหรือเปล่า
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • How to เริ่มสร้าง Brand ปี2025

  • สรุปอาหารที่ทำให้มะเร็งเติบโต ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งใหม่

  • เราไม่ได้ไม่เก่ง เราแค่ไม่เข้าใจความถนัดของตัวเอง


ความเห็น

ใส่ความเห็น