ถ้าจะต้องเริ่มหาเงินตั้งแต่แรก จะเริ่มยังไงดี (ฉบับ Gen Z)
จากงาน BITKUB MEETUP: The GenZeries การเงินดี ไม่มี (Z)เรียส
.
สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคือ
เราคิดว่า “แค่หาเงินเก่ง เดี๋ยวก็รวยเอง”
.
แต่สิ่งที่เบ้นได้จากงานนี้คือ
ต่อให้คุณหาเงินเก่งแค่ไหน
ถ้าคุณยังไม่เข้าใจ “เกมของเงิน” คุณก็จะวนอยู่ที่เดิม
.
วันนี้เบ้นมาเข้าฟังงาน The GenZeries
ชอบไอเดียงานที่เอา น้องภูผา(คุณภูผา อมรกิจจา หรือ Mr.Phoops ) มาเป็นตัวแทนเด็ก Gen Z แล้วมาไล่ถามคำถาม 3 คน
คุณท๊อป จิรายุส , คุณดิว วีรวัฒน์ วลัยเสถียร Investor , คุณซีเค เจิง CEO of Fastwork
.
เหมือนเป็น Lecture สำหรับรุ่นใหม่ที่สอนเรื่องธุรกิจ + การเงิน + วิธีคิด
มาดูกันทีละ Part ครับ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
===========================================
[A] เรื่อง “หาเงินเก่งอย่างเดียวไม่พอ”
คุณดิว วีรวัฒน์ วลัยเสถียร Investor
.
คุณดิวเปิดมาเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนต้องยอมรับคือ
ถ้าตราบใดที่เราใช้เงิน = ที่หาเงินได้ = ยังไงก็ไม่มีทางรวย
นี้เป็นกฎข้อแรกก่อนเลย แต่ยังไม่พอ
คุณดิวบอกว่า แต่ต่อให้หาเงินได้มากกว่าใช้
แต่ถ้า “ยังหา position ของเงินไม่ถูก” ก็ไม่พออยู่ดี
เราต้องหาที่วางเงินให้ถูกทาง
.
คุณดิวบอกว่าสมัยนี้ หาเงินเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงทุนให้เป็นด้วย
.
การลงทุนมีหลายแบบขึ้นอยู่กับความถนัด
และชีวิตมันง่ายขึ้นเยอะตั้งแต่มี AI
.
คุณดิวบอกว่า
“ผมถาม AI เลยว่า หุ้นปันผลตัวนี้ต้องซื้อที่จุดราคาที่เท่าไหร่”
ตอบได้เร็วกว่า Broker อีก (แซวพี่ๆ Broker5555)
.
ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็ได้คำตอบแล้ว
แต่เขาก็ลองเทสถามห่างกันแค่ 5 นาที ผลลัพธ์ก็ไม่เหมือนกันแล้ว
.
แปลว่า AI มันเร็วจริง ดึงข้อมูลมาจริงๆ
แต่เราต้องมีวิจารณญาณด้วยไม่ใช่เชื่อไปหมด(อย่าลืมเช็ค)
.
แล้วพอพูดถึงคนที่เริ่มจาก 0 จะเริ่มยังไงดี?
คุณดิวพูดตรงๆเลยว่า
ถ้ามี 0 บาท แม้งจะสำเร็จได้ไง ไม่มีทุน
.
เขาพูดความจริงแบบไม่ขายฝัน
ถ้าไม่มีเงิน ก็ต้องมี “ความสามารถ” อะไรบางอย่างมาขาย
.
ต้องหาตัวเองให้เจอว่าจะโดดเด่น กว่าคนอื่นได้ไง
อาจจะต้องหา Partner แต่เราต้องมีจุดขายอะไรไปหา Partner ด้วย
.
คุณดิวบอกว่า ต้องค้นพบตัวเองว่า “เราต่างจากคนอื่นยังไง”
ถ้าเราเป็น Standard เหมือนคนทั่วไป ไม่มีใครสนใจ
.
สมมุติ แต่ถ้าเราเป็น Content Creator อันดับต้นๆแบบนี้
Raise fund ได้เลย ใครๆก็อยากลงทุนด้วย
.
คุณดิวบอกว่า คำถามที่โดนถามบ่อยจนเบื่อมากคือ
50,000 หรือ 100,000 จะลงทุนอะไรดี? น้องๆชอบถาม
คุณดิวบอกว่า ต่อให้มี 2 ล้านก็ยังไม่พอเลยในยุคนี้
.
เขายกตัวอย่างธุรกิจ Wrap รถของคุณดิวเอง
ตอนนี้ลงทุนไปแล้ว 30 ล้าน
กำไรล้านกว่าบาท ต้องรออีก 3 ปีถึงจะคืนได้ทุนคืน
และยังไม่รู้ว่าจะได้คืนไหม ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาก็จบเลย
นี่คือโลกจริงของธุรกิจ มันไม่ใช่เรื่องง่าย
.
สุดท้ายสิ่งที่ต้องมีคือ ขยันถูกที่ ขยันถูกเวลา และมีวินัย ซ้ำๆ ให้ถูกจุด
———————-
[B] เรื่อง “สักครั้งในชีวิต ลองแทงกับตัวเอง”
คุณซีเค เจิง CEO of Fastwork
.
คุณซีเคบอกว่า เขามองตัวเองเป็น “นักลงทุน” มาตลอดชีวิต
ทำงานได้เงินมาก็เอาไปลงทุนมาตลอด
.
เขามองโลกเป็น 2 มิติ คือเอาเงินไปลงทุนกับ “คนที่เก่ง”
เช่น Elon Musk ,Larry Page, Jeff Bezos ลงทุนกับคนเก่งๆแล้วรอหุ้นขึ้นไปเยอะๆ
.
มันเหมือนการพนัน แต่เขาเลือกแทงกับคนเก่งเสมอ
แต่คุณซีเคบอกว่า ตั้งแต่เกิดมา
“ผมไม่เคยเอาเงินไปลงพนันกับตัวเองเลยสักครั้ง”
และสิ่งที่เขาทำอยู่คือ การที่เขาเอาเงินตัวเองไปแทงกับความสามารถตัวเองครั้งแรกในชีวิต
.
เขาพูดถึงคนสาย Consult / Investment Banking
ว่าคนพวกนี้เก่งมาก
แต่ใช้ชีวิตให้คำแนะนำคนอื่น โดยไม่เคยทำอะไรของตัวเอง
.
เขาบอกว่าไม่ผิดที่เริ่มแบบนั้น
แต่คุณซีเค ท้าทายว่าสักครั้งในชีวิต อยากให้ลอง “เสี่ยงกับตัวเอง”
เหมือนกับที่เขากำลังทำอยู่ที่ Fastwork เขาเชื่อว่า “เขาเป็นคนที่มีแรงกดดันสูงต้นๆในประเทศไทยนี้”
.
และแรงกดดันของเขาคือ
– ตอนนี้ใช้เงินตัวเองลงเงินกับ Fastwork ไป 300 ล้าน
– ถ้าเขาไปไม่รอด จะเป็น Meme ทั้งประเทศ โดนล้อไปอีกนาน
– เขามี Freelance 7 แสน user, มีพนักงานหลายคนที่เขาไปจีบมาที่เชื่อมั่นในตัวเขา
.
เพราะงั้นจุดที่เขายืนอยู่คือ No Plan B มีแต่ “ทำได้” หรือ “เป็นตัวตลก”
.
แต่เขาไม่ได้พูดเพื่อให้คนชื่นชมนะ
เขาอยากให้ทุกคนลองแทงกับตัวเองสักครั้ง
.
[คุณซีเค ยกตัวอย่างวิธีการหาเงินในยุคนี้]
ถ้าวันนี้ทีมการตลาดอยากรู้ยอดขายแอร์ว่าขายได้เท่าไหร่
บริษัททั่วไปต้องไปถาม BI
.
แต่ถ้าเราเอา Data ไปใส่ Gemini ถาม AI ได้เลย
(พนักงานทุกคนในบริษัทเขาสามารถถามข้อมูลอะไรก็ได้)
.
เขาบอกว่าโมเดลนี้ ถ้าไปขายลูกค้า คิด 20,000 ต่อเจ้า
5 เจ้า/เดือน = 100,000/เดือน
แค่นี้เราก็เริ่มหาเงินได้แล้ว
.
[การเรียนรู้และอีโก้]
คุณ ซีเค อยากให้ลงทุนกับตัวเอง และต้อง Humble พอที่จะเรียนรู้
หลายคน Ego สูงเกินไป ทั้งที่เปิด YouTube ก็เรียนรู้ได้แล้ว
[การทำธุรกิจ Raise Fund ]
คุณซีเค อธิบายว่าถ้าอยากหาเงินได้เราต้องหาคนมาลงทุน
Raise Fund ให้เป็น และการ Raise Fund จะมี 5 Stage
.
Stage 1 : จะมีแค่ Idea กับ Slide เอาไป Present หาคนลงทุน
(ตอนนี้ยัง ไม่ควร Raise เพราะนักลงทุนเขาเสี่ยงจะขอหุ้นเราเยอะมากๆ)
Stage 2 : มี Product แล้ว (ยุคนี้สร้าง Product ง่ายมากๆ )
Stage 3 : มี Revenue ลูกค้าจ่ายเงินจริง (ต้องมีช่องทางจำหน่าย)
Stage 4 : Product Market Fit
Marketing = tax for not good product (การทำการตลาดคือค่าภาษีของสินค้าที่ดีไม่พอ) ใน Stage นี้สินค้าขายได้เองไม่ต้องพึ่งพาการตลาดแล้ว
.
Stage 5 : Scaling – ถ้าเรามาถึง Stage นี้เราควรขอเงินนักลงทุนเพื่อขยาย เพราะเราจะเสียหุ้นน้อยแต่ได้เงินเยอะ เพราะใช้เงินเพื่อขยายย
.
คุณซีเคบอกว่า เขาเป็นคนที่มีทั้ง ความขยัน + Resource (เงิน) เพราะงั้นเขาเลยจะพยายามดึงให้ไปถึง Stage ที่ 5 Scaling ให้ได้แล้วค่อย Raise Fund ถึงตอนนั้นเขาจะได้เปรียบมากๆ
.
คนส่วนใหญ่มักชอบติดอยู่ Stage 1 คิดแล้วก็วนกลับไปใหม่
คุณซีเคบอกให้ระวัง AI ก็มีข้อเสีย มันชอบชมเราเกินจริง (โดยเฉพาะ Chatgpt) ยิ่งชม…ยิ่งหลงว่าตัวเองเก่ง แต่ไม่ลงมือทำ
.
[Product ที่ดีต้องสร้างยังไง]
.
CK บอกว่า ถ้าตอบไม่ได้ ไปซื้อหุ้นดีกว่า ผู้ประกอบการที่ดีต้องคิดได้ว่าเราอยากทำอะไร จะให้คนมาพูดให้กำลังใจ หรือมาบอกให้ทำอะไรแบบนี้ ถ้าคิดแบบนี้อย่ามาทำธุรกิจเลย
.
ถ้าต้องให้คนอื่นมาบอกว่าคุณควรทำอะไร คุณไม่เหมาะจะทำธุรกิจ
———————
[C] เรื่อง “เลือกเกมให้ถูก แล้วอยู่ให้นานพอ”
คุณท๊อป จิรายุส
.
คุณท๊อปบอกว่าความมั่งคั่งประกอบด้วย 3 อย่างด้วยกัน
.
1 Create Wealth – ทักษะในการสร้างเงิน
2 Maintain Wealth – ทักษะในการรักษาเงิน
3 Grow Wealth – ทักษะในการทำให้เงินเติบโต
.
และ Warren Buffett เก่งข้อ 2 และ 3 มาก
.
คนที่รวยจริงต้องทำ 2 และ 3
ไม่มีใครรวยระดับ Forbes จากการหาเงิน(Create)อย่างเดียว
ทั้ง 3 Skill ใช้ความสามารถคนละด้านเลย
[ถ้าต้องเริ่มใหม่ตอนนี้ คุณท๊อปจะเริ่มยังไง?]
ถ้าเป็นเด็กตอนนี้ คุณท๊อปบอกว่าเขาจะเรียน AI ให้เก่งที่สุดในประเทศ
ต้องทำให้พูดถึง AI แล้วคนจำหน้าเราได้
.
แล้วเอาตัวเองไป Raise fund ใช้เงินคนอื่น (OPM)
ถ้าใช้เงินคนอื่น = Infinity ROI
.
เขาบอกว่าเวลาจะระดมทุน ต้องถามว่านักลงทุนต้องการอะไร ไม่ใช่ถามว่าเราต้องการอะไร ต้องหา Network ที่ถูกต้อง (คุณท๊อปเคยเล่าให้ฟังเรื่องคนขายดอกไม้แล้ว เดี๋ยวผม แปะลิ้งที่ผมสรุปไว้ให้ใต้ภาพไว้อ่านต่อได้ครับ)
.
คุณท๊อปเล่าว่าเขาเคยได้เงิน 2,000 ล้าน
จากคนที่รวยมากๆ ที่ต่างประเทศ (ที่รวยกว่าคนที่รวยที่สุดในประเทศไทย)
ให้เงินเหมือนโยนลูกอม แล้วไม่เคยติดต่ออีกเลย ไม่ตามไม่ถามอะไรเลย
.
[คุณท๊อป ถามว่า Money(เงิน) Knowledge(ความรู้) Network(สังคม) อันไหนสำคัญที่สุด ?]
.
เงินหมดได้ ความรู้ล้าสมัยได้ แต่ Network จะพาเราไปรู้สิ่งใหม่เสมอ
(เหมือนที่คุณท๊อปรู้จัก Bitcoin จาก Network)
แต่จะมี Network ได้ เราต้อง “คุยภาษาเดียวกับเขาก่อน”
.
[หมูที่บินได้ถูกที่ถูกทาง]
อีกจุดที่สำคัญมากคือ Industry
.
ถ้าเราอยู่ใน Industry ที่โลกกำลังไป
ต่อให้ไม่เก่งมาก แต่ถ้าอยู่ได้นาน ก็มีโอกาสสำเร็จ
.
คุณท๊อปบอกว่า ถ้าเราอยู่ถูกวงการ มันเหมือน
เอาคนที่เก่งเรื่องโทรเลขที่เก่งที่สุดในโลก มา เจอกับเด็กที่พึ่งฝึก AI ใหม่
ถ้าผ่านไป 20 ปี เด็กที่พึ่งฝึก AI ก็จะชนะได้
เพราะ แม่น้ำมันกว้างขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ต้องเป็นคนที่เก่งมาก ขอแค่อดทนให้ได้นานพอ เดี๋ยวก็เจอ Product Market Fit ของตัวเองได้ และจะชนะได้
ขอแค่เราอดทนให้ถูกวงการให้นานให้มากพอ
Startup มี Unlimited Upside (เติบโตได้ไม่จำกัด)
และหลักคิดคือ As small As cheap As long As possible
อยู่ให้รอดให้นานที่สุด แล้วเราจะได้ชนะ
———————-
[D] เรื่อง “คำถามที่ Gen Z ทุกคนอยากถาม แต่ไม่มีใครอยากตอบตรงๆ”
Mr.Phoops
.
ช่วงนี้คือช่วงที่สนุกที่สุดของทั้งงาน
เพราะเป็นคำถามที่ “ทุกคนคิด” แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าถาม
.
คุณภูผาถามตรงๆเลยว่า
ถ้ามีเงิน 0 บาท จะเริ่มยังไงให้มี 1 แสน – 1 ล้าน
ขอ Step แบบชัดๆ
.
คำตอบที่ได้…ไม่สวยเลย
.
คุณซีเคตอบก่อนเลยว่า ถ้าอยากได้เงินแบบนี้ แต่ยังไม่รู้จะทำอะไร
อย่าทำธุรกิจ
.
เขาบอกตรงมากว่า ถ้าจะทำธุรกิจเพราะอยากได้เงิน 1 ล้าน
แต่ไม่รู้จะทำอะไร “ไปบ่อนที่มาเก๊ายังดีกว่า55555”
.
เพราะธุรกิจ 90% เจ๊งใน 5 ปี
.
มันเลยไม่ใช่เกมของคนที่ “อยากลอง”
แต่มันคือเกมของคนที่ “รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร”
.
คุณซีเคบอกว่า
ถ้าต้องให้เขามานั่งบอกว่า
ควรทำธุรกิจอะไร คุณไม่เหมาะจะทำธุรกิจ
.
เพราะมันแปลว่า คุณยัง “ไม่รู้จักตัวเอง”
แล้วเขาก็โยงไปที่ Warren Buffett
.
Buffett รู้ว่าจุดแข็งเขาคืออะไร เขาบอกว่าจุดแข็งเขาคือ “การรอได้”
.
แปลว่า…การจะชนะในเกมนี้
ไม่ใช่ต้องเก่งที่สุด แต่ต้อง “รู้ว่าตัวเองเล่นเกมแบบไหน”
.
แล้วคำถามต่อที่คุณภูผาถาม ทุกคนคือ
[มหาลัยยังจำเป็นอยู่ไหม? ]
.
คุณซีเคบอกว่า (โดนทัวร์ลงอีกแล้วแน่เลยถ้าตอบอันนี้5555)
ทุกคนอยากรวย อยากสำเร็จ แต่เราต้องเป็น “คนส่วนน้อย”
ลองสังเกตตอนรับปริญญา ทุกคนมีเหมือนกันหมด
.
เพราะงั้นใบปริญญา มันไม่ใช่ตัวการันตีอะไรแล้วในยุคนี้
โดยเฉพาะในโลกที่มี AI ที่เป็น “เป็ดที่เก่งที่สุด”
.
คำถามสำคัญเลยไม่ใช่ว่า คุณจบอะไรมา
แต่คือ “ในโลกที่มี AI ทำได้ทุกอย่างแล้วทำไมผมยังต้องการคุณ”
.
แต่เขาก็ไม่ได้บอกให้เลิกเรียน
เขาบอกว่า มหาลัยคือพื้นที่ให้เรา “ล้มเหลว”
เป็นพื้นที่ให้เราเจอเพื่อนแท้
ซึ่งเพื่อนนี่แหละ…คือทรัพย์สินอันดับหนึ่ง
.
ถ้าวันนึงคุณต้องการหมอ ทนาย หรือ Partner
คุณจะนึกถึง “เพื่อนของเราก่อน”
.
ตรงนี้คุณดิวก็เสริมมุมที่ “กลางและจริงมาก”
เขาบอกว่า อย่างน้อยปริญญาตรีก็ควรมี
แต่ไม่จำเป็นต้องไปเรียนเมืองนอก
.
คุณดิวมองว่าการศึกษาในปัจจุบัน
หลายอย่าง “ล้าหลัง” และปรับตัวช้า โดยเฉพาะเรื่อง “การเงิน”
.
ทั้งที่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่กลับแทบไม่มีสอนในระบบ
.
เขายกตัวอย่างว่า
แม้แต่ครูเองยังมีปัญหาเรื่องการเงิน
สะท้อนว่าระบบมันยังไม่ตอบโจทย์โลกจริง (คุณดิวเลยอยากให้มีเรื่องการเงินสอนในโรงเรียนได้แล้ว)
.
ส่วนคุณซีเคบอกว่า วิชายูทูปแบบนี้ ทำไมไม่มีสอนนะ จนตอนนี้ยูทูปจะกลายเป็นของเก่าแล้ว 555555
.
คุณท๊อปก็เสริมว่า ระบบการศึกษาในอดีต มันสอนให้เรา “กลัวการผิด”
เด็กเก่ง = เด็กที่ทำผิดน้อย
แต่โลกความเป็นจริง
คนที่สำเร็จ = คนที่ “ผิดเยอะที่สุด”
.
มันเลยทำให้คนไทย “เก่ง แต่ไม่กล้า”
และนั่นคือเหตุผลที่ผู้ประกอบการน้อย
.
คุณท๊อปบอกว่าที่ตัวเอง เรียนจบ Oxford มาไม่ได้ใช้ความรู้อะไรเลยที่เรียนมา คุณท๊อปยังพูดอีกว่า ถ้าย้อนกลับไปได้ เขาจะไม่เป็นเด็กหน้าห้องที่ได้ A หมด แต่จะไปฝึก ความอดทน ความเสียสละ ความเป็นผู้นำ และ Skill Set มากกว่านี้
มหาลัยยังจำเป็นอยู่ถ้าเราต้องการ Safety Net ความปลอดภัยทางรายได้ความมั่นคง แต่ถ้าจะเป็นผู้ประกอบการ
.
ส่วนคุณซีเค
บอกว่า regret ของเขาคือ เรียนหนักเกินไป
.
ตอนมหาลัยไม่เคยมีแฟนเลย น่าจะไปใช้ชีวิตให้มากกว่านี้
เพราะมหาลัยเป็นช่วงที่
“ทุกคนยังบริสุทธิ์” ยังไม่ได้มองกันด้วยผลประโยชน์
มันคือช่วงที่ดีที่สุดในการสร้าง connection จริงๆ
.
และเขาทิ้งท้ายไว้ว่า Don’t take education seriously
ไม่ใช่ไม่เรียน แต่ “อย่าเอามันเป็นทุกอย่างของชีวิต”
====================================
ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)
ถ้าคุณจะเริ่มหาเงินตั้งแต่ 0
สิ่งที่คุณต้องเข้าใจก่อนคือ
เงินไม่ใช่เกมของ “ความพยายามอย่างเดียว”
แต่มันคือเกมของ
– การเลือกสนาม (เลือกวงการที่เราจะเข้าให้ถูก)
– การรู้จักตัวเอง (เข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนตัวเอง)
– และการมี leverage (มี Network ที่ดี)
.
คุณดิวสอนว่า หาเงินเก่งไม่พอ ต้องวางเงินให้เป็น
คุณซีเคสอนว่า สักครั้งนึงลองลงทุนกับความสามารถของตัวเอง
คุณท๊อปสอนว่า ให้ไปอยู่ในแม่น้ำที่มันกำลังใหญ่ขึ้น แล้วอยู่ให้นานพอ
.
และคุณภูผา ทำให้เราเห็นว่า คำถามที่เราถาม…มันสำคัญมาก
(มีหลายคำถามที่คุณภูผาถามไปแล้วโดนย้อนว่า ถ้าถามอันนี้อย่าพึ่งทำธุรกิจเลย )
.
เพราะคำถามบางคำถาม มันสะท้อนว่าเราพร้อมเล่นเกมนี้หรือยัง
.
นี้เป็นเพียงเนื้อหาบางส่วน เบ้นจดมาไม่ค่อยทันเท่าไหร่ 55555 เดี๋ยวรอชมคลิปเต็มได้นะค้าบบบ
.
สุดท้ายนี้ขอทิ้งท้ายว่า
การทำธุรกิจไม่ใช่ทางลัด
มันคือเกมของคนที่ รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และยอมรับความเสี่ยงนั้นได้
.
และสุดท้าย ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีเงิน
อย่าพึ่งถามว่า “จะลงทุนอะไรดี”
แต่ให้ถามว่า “เรามีอะไร ที่โลกควรจะลงทุนในตัวเรา”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ





ใส่ความเห็น