วิธีฝึกสมองให้ฉลาดขึ้นในยุต AI ต้องเปลี่ยนระบบการฝึกใช้สมองใหม่

วิธีฝึกสมองให้ฉลาดขึ้นในยุต AI ต้องเปลี่ยนระบบการฝึกใช้สมองใหม่

วิธีการฝึกสมองให้เราฉลาดขึ้นในยุค AI
(เราต้องเปลี่ยนวิธีการฝึกสมองใหม่)
.
ใน TEDxAmman – “Train Your Brain To Get Smarter”
Dina Halaseh นักจิตวิทยาการศึกษาและ brain trainer ออกมาเล่าว่า
เราควรเข้าใจวิธีการพัฒนาความฉลาดกันใหม่ในยุคนี้
.
เราโตมาในระบบการเรียนที่เอา facts มาเขียนบนกระดาน
แล้วให้เด็กท่อง
ถ้าจำได้ = ฉลาด
ถ้าจำไม่ได้ = ไม่เก่ง
.
แต่ปัญหาคือตัดภาพมาวันนี้
วันนี้เราอยู่ในโลกที่ข้อมูลหาได้ในไม่กี่วินาที
มือถือก็หาได้ AI ก็หาได้
.
สิ่งที่โลกต้องการตอนนี้
เลยไม่ใช่คนที่จำข้อมูลได้เยอะที่สุด
แต่เป็นคนที่ ใช้ข้อมูลเป็น
วิเคราะห์เป็น โฟกัสเป็น และคิดต่อยอดเป็น
.
และนี่คือ 3 ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาสมองในยุคนี้
ที่ทำให้เราเห็นว่า ความฉลาดอาจไม่ใช่พรสวรรค์ตายตัว
แต่มันคือสิ่งที่ฝึกได้ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————
[1] เราไม่ได้ถูกสอนให้ “ใช้สมอง”
เราแค่ถูกสอนให้ “จำ”
.
Dina ชวนเราย้อนกลับไปในห้องเรียน
ครูเขียนข้อมูลบนกระดาน แล้วเราต้องจำทุกคำ
.
พอถึงเวลาสอบ
ใครจำได้ = ฉลาด
ใครจำไม่ได้ = โชคร้าย
.
นี่คือ framework ที่ทำให้หลายคนโตมาพร้อมความเชื่อว่า
ตัวเองไม่เก่งพอ
.
แต่ในโลกวันนี้ ที่ข้อมูลอยู่ในมือถือ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การจำ
แต่คือการ โฟกัส วิเคราะห์ เชื่อมโยง และใช้ข้อมูลนั้น
.
ปัญหาคือ ตลอดชีวิตเที่เรียนมาเราแทบไม่เคยถูกฝึก skill เหล่านี้จริงๆ
——
[2] สมองไม่ได้จำสิ่งต่างๆ ผ่านการท่อง
แต่มันจำผ่าน “ภาพและเรื่องราว”
.
Dina พิสูจน์เรื่องนี้ด้วยการทดลองง่ายๆ
.
เธอให้จำรายการของ(แบบในรูป)
‘นม ไข่ ขนมปัง ชีส แอปเปิล ไก่ ข้าว มะเขือเทศ กาแฟ น้ำผลไม้ ไอศกรีม’
.
ถ้าให้ท่องแบบนี้หลายคนจะท่องแทบไม่ได้เลย
Dina เธอเลยบอกให้ลอง “จินตนาการเป็นเรื่อง” แบบนี้
.
นมถูกเทแล้วกระเด็น
หยดหนึ่งกลายเป็นไข่
ไข่แตกใส่ขนมปัง
ต้องเอาไปล้างในแม่น้ำชีส
แอปเปิลกลายเป็นเรือ
มีไก่นั่งแล้วโปรยข้าว
ข้าวชนมะเขือเทศ
มะเขือเทศระเบิดเป็นกาแฟ
จะล้างแต่กลายเป็นน้ำผลไม้
สุดท้ายไปกินไอศกรีม
.
ถ้าเราจำแบบนี้คนในห้องนั้นจำได้แทบทั้งหมด
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เวทมนตร์
.
แต่คือสมองทำงานตามธรรมชาติของมัน
คือจำภาพ ความแปลก และความเชื่อมโยง
ไม่ใช่คำแห้งๆ ที่แยกออกจากกัน
———————-
[3] ถ้าฝึกสมองได้ แปลว่า “ความฉลาดก็เพิ่มได้”
.
Dina เล่าเรื่องเด็กคนหนึ่งชื่อ Sammy
ตอนอายุ 9 ขวบ
.
เขามีปัญหาหนักมาก
อ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ โฟกัสไม่ได้ อ่อนคณิตศาสตร์มากๆ
.
และสิ่งที่เขาพูดกับตัวเองบ่อยๆคือ “ผมโง่”
.
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
แต่มันคือ moment ที่เด็กคนหนึ่งเริ่มเชื่อว่า ตัวเองไม่มีทางเก่งได้
.
แต่สิ่งที่ Dina ทำคือ เธอ “ฝึกสมอง” ของน้อง Sammy
.
ฝึกทุกวัน โฟกัสจุดอ่อนทีละด้าน (พยายาให้ฝึกแบบข้อ [2])
จาก เด็กที่เคยพูดว่าตัวเองโง่ กลายเป็นพูดว่า “ผมคืออัจฉริยะ”

และตอนนี้ เขาเรียนต่อด้านวิศวะ
นี่คือหลักฐานตรงๆว่า
หลายครั้งปัญหาไม่ใช่เราไม่เก่ง
แต่คือเราไม่เคยฝึกสิ่งที่ต้องใช้จริง
—————
[4] สมองต้องถูกฝึกเหมือนกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ปล่อยให้ใช้ไปวันๆ
.
Dina บอกให้เรา treat your brain like a muscle (ใช้สมองเหมือนกล้าม)
.
เราทุกคนเข้าใจว่า ถ้าอยากแข็งแรงต้องไป gym
แต่กับสมอง เรากลับใช้มันทุกวัน โดยไม่เคย “train”
.
เธอแนะนำง่ายๆ
ใช้เวลาเล็กน้อยทุกวัน
ฝึก focus, memory ,logic ,speed
.
เริ่มจากสิ่งที่ยาก ทำจนง่าย แล้วเพิ่มความยาก ขึ้นไปเรื่อยๆ
มันคือหลักเดียวกับการสร้างกล้าม คือ consistency (ความต่อเนื่อง)
ไม่ใช่ทำครั้งเดียวหนักๆ
—————-
[5]ในยุค AI คนที่ได้เปรียบจริง อาจไม่ใช่ “คนที่รู้เยอะที่สุด”
แต่คือ “คนที่สมองถูกฝึกมาดีที่สุด”
.
เมื่อก่อน Knowledge ถูกใช้เป็นตัววัดความเก่ง
แต่วันนี้ knowledge กลายเป็นของที่เข้าถึงง่ายมาก
.
สิ่งที่เริ่ม ขาดแคลนขึ้นทุกวันคือ
Attention
Focus
Working memory
การคิดเชิงตรรกะ
ความสามารถในการจัดการข้อมูลจำนวนมาก
และการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นการตัดสินใจ
.
พูดอีกแบบคือ
ในโลกที่ทุกคนเปิด AI ได้เหมือนกัน
ความต่างจะไม่ได้อยู่ที่ใคร search เก่งกว่า
แต่อยู่ที่ใครใช้สมองตัวเองร่วมกับเครื่องมือได้ดีกว่า
.
================

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

#สรุปแบบลงดาบ
สิ่งที่น่าสนใจใน Ted Talk นี้ คือเขา กำลังพูดถึง competitive advantage แบบใหม่ของมนุษย์
.
ไม่ใช่จำได้เยอะ แบบยุคที่แล้ว เมื่อก่อนใครเข้าถึง Knowledge ได้ดีกว่าจะโครตได้เปรียบแต่พอมาตอนนี้
เราต้อง พัฒนาวิธีคิดของเราให้ได้ดี โฟกัสได้นาน เชื่อมโยงเก่ง
และเข้าใจวิธีการฝึกตัวเองให้เป็น
.
ลองมุมการศึกษาเวลาเราสอบ เราต้องท่องไอเดียต่างๆเข้าไปตอบเพื่อวัดความเข้าใจ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในยุคนี้ เบ้นคิดว่า วิธีการวัดผลการสอบอาจจะเปลี่ยนเป็นการ Build อะไรสัก Project ขึ้นมาแทน (หรืออนาคตอาจจะมีไอเดียที่ดีกว่านี้)
.
สิ่งที่ผมชอบใน TEDx นี้
ไม่ใช่แค่ประโยคที่บอกว่าเราฉลาดขึ้นได้
แต่มันคือการรื้อความเชื่อเก่าๆ ที่หลายคนถือมันมาทั้งชีวิต
.
หลายคนไม่ได้หยุดพัฒนา เพราะสมองไปต่อไม่ได้
แต่หยุดเพราะเคยมีใครบางคน หรือระบบบางแบบ
ทำให้เชื่อว่า ตัวเองคงได้แค่นี้
.
ทั้งที่จริงๆ บางทีเราไม่ได้แพ้เพราะไม่เก่ง
เราแค่ยังไม่เคยฝึกสมองอย่างถูกวิธี
.
และนั่นอาจเป็นข่าวดีที่สุดของคนที่เคยคิดว่าตัวเองไม่ฉลาด
เพราะถ้ามันฝึกได้ ก็แปลว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • จะทำยังไงให้ลูกค้าเชื่อถือถ้าเราเป็นมือใหม่

  • วิธีทำให้สมองสงบในตอนที่เราเครียด เข้าใจประสาทวิทยา ไม่ใช่การฝืนตัวเอง

  • ชีวิตเรามันสั้นมาก ๆ และวิธีใช้มันให้ดี ชีวิตไม่มีรอบซ้อม มีแต่วันนี้เท่านั้น


ความเห็น

ใส่ความเห็น