เราใช้เงินที่เราไม่มีไปซื้อของ ที่ไม่ได้ต้องการเพื่อไปทำให้คนที่เราก็ไม่ได้ชอบประทับใจ

เราใช้เงินที่เราไม่มีไปซื้อของ ที่ไม่ได้ต้องการเพื่อไปทำให้คนที่เราก็ไม่ได้ชอบประทับใจ

เรากำลังตื่นขึ้นมาทำงานที่เราเกลียดเพื่อไปซื้อของที่เราไม่ได้ต้องการเพราะอยากให้คนที่เราไม่ได้ชอบประทับใจอยู่หรือเปล่า?
.
เมื่อวานเบ้นนั่งดูหนังเรื่อง Fight Club (1999) หลังจากมีคนบอกให้ไปดูมานานแล้ว ปรากฎว่า แม่งโครตมัน 55555555
มันจนไม่ได้เขียนบทความของเมื่อวานเลย ดูไปสองรอบ โดนทุกดอก
.
Quote เด็ดประจำหนังเรื่องนี้คือ
“We buy things we don’t need with money we don’t have to impress people we don’t like.” – Tyler Durden, Fight Club
(เราซื้อของที่เราไม่ได้ต้องการด้วยเงินที่เราก็ไม่ค่อยมีเพื่อทำให้คนที่เราไม่ได้ชอบแม่งประทับใจ)
.
ตอนแรกมันดูเหมือนคำคมเท่ๆ แต่พอคิดดีๆ
นี่มันไม่ใช่ Quote มันคือ “ชีวิตจริงๆของคนส่วนใหญ่”
.
สรุปเนื้อหาสั้นๆ เพื่อให้เข้าใจใน paragraph นี้ (ใครกลัวสปอยข้ามเลยๆ)
ตัวหนังมันเล่าเรื่องของ “คนธรรมดา” ที่ชีวิตดูดีทุกอย่าง
งานดี เงินดี อยู่คอนโดหรู มีชีวิตดีๆในฝันใครหลายๆคน
แต่ปัญหาคือ เขาดันนอนไม่หลับ จนต้องไปเข้ากลุ่มบำบัด
เราถูกสื่อ ถูกสังคม ถูก Marketing
ค่อยๆบอกเราว่า “ชีวิตที่ดีต้องหน้าตาแบบไหน”
ต้องใช้โซฟาอะไร ใช้แบรนด์อะไร แต่งตัวยังไงถึงจะดูดี
แล้วเราก็เชื่อมัน โดยไม่รู้ตัว
แล้วมันก็พาไปสู่ Fight Club
พื้นที่ที่คนมา “ปลดปล่อย” ตัวเอง แบบดิบๆ ไม่เฟค ไม่ต้องสร้างภาพ
และเริ่มสวนกระแสกับโลกทุนนิยมที่เขาเคยเชื่อ
(ไปดูต่อกันเอง โคตรมัน)
.
หนังออกมาตั้งแต่ปี 1999
แต่โคตรแปลก เพราะเนื้อหามัน “ไม่เก่าเลย”
จริงๆแล้ว อาจไม่ใช่เพราะหนังมันล้ำ
แต่อาจเป็นเพราะ “พวกเราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย” 5555555
.
“We are consumers. We are the by-products of a lifestyle obsession.” – Fight Club (1999)
เราเป็นแค่ผู้บริโภคเป็นผลพลอยได้ของโลกที่หมกมุ่นกับไลฟ์สไตล์
.
ลองคิดดูดีๆว่าถ้าเราเอาเด็กทารกคนนึงเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้วไม่ให้เขาได้เสพสื่ออะไรเลย
สิ่งที่เขาอยากเป็นคืออะไร?
ไม่ใช่รวย ไม่ใช่ดัง ไม่ใช่มีของหรู มันง่ายมาก เขาแค่ “มีความสุข”
.
แต่พอเราโตขึ้น เติบโตผ่านสื่อ ผ่านโฆษณา ผ่านสังคม
ความสุขมันเริ่ม “มีเงื่อนไข”
.
เราต้องมีสิ่งนี้สิ เราถึงจะมีความสุข
เราต้องซื้อบ้านหลังนั้น ขับรถคันนี้ ใส่แบรนด์นี้
เราถึงจะมีชีวิตที่ดี
.
เราต้องหาเงินให้ได้เท่านี้
เราถึงจะเรียกว่า “ประสบความสำเร็จ”
.
พอรู้ตัวอีกทีนึงตอนนี้
เราก็เริ่ม “ไล่ตามชีวิตของคนอื่น”
แทนที่จะสร้างชีวิตของตัวเองที่ตัวเองอยากใช้
.
และนี่แหละคือสิ่งที่ Fight Club พยายามจะบอก
โลกมันไม่ได้บังคับเรา แต่มัน “ค่อยๆสอนเราให้เชื่อ”
.
“Advertising has us chasing cars and clothes, working jobs we hate so we can buy things we don’t need.” Fight Club (1999)
(โฆษณาทำให้เราไล่ล่ารถ เสื้อผ้า และยอมทำงานที่เราไม่ได้ชอบเพื่อซื้อของที่เราไม่ได้ต้องการ)
.
มันไม่ได้เอาปืนมาจ่อหัวคุณ
แต่มันทำให้คุณ “อยาก” จนคุณยอมทำทุกอย่างเอง
.
เบ้นพึ่งคุย Whatapps กับ Sean D Souza (คนเขียน Brain Audit) วันก่อน
Sean บอกว่า
“ถ้าเราหาเงินได้เยอะเราก็จะใช้เยอะไปโดยธรรมชาติ พอเราใช้เงินได้เยอะเราก็จะซื้อ บ้านหลังใหญ่ขึ้น รถหรูขึ้น แล้วก็ต้องหาคนมาดูแลของพวกนี้ สุดท้ายเราจะถอยหลังกลับไม่ได้ เพราะการถอยหลังมันคือสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ เกมนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน?”
.
“The things you own end up owning you.” – Fight Club
(ของที่คุณเป็นเจ้าของสุดท้ายมันกลายมาเป็นเจ้าของคุณ)
.
เราไม่ได้แค่ซื้อของ เรากำลัง “ซื้อความรู้สึก”
ซื้อภาพว่า “คุณเป็นใคร” ทั้งๆที่จริงๆภาพนี้มันไม่ควรถูก (ซื้อ) ไปตั้งแต่แรกเราไม่ควรให้สิ่งของมาบอก เราเป็นใคร เราไม่ควรให้ Status ชื่อเสียงมาบอกว่าเราเป็นใคร
.
พอตัดภาพมาวันนี้

มันไม่ใช่แค่ “สิ่งของ” แล้ว
มันคือ Attention Dopamine และ “เวลาชีวิตของเรา”
.
เราไม่ได้แค่ถูกขายของ
เรากำลังถูก “ขายเวลา” ของตัวเองออกไปทุกวัน
.
ตื่นขึ้นมา→ ไถ่มือถือ → ลืมทุกอย่างที่ไถไป → ไถต่อไป
.
Content ถูกตัดให้สั้นลง สมาธิเราก็สั้นลง
AI ถูกสร้างมาเพื่อช่วยเรา แต่สุดท้าย
มันกลับทำให้เรา “เลิกคิดเอง” มากขึ้นเรื่อยๆ
.
เราไม่ได้ถูกบังคับนะแต่เราถูก “ออกแบบ” ให้ติด
.
“The things you own end up owning you.”
– Fight Club (ขยี้อีกที55555)
ของที่คุณเป็นเจ้าของสุดท้ายมันจะกลายเป็นเจ้าของคุณ
วันนี้มันไม่ใช่แค่บ้านไม่ใช่แค่รถ
มันคือ Feed ของคุณ มันคือสิ่งที่คุณดูทุกวัน
และนี่แหละคือ Fight Club ของยุคนี้
.
ไม่ใช่การต่อยกัน แต่เป็นการสู้กับ ความฟุ้งซ่าน
สู้กับค่านิยมสังคมที่บอกว่าชีวิตที่ดีต้องหน้าตาเป็นยังไง
.
Define your own Fun
อย่าให้คนมาบอกว่า ชีวิตที่ดีของเราหน้าตาเป็นยังไง
คำว่าสนุก ไม่ได้หมายถึงการออกไปเที่ยว ออกไปปาร์ตี้
คำว่าสนุก ของเราอาจะไม่ถึงการอยู่บ้านเงียบๆ นั่งจิบกาแฟ
อย่าให้ สังคมมาบอกว่า สนุกของเราคืออะไร เราต้องเป็นคนบอกมันด้วยตัวเราเอง
.
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อยู่ดีเพจเบ้นก็ดันบทความเข้าเพจนี้ขึ้นมาแบบงงๆ
มีคนเห็นเพจนี้เยอะมาก
แล้วเบ้นก็เห็นคอมเมนต์นึงแนวๆนี้บ่อยมาก
“เขียนยาวจัง ขอสั้นๆหน่อยได้ไหม”
ผมเข้าใจนะ
เพราะโลกนี้มัน train เราให้ คิดสั้น เสพเร็วๆ แล้วเลื่อนต่อ
.
แต่ Fight Club มันไม่เคยถูกออกแบบมาให้ “สั้น”
และเพจนี้ก็เหมือนกัน
.
เบ้นโดน รุ่นพี่ Creator ในวงการหลายคนบอกตลอดว่า ทำไมไม่เอาบทความไปทำเป็นคลิป ให้คนอื่น Copy ไปใช้เต็มไปหมดอยู่ได้ 55555
.
แต่เบ้นบอกเลยว่า การดัง หรือ Viral ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของเพจนี้เลย
เพจ Benz Arnun นี้สร้างขึ้นมา เพื่อ Thinking + Focus
มันไม่ใช่ที่ที่ทุกคนจะชอบ แต่มันคือที่ที่ “บางคนอยากหยุดในโลก Social Media ที่วุ่นวายนี้แล้วได้อ่าน(เพื่อพัฒนาโฟกัส) แล้วได้คิดจริงๆ
.
นี่แหละคือ Fight Club ของผม แต่เบ้นจะเรียกมันว่า
‘Focus Club’ ที่นี่เราไม่ได้ต่อยกัน แต่เราสู้กับโลกที่พยายามทำให้เราคิดน้อยลงทุกวัน
.
“It’s only after we’ve lost everything that we’re free to do anything.”
บางที…เราต้องหลุดจากทุกอย่างก่อน ถึงจะเริ่มเลือกชีวิตของตัวเองได้จริงๆ

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


.
คำถามสุดท้ายคือ
คุณกำลัง “ใช้ชีวิตของตัวเอง” หรือกำลัง “ใช้ชีวิตที่ถูกออกแบบมา”
.
อย่าให้สังคมมาบอกเราว่า เราต้องเป็นใคร ต้องทำยังไง ต้องมีชีวิตแบบไหน ตอนนี้เบ้นปิดเทอมจากการทำงานมา 2-3 เดือนแล้ว 55555 ไม่ได้ทำงาน 9-5 แบบคนอื่นๆเลย เราเลือกชีวิตที่เราอยากมีได้ ถ้าเรา 3 อย่างนี้ [ความเชื่อ + ทักษะ + โชค(ที่แปลว่าการไม่หยุดพยายามให้มากพอ)]
.
Fight Club ไม่ได้สอนให้เราต่อต้านโลกแต่สอนให้เรา”มองโลกให้ออก” แยกสิ่งที่เป็นของเรา กับ ของโฆษณาออกจากกันให้ได้
.
และพอคุณเริ่มมองออก
คุณจะเริ่มเห็นเลยว่า
หลายอย่างที่คุณเคยเชื่อ มันไม่ใช่ของคุณตั้งแต่แรก
การไปเที่ยวต่างประเทศ = ชีวิตที่ดี (จริงหรอ?)
ถ้ามีรถคันนี้ = ชีวิตจะมีความสุข (ใช่หรอ?)
ทำคลิปวีดีโอสิ แล้วคุณจะดัง = ดังเพื่อ 55555
.
มันถูกปลูกมา มันถูกสอนมา มันถูกยัดมา
แล้วเราก็ใช้ชีวิตตามมัน โดยไม่เคยตั้งคำถาม
.
จนกว่าจะมีวันนึง ที่คุณเริ่มรู้สึกว่า “มันไม่ใช่”
.
และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของ Fight Clubในชีวิตเราจริงๆ
ไม่ใช่การต่อยกัน แต่คือการ “ตื่น”
.
ตื่นจากชีวิตที่ถูกออกแบบไว้แล้ว
ตื่นจากค่านิยมที่ไม่ใช่ของเรา
ตื่นจากเสียงของคนอื่น
.
แล้วเริ่มถามตัวเองว่า “ชีวิตที่เราต้องการจริงๆมันหน้าตาเป็นยังไง”
(ปรัชญาของชีวิตคุณคืออะไร?
เพราะถ้าคุณไม่เป็นคนตอบคำถามนี้
โลกจะตอบให้คุณเอง
.
และส่วนใหญ่ คำตอบนั้นมันไม่ได้ทำให้คุณมีความสุข
.
“It’s only after we’ve lost everything that we’re free to do anything.”
– Fight Club
บางทีเราต้อง “เสียบางอย่างไปก่อน” ถึงจะได้อิสรภาพกลับมา
.
อาจจะต้องเสียภาพลักษณ์
เสียความคาดหวัง เสียการยอมรับจากคนบางกลุ่ม
.
แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือ “ตัวคุณจริงๆ” และนั่นแหละคือสิ่งที่คุ้มที่สุดแล้ว

และถ้าใครจะอ่านสั้นๆเพื่อเลื่อนผ่านแล้วจะลืมมันทิ้งไป(ที่นี้ไม่ใช่ที่ของคุณ)
แต่คุณอ่านมาถึงตรงนี้ เบ้นบอกเลยว่า
Welcome to Focus Club (ขยิบตา)
กฎของ Focus Club
1.อย่าพูดถึงอ่านสั้นที่เพจนี้ 55555
2.อย่าอ่านแล้วไม่คิดอะไร คิดตามได้ Debate กันได้(แบบปัญญาชน)

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมไม่ควรเสพติดดูคลิปพัฒนาตัวเองผลกระทบมุมของนักจิตแพทย์ในยุคดิจิตอล

  • เทคนิคจิตวิทยาของ CIA’S ที่ทำให้เราเผลอพูดทุกอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว

  • วิธีพัฒนาทักษะ ฝึกคิดบนกระดาษ The top 1% เขาคิดบนกระดาษยังไง


ความเห็น

ใส่ความเห็น