วิธีทำยังให้ช่อง Social Media เติบโตให้โฟกัสแค่ 2 เรื่องนี้ที่เราควรเข้าใจมัน

วิธีทำยังให้ช่อง Social Media เติบโตให้โฟกัสแค่ 2 เรื่องนี้ที่เราควรเข้าใจมัน

การเพิ่มผู้ติดตาม เพิ่มคนดูบน Social Media สำหรับผมมันเป็นง่าย – Dan Koe (วิธีการปั้นช่อง Social Media แบบเข้าใจง่ายๆ)
.
ล่าสุดเมื่อวาน 7 May 2026 Dan Koe เขาพึ่งปล่อยเทคนิคการปั้นช่องให้มีคนติดตามขึ้นมา Dan Koe ตอนนี้มีคนติดตามรวมกันเกือบ 4 ล้านคน
.
– Instagram ~1.7M
– YouTube ~1.37M
– X(Twitter) ~916K+
.
และในปี 2024 Dan Koe ทำรายได้ประมาณ 6.9 ล้านดอลลาร์
(~240 ล้านบาท)
.
แบบแทบไม่มีทีม ไม่มี Office ไม่มีองค์กรใหญ่
One Person Business ล้วนๆ
.
Dan Koe บอกว่า สำหรับผม “การโตบน Social Media มันง่ายนะ”
(อันนี้พี่ Dan ไม่ได้ขิงเลย 5555555)
แต่ Dan บอกผมพูดจริงๆ เขาไม่เคยมีปัยหาเรื่องการเพิ่ม Follower เลย
.
เขาไม่ได้ไวรัลเพราะ Algorithm รัก ไม่ได้มีคนดัน ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก่อน
จริงๆจุดเริ่มต้นของ Dan แม่งล้มเหลวแทบทุกอย่าง 55555
.
“Social Media จริงๆแล้วง่ายกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด”
.
ถ้าเราเข้าใจวิธีคิดแค่สองข้อนี้ก็พอแล้ว มาอ่านกัน
(โพสต์นี้จะเป็นแนว Tactical มากขึ้น
ถ้าคุณไม่ชอบเวลาคนพูดเรื่อง Growth หรือการโตบน Social Media ก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ ไม่มีใครบังคับคุณ 5555 แต่เรื่องพวกนี้มันมี Value จริงๆ)
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
━━━━━━━━━━━━
[0] จุดเริ่มต้น ของ Social Media
Dan เขาเล่าว่าตอนเขาเริ่ม Social Media เขาไม่ได้เริ่มจาก 0
เขาเริ่มตอนที่เขา ทำอะไรเจ๊งมาแล้วเป็น 10 เรื่อง
.
Dan เคยล้มเหลวกับ Digital Art ,Dropshipping ,Agency หลายแบบ
การยิง Ads ,SEO ,Web Design ,Freelance Photography และอีกเยอะมาก (ล้มแบบยับๆ เจ๊งหนักเลย)
.
Dan บอกว่า ตอนเป็นวัยรุ่นเป้าหมายเดียวของเขา คือ
“ทำธุรกิจออนไลน์อะไรก็ได้ให้มันเวิร์ก” เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องทำงาน 9-5 ไปทั้งชีวิต
.
Dan เลย เข้าเรียนมหาลัย เพียงเพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองลองทำพวกนี้ต่อ
.
แต่หลังจากล้มเหลวซ้ำๆ
เรียนมหาลัย 5 ปี
มีหนี้เรียนเกือบ $20,000
สุดท้าย Dan บอกไม่ไหวแล้ว ก็ต้องไปทำ “สมัครงานจริงๆ”
ที่ Agency Web Design
.
แต่แม้อยู่ในงานนั้น Dan ก็ยังรับ Freenlance ต่อ เรียนรู้ต่อไป
แล้ววันนึง Dan ก็เริ่มหาเงินได้เลยลา ออก และนีคือเหตุผลที่ Dan
เริ่มกระโดดเข้าสู่ Social Media แล้ว (โดยเฉพาะ Twitter)
—————-
[1] Social Media is skill not luck

Dan เขาเล่าว่า เขาเห็นนักออกแบบเว็บคนอื่นเขียน Content กันทั้งๆที่ตัวเขาเองก็เขียนได้เหมือนกัน แล้วพวกเขาก็ใช้ Twitter หาลูกค้าได้

จากข้อ [0] Dan บอกว่า “ความล้มเหลวทั้งหมดมันสอนผมเยอะมาก”
.
Digital Art สอนเรื่อง Brand Aesthetic
Facebook Ads สอน Copywriting
Agency สอน Networking กับ Communication
Web Design สอน Funnel Design
.
โดยที่เขาไม่รู้ตัว
เขาค่อยๆเก็บชิ้นส่วนของ One-Person Business ครบหมดแล้ว
.
ดังนั้นตอนเขาเริ่มเขียน Content บน Twitter
ทุกอย่างเลยเหมือน มันเวิร์กเอง
.
หลายคนตอนนี้
Social Media อาจเป็น “ธุรกิจแรก” ของคุณ
.
คุณยังไม่มี Skill ด้าน Marketing
ไม่มี Business Skill
ไม่มีประสบการณ์
.
คุณอาจกำลังติดอยู่ใน “Beginner Hell”
เขียนโพสต์ลงไปว่างเปล่าหัวโล่งๆ
จนเริ่มคิดว่า “Social Media มันเกมของโชค”
.
ซึ่งมันไม่จริงเลย
.
Social Media มันมี Mechanics เหมือนเกม
มันมีระบบ มีคันโยก มี Pattern
.
ถ้าคุณเข้าใจมัน
คุณสามารถ “ควบคุมการเติบโต” ได้ค่อนข้าง Predictable
คุณไม่สามารถแค่โพสต์แล้วหวังให้ไวรัล
.
ปัญหาของมือใหม่คือ
พวกเขาเล่น Social Media ทุกวัน
จนลืมไปว่า “นี่คือทั้งอุตสาหกรรม”
และเป็น Skill ที่ต้องศึกษาอย่างจริงจัง
.
ซึ่งสุดท้ายแล้ว มีแค่ 2 อย่างที่คุณต้องโฟกัสจริงๆ
——————–
[2] คันโยกแรกคือ Attention “หยุดคนให้ได้ก่อน”
.
Dan บอกว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมากเรื่องนี้
.
พวกเขาคิดว่า
ต้องคิดอะไรใหม่ตลอด ต้อง Original ตลอด ต้องไม่เหมือนใคร
.
แต่ความจริง คนบน Social Media ไม่ได้เข้ามาเพื่อหาอะไรใหม่
พวกเขาเข้ามาเพื่อ “ฟังมุมมองใหม่ ในเรื่องที่เขาสนใจอยู่แล้ว”
.
(เหมือนกับบทความนี้วิธีทำช่องโตมีเป็นพันๆบทความแต่เราก็ยังอ่าน)
อันนี้แม่งจริงมาก
.
เวลาเราเข้า YouTube
เราดูคลิป Productivity ซ้ำไหม?
ดูคลิปธุรกิจซ้ำไหม?
ดูคลิปสร้างกล้ามซ้ำไหม?
ทั้งๆที่หัวข้อมันก็คล้ายๆเดิมหมด
.
แต่เราก็ยังดู เพราะเราอยากฟัง
“Version ของ Creator คนนั้น”
.
Dan ยกตัวอย่าง Creator ชื่อ Craig Perry
.
คลิปแรกของเขา 144K views
คลิปสอง 254K views
ลงแค่สองคลิปดังเลยแต่ดูชื่อคลิปของเขา
ชื่อคลิปคือ
1 .How to remember everything you read
2. How to become dangerously self-educated
.
หัวข้อพวกนี้ มีคนพูดเต็ม YouTube
แต่ทำไมมันยังเวิร์ก?
เพราะคนไม่ได้เบื่อ “หัวข้อ”
.
คนเบื่อ “วิธีเล่า”
.
ปี 2019 Dan เคยเขียน Tweet หัวข้อ
“How to get ahead of 99% of people”
.
ปี 2023 Dan รู้ว่ามันเคยเวิร์ก
เลยเอามาทำเป็นชื่อ YouTube Video
.
ตอนนี้มันกลายเป็นคลิปที่วิวเยอะที่สุดในช่องของเขา
1.7 ล้านวิว
.
หลังจากนั้น Mark Manson ก็ใช้ชื่อคล้ายกัน
ได้ 4.7 ล้านวิว
.
Alex Hormozi ก็ใช้ ได้ 1.7 ล้านวิว
.
Tom Bilyeu เปลี่ยนชื่อคลิปเก่าเป็นแบบเดียวกัน
กลายเป็น Outlier 28x
.
เริ่มเห็น Pattern หรือยัง?
พวกเขาไม่ได้ทำ “คลิปเดียวกัน”
.
แต่หัวข้อกว้างๆแบบ
“How to get ahead of 99% of people”
คุณสามารถใส่เนื้อหาอะไรก็ได้
.
คนหนึ่งพูดเรื่อง Skill
อีกคนพูดเรื่อง Productivity
อีกคนพูดเรื่อง Mindset
.
แล้วจะหาหัวข้อที่เวิร์กได้จากไหน?
.
Creator เก่งๆ ไม่ได้โพสต์แค่สิ่งที่อยู่ในหัว
.
แน่นอน บางครั้งก็ทำ
แต่คุณสร้าง Content จากการสุ่มมั่วๆไมไ่ด้
คุณต้องมี Strategy
.
Creator ที่โตเร็ว ไม่ใช่คนที่คิด Topic ใหม่ตลอด
แต่คือคนที่ “หยิบสิ่งที่ตลาดพิสูจน์แล้วว่าเวิร์ก”
มาเล่าในมุมของตัวเอง
.
Dan เรียกสิ่งนี้ว่า Outlier Pattern
หรือพูดง่ายๆคือ “อย่าพยายามฉลาดกว่าตลาด”
ตลาดบอกอยู่แล้วว่าคนสนใจอะไร
.
หน้าที่เราคือ ทำ Packaging ให้คนหยุดดู
Title Hook Thumbnail Opening
ทั้งหมดนี้มีหน้าที่เดียว
“แย่ง Attention”
เพราะถ้าหยุดสายตาคนไม่ได้
ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน ก็ไม่มีใครเห็นอยู่ดี
———-
[3] คันโยนที่สอง – Networking
“Algorithm ไม่ใช่ทางเดียว”
.
คุณอยากได้ Followers ใช่ไหม?
Followers มาจากคนเห็นโพสต์คุณ
แล้วชอบจนกด Follow
.
ถ้า Algorithm เหมือนลอตเตอรี่
คำถามคือ
“เราจะเอาโพสต์ไปให้คนเห็นเองได้ยังไง?”
.
คำตอบคือ
Audience ของคนอื่น
.
ถ้ามีคน Follow 10,000 คน แล้วโพสต์คุณไปโผล่ตรงนั้นล่ะ? นี่คือเหตุผลที่ Brand ยอมจ่ายเงินให้ Creator
.
มือใหม่ส่วนใหญ่
คิดว่า Social Media คือ โพสต์ = รอไวรัล
.
แต่ความจริง
Growth ส่วนใหญ่ตอนเริ่ม มาจาก “Manual Distribution”
หรือพูดง่ายๆคือ “คนอื่นช่วยแชร์”
.
Dan บอกตรงๆว่า
Source ของคนบน Social Media คือ “Audience ของคนอื่น”
นี่คือเหตุผลที่ Brand ยอมจ่ายเงินให้ Creator
เพราะมันคือการเข้าถึง Audience ทันที
.
แต่ Creator ตัวเล็ก
สามารถทำสิ่งเดียวกันได้ฟรี ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “Networking”
.
ซึ่งหลายคนได้ยินคำนี้แล้ว cringe 55555
แต่จริงๆมันไม่ใช่การ Fake เข้าหาคน
.
มันคือการ
– Reply คนที่เราชอบ
– DM ไปชมงานเขาจริงๆ
– แชร์ Resource ให้กัน
– Support กัน
– ช่วยกันดันโพสต์
.
พูดง่ายๆคือ “สร้าง Tribe” (กลุ่มคนที่สนใจเรื่องใกล้ๆกัน)
Dan เรียกสิ่งนี้ว่า Non-needy Networking
.
Dan บอกว่า
ช่วงแรกของการโต 50% คือ Content อีก 50% คือ Relationship
หลายครั้งโพสต์ไม่ได้โตเพราะ Algorithm แต่โตเพราะ “คน”
เพราะสุดท้าย Social Media มันคือ Social จริงๆ
ไม่ใช่แค่ Media
━━━━━━━━━━━━

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
Social Media ไม่ใช่เกมของคนที่เก่งที่สุด
แต่มันคือเกมของคนที่เข้าใจ
Attention Distribution
.
คนส่วนใหญ่พยายามเป็น Original จนไม่มีคนดู
.
ทั้งๆที่ Creator เก่งๆ เขาศึกษาสิ่งที่เวิร์กอยู่แล้ว แล้วเล่ามันในแบบของตัวเอง อย่ารอโชคจาก Algorithm อย่างเดียว
.
สุดท้าย Social Media ไม่ได้มีแค่เรื่อง Content
.
มันคือ
– Distribution
– Relationships
– Packaging
– Psychology
– Attention
.
ทั้งหมดนี้ คือ Leverage ของ Creator ยุคใหม่
คนที่โตเร็วที่สุด ไม่ใช่คนที่โพสต์เก่งที่สุดเสมอไป
.
แต่คือคนที่ “เข้าใจ Attention ของคน และเข้าใจการกระจายตัวของคน”
และนี้คือเกมของ Social Media ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบมันก็คือวิธีของเกมจริงๆ ของ Social Media
.
คนส่วนใหญ่มัวแต่คิดว่า “ต้องคิดอะไรใหม่”
.
แต่จริงๆ เกมนี้คือ
“เอาสิ่งที่คนสนใจอยู่แล้ว มาเล่าในมุมที่เป็นคุณ
และสร้าง Network ให้คนช่วยส่งมันต่อ
.
แค่นั้นเอง

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ป้ายยาหนังสือ เรื่อง Skincare ที่ ไม่ Bias ที่สุด

  • 29 บทเรียนของการเป็นผู้ใหญ่ by Ryan Holiday

  • ถ้าเราอายุยังไม่เกิน 40 ปี ตอนนี้ Technology มีโอกาสจะพาเราไปถึง 120 ปีกันได้แล้ว


ความเห็น

ใส่ความเห็น