กับดักของการฝึก Skill ในยุคนี้ 4 มิติ แห่งการฝึกทักษะให้ไม่เหมือนใคร

กับดักของการฝึก Skill ในยุคนี้ 4 มิติ แห่งการฝึกทักษะให้ไม่เหมือนใคร

กับดักของการฝึก Skill ในยุค AI
ทำไมยิ่งเราฝึกยิ่งจะยิ่งเหมือนคนอื่น แล้ว AI มันจะทำแทนได้จริงหรอ?
.
ทุกวันนี้ Skill เริ่มถูกลดคุณค่ากันไปมากๆ
ดูเหมือนว่า… ใครๆก็สามารถ “เก่งขึ้น” ได้เร็วมาก (จริงไหมนะ)
.
นี้คือ Part 2 จากบทความเรื่อง Upper Limit Problem
ปัญหาที่ของ Skill ยุคนี้ คือ
ยิ่งทุกคนเก่งขึ้น…ทุกคนยิ่งเหมือนกันมากขึ้นโดยเฉพาะในยุคนี้
แล้วเราจะเป็นคนที่ต่างได้ยังไง? มาเข้าใจเรื่องนี้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
=================
Part 1 : [4] ระดับของการฝึกทักษะ [The Big Leap]

จากแนวคิด The Big Leap ของ Gay Hendricks
เขาแบ่งการฝึก Skill ออกเป็น 4 Zone ไล่ตามลำดับ
.
[1] Incompetence – โซนนี้คือเราทำไม่เป็นเลยแบบไม่เข้าใจอะไรเลย
[2] Competence – พอทำได้ เราเริ่มทำได้แล้ว แต่ใครก็ทำแทนได้
[3] Excellence – ทำเก่ง คุณทำได้ดี คุณเริ่มหาเงินได้ และเริ่ม “เหนือกว่าคนทั่วไป”
.
คนส่วนใหญ่พอฝึกทักษะมาถึงระดับนี้เราก็จะเริ่มหยุด
เพราะมันเริ่มรู้สึกว่า “ฉันเก่งแล้ว”
แต่จริงๆแล้ว ยังมีอีกโซน
.
[4] Genius – โซนที่ทำให้หลุดออกจากคำว่าเก่งแต่เป็นตัวเราเองที่เก่ง
คุณไม่ต้อง copy คนอื่นจะจำเราได้ เพราะเป็นตัวตนของเรา

Gay Hendricks เลยบอกว่า คนส่วนมากชอบติดอยู่ที่ Zone [3] Excellence ซึ่งจริงๆมันก็ดีนะ แต่นี้มันคือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามันเพียงพอแล้ว แต่บังเอิญว่าไอเจ้า AI มันดันโผล่เข้ามาด้วยสิ


Part 2 : พอยุค AI มา…ทุกคนเลยไปกองอยู่ Zone [2,3]

เมื่อก่อนการจะขึ้นมาถึง Zone [3] Excellence หรือ [2] Competence
มันไม่ได้ง่าย
– ต้องลองผิดลองถูก
– ต้องใช้เวลา ต้องฝึกซ้ำๆ
– ต้องผ่านช่วงที่ “กากมากๆ”
.
แต่วันนี้… AI ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้นแบบผิดปกติ
.
– เขียนไม่เก่ง → AI ช่วยจัดโครงให้
– คิดไม่ออก → AI สรุปให้
– ยังไม่เข้าใจ → AI อธิบายให้
.
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

คนจำนวนมากถูก “ดันขึ้นมา Zone [2],[3] พร้อมกันๆ”
แล้วส่วนใหญ่ Story ที่คนชอบบอก หรือเอามาขายคอร์สคือ
.
AI SLOP ในยุคนี้คือ AI จะมาทำแทนเราได้ เหมือนมีพนักงานทุกตำแหน่ง
เย้ มันดู สวยหรู มันดู ​Perfect ใช่ไหม
.
เดี๋ยวเบ้นจะดับฝันพวกแกเอง 55555 นี่คือจุดที่น่าสนใจมาก
.
เมื่อก่อน “คนเก่ง” คือของหายาก
แต่วันนี้ “ความเก่ง” กลายเป็นของที่ผลิตได้
.
พอทุกคนขึ้นมาอยู่ตรงนี้พร้อมกัน มันเลยเกิดสิ่งนี้ ในสื่อบ้านเรา
.
– คนเขียนคล้ายกัน ใช้ Template เหมือนๆกัน
– พูดคล้ายกัน ใช้ศัพท์เหมือนกันๆ
– คิดคล้ายกัน Framework ก็เหมือนกันอีก
เห็นปะสื่อเวลาโปรโมทแทบจะคล้ายๆกันหมดเลย ทำไมอะ?
.
เพราะทุกคนใช้
– แหล่งข้อมูลเดียวกัน
– framework เดียวกัน
– และ AI ตัวเดียวกัน
.
นี่แหละคือ moment ที่ ยิ่งเรา Up Skill เรายิ่ง
“เหมือนคนอื่นมากขึ้น” (อ้าววว555)
ละเรื่องนี้ เบ้นไม่ได้กาวคิดเอาเองด้วยนะ ไปดูกันต่อใน Part 3
(มาๆยิ่งเขียนยิ่งมัน55555)
—————
Part 3: AI พาคนไปกองจาก Good เป็น Average
.
ล่าสุดมีงานจาก Harvard Business Review ออกมาเมื่อ March 16, 2026 (เดี๋ยวเบ้นแปะลิ้งใต้ภาพ)

เขาทดลองเอา AI ไปช่วยคิด “กลยุทธ์ธุรกิจ”
ผลลัพธ์ที่ได้คือ : ฟังดูดี ,มันมีเหตุผลและใช้ได้จริง
.
แต่มันเหมือนกันหมด เขาเรียกสิ่งนี้ว่า “Trendslop”
เพราะมันคือคำตอบที่มาจาก
– สิ่งที่กำลังฮิต
– best practice
– สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ
.
ถ้าเอามาโยงกับ 4 Zone ของ Gay Hendricks มันแปลว่า
AI กำลังพาทุกคนมากองที่ Zone [2] , Zone [3] ได้เร็วขึ้น
แต่ปัญหาคือ
.
Zone [2,3] กำลังกลายเป็น “ค่าเฉลี่ยใหม่ของโลก”
.
แปลว่าอะไร? แปลว่า สิ่งที่เมื่อก่อนเรียกว่า “เก่ง” วันนี้กลายเป็น “ค่าเฉลี่ย”
แต่ๆ ไม่ได้แปลว่า AI Agent พวกนี้มันจะไม่จำเป็นนะ
มันจะช่วยเราทำงาน Boring Task (งานเอกสารน่าเบื่อๆ) ได้

แต่ทีนี้พอคนมากองกันหมด คนส่วนใหญ่ก็ติดอยู่ใน Zone 2,3
พอไปนานๆเข้าๆ ทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมด แล้วเราไปไงต่อกันดี
ใจเย็นๆ ไม่ได้ให้ทุกคนมาอ่านให้ท้อๆ 555555
——————-
Part 4 : แล้วจะไป Zone [4] Genius ยังไงดี (ของจริงอยู่ตรงนี้)

โอเค ตอนนี้เราเห็นภาพแล้วว่า
– AI พาทุกคนขึ้น Zone [2],[3] ได้ง่าย
– Zone [3] กำลังกลายเป็น “ค่าเฉลี่ย”
– และคนส่วนใหญ่จะเริ่ม “เหมือนกันหมด”
.
คำถามจริงๆคือ แล้วเราจะหลุดออกจากกองนี้ยังไง?
คำตอบมันไม่ใช่ “ฝึกเพิ่ม” แต่คือ “ฝึกให้ต่าง”
.
Naval Ravikant เคยพูดไว้ว่า ในยุค AI Slope แบบนี้
“In an age of infinite leverage, judgment becomes the most important skill.”

ในโลกที่ AI ทำให้ทุกอย่าง leverage ได้หมด
“เขียนก็ได้ คิดก็ได้ สร้างก็ได้”
สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยไม่ใช่ Skill แต่คือ “Judgment”
.
หรือก็คือ “Taste”
.
Taste คืออะไร? ไม่ใช่แค่รสนิยมสวยๆงามๆ
แต่มันคือ
– คุณเลือกอะไร
– คุณตัดอะไรทิ้ง
– คุณรู้ว่าอะไร “เป็นตัวเราจริงๆ”
.
AI สร้าง option ให้เราได้เป็นร้อย
แต่สิ่งที่มันทำไม่ได้คือ “เลือกสิ่งที่ใช่ที่สุด เป็นตัวเรามากที่สุด”

ลองนึกภาพผู้กำกับ ผู้กำกับที่เก่งจะกำกับหนังได้ดีหนังสือสนุกแบบนี้คือ ผู้กำกับ Zone [3] Excellence ทำหนังได้ได้ี
.
แต่ถ้า ผู้กับที่เป็น Zone [4] Genius
เราดูหนังเขาเราจะรู้เลยว่าอันนี้คือสไตล์ของเขา เขาตีความเอง เขาทำแบบที่ไม่เหมือนใคร
.
มันไม่ใช่เรื่องเก่งกว่า แต่มันคือ “เลือกได้เฉียบกว่า & เป็นตัวเองได้ดีกว่า”
.
และนี้คือ [5] Steps ในการพัฒนา Skill เราให้เป็น Zone of Genuis
.
[1] ใช้ AI เป็น “เครื่องทุ่นแรง” ไม่ใช่ “เครื่องตัดสินใจ”
ให้มันช่วยคิด แต่สุดท้ายคุณต้องเป็นคนเลือก อย่าให้ AI เลือก คุม Taste ไว้
.
[2] หยุดถามว่า “อันไหนดีที่สุด” แล้วเริ่มถามว่า “อันไหนเป็นเราที่สุด” (มันดีหมดแหละ)
.
[3] กล้าทำสิ่งที่ “ไม่ optimize” เพราะของที่ optimize จะ converge
(คือมันจะไหลไปเหมือนกันหมด)
แต่ของที่เป็นคุณ มันจะ diverge (คือมันจะเริ่มแตกออกมา)
.
[4] กล้าทิ้งบางอย่างใน Zone [3] แม้มันจะทำเงินได้ ข้อนี้สำคัญมาก
เพราะถ้าคุณไม่ทิ้ง คุณจะไม่มีพื้นที่ไป Zone [4] เหมือนผู้กำกับไม่เอาวิธีกำกับหนังที่ดีทุกแบบมารวมกัน
What Got You Here Won’t Get You There

[5] Cross-Domain พยายามเอา Skill หลายๆอันมา Stack กันข้าม Domain เพื่อทำให้เราแตกต่างจาก Excellent

ถ้าเราทำตาม ขั้นตอนนี้ได้ในระยะยาวเราจะหลุดออกจาก Zone 2,3 ได้ไปสู่ Zone 4
=======================

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
AI จะทำให้คุณ “เก่งขึ้นได้เร็วมาก”
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็จะทำให้ ทุกคนเก่ง “ในแบบเดียวกัน”
.
แต่ๆ ฟังก่อนนะ ก่อนที่คุณจะบ้าบิ่นไป Zone of Genuis [4] ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่อยู่ แบบที่เล่าไปใน Part 1 : เราต้องไล่ลำดับการฝึก Skill ก่อน
.
เราต้องเข้าใจก่อนว่าของที่ดี Excellence น่าตาเป็นยังไงแล้วเราค่อยลดความผิดพลาดลง จนเราเริ่มสร้างเส้นทางของตัวเองได้เป็น Zone [4]
.
จะข้ามขั้นนะเครไหมทุกคน อย่าพึ่งอีโก้ 555555

.
และในโลกที่ทุกคนเก่งขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่หายากที่สุด ไม่ใช่ Skill แต่คือ “Taste”
.
เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด
แต่เราต้อง “เลือกทักษะให้เป็นตัวเองที่สุด”
.
สมัยที่เบ้นรับ ยิง Ads ให้ลูกค้า สิ่งที่ลูกค้าจ้างเบ้นไม่ใช่เบ้นยิง ads เทพ แต่เป็นเพราะ เบ้นสามารถ ช่วยมองกลยุทธ์ธุรกิจลูกค้าได้ด้วย บาง Phase ก็ไม่ควรยิง Ads มันเป็นสิ่งที่วิ่งไปพร้อมกัน มันเลยกลายเป็น จุดขายเรา
.
แบบนี้มันก็ทำให้เราแตกแตกกลายเป็น Zone ใหม่
เพราะสุดท้าย AI จะทำแทนคุณได้ ในทุกอย่างที่ “เหมือนคนอื่น”
แต่จะไม่มีวันแทนคุณได้ ในสิ่งที่ “เป็นคุณจริงๆ”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ก่อนจะผ่าตัดหมอคนนี้จะไปเล่นเกม และมันทำให้ผ่าตัดเก่งขึ้น 42% (ความลับสมอง)

  • ไปดูบริษัทกว่า 150 แห่งที่ใช้ AI ทำงานมา สรุปว่า เราต้องโฟกัสไปที่งานไหนที่ได้ไปต่อ

  • NVIDA’s เปิดตัว NemoClaw (สนับสนุน Openclaw ความปลอดภัยเต็มระบบ)


ความเห็น

ใส่ความเห็น