ปัญหาจริงๆของการที่เราไม่มีเงินเก็บ มีรายได้มากขึ้นแต่ชีวิตเหนื่อยเหมือนเดิม

ปัญหาจริงๆของการที่เราไม่มีเงินเก็บ มีรายได้มากขึ้นแต่ชีวิตเหนื่อยเหมือนเดิม

อย่าพึ่งเลื่อนผ่าน ขอเวลา 5 นาที
(ถ้าคุณเคยรู้สึกว่า “เราหาเงินได้มากขึ้น แต่ชีวิตไม่ได้ดีขึ้นเลย”)
.
David Bach (ผู้เขียนสายการเงินชื่อดัง) บอกว่า
มีคนจำนวนมากที่เงินเดือนขึ้นจาก 50,000 เป็น 100,000
แล้วก็ยังจนเหมือนเดิม จาก 100,000 ไป 200,000 ก็ยังไม่เหลือ
.
แต่มีคนอีกหลายๆคนที่มีรายได้ธรรมดาแต่ค่อยๆมีอิสรภาพทางการเงินขึ้นเรื่อยๆ และนี้ [5] บทเรียนที่จะทำให้คุณออกจากลูปปัญหาการเงินนี้ได้
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
========================================
[0] การเป็นเศรษฐี มันไกลแค่ไหนกันแน่?
ใน The Diary of CEO Podcast
Steven Bartlett เขาเล่าว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนว่า
ตอนนั้นเขาทำงาน Call Center มีหนี้อยู่ประมาณ £7,000 ถ้าเขาได้มาฟังเนื้อหาวันนี้เขาคงคิดว่า “การเป็นเศรษฐีมันโคตรไกลตัวเลย”
.
มันไม่ใช่แค่อยาก แต่มันรู้สึกเหมือน มันไม่ใช่โลกของเรา เพราะในความเป็นจริงคนในสังคมทุกวันนี้แค่หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวให้พอ ยังยากเลย
คำถามที่ Steven Bartlett ถาม David Bach คือ
มันเป็นไปได้จริงๆไหมสำหรับคนธรรมดา “ที่จะมีอิสรภาพแบบไม่ขายฝัน”
และนี้คือสิ่งที่ David บอก
=============
[1] คนส่วนใหญ่ไม่ได้จนเพราะหาเงินน้อย
แต่จนเพราะ “ชีวิตขยายตามรายได้” เร็วเกินไป
.
David Bach บอกว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า
รายได้ที่มากขึ้น ไม่ได้แปลว่าเราจะรวยขึ้นโดยอัตโนมัติ
.
หลายคนพอหาเงินได้มากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การลงทุนเพิ่ม
แต่เป็นการ “อัปเกรดชีวิต”
.
มือถือดีขึ้น บ้านแพงขึ้น กินดีขึ้น เที่ยวมากขึ้น สมัครนู่นนี่เพิ่มขึ้น
.
สุดท้ายแล้ว เงินที่ควรจะกลายเป็นทรัพย์สิน
กลับไหลออกไปเป็น lifestyle หมด
นี้คือสิ่งที่เรียกว่า Lifestyle Creep
.
รายได้เพิ่ม 2 เท่า
ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 2 เท่า
สุดท้ายเงินที่เหลือ = เท่าเดิม
.
นี่คือเหตุผลที่มีคนจำนวนมาก
แม้รายได้จะเข้าโซนสูงแล้ว
แต่ก็ยังรู้สึกเหมือน “วิ่งอยู่บนลู่วิ่ง” ที่ไม่จบสิ้นสักที
———————————————-
[2] ปัญหาจริงไม่ใช่ขาดวินัย แต่คือ “ไม่มีระบบที่บังคับให้เงินเหลือ”
.
อันนี้เป็นจุดที่น่าสนใจมาก
เพราะคำแนะนำการเงินส่วนใหญ่ชอบพูดเรื่องวินัย
ต้องอด ต้องคุม ต้องห้ามใจ ต้องจดรายจ่าย
.
แต่ David Bach บอกว่า
คนส่วนใหญ่ไม่ได้ชนะเกมการเงินด้วยวินัย เขาชนะด้วย “ระบบอัตโนมัติ”
.
พูดง่ายๆคือ
อย่ารอให้สิ้นเดือนแล้วค่อยดูว่าเหลือเท่าไหร่ แต่ให้ “ตัดก่อนใช้”
เพราะถ้าคุณหวังจะเก็บจากเงินที่เหลือ สุดท้ายมักจะไม่เหลือ
.
ลองคิดดูว่า เวลาเราได้เงินเดือนมา รัฐบาลไม่เคยถามเราว่า
สะดวกจ่ายภาษีไหม แต่หักไปก่อนเลย
.
เพราะเขารู้ว่า ถ้าปล่อยให้คนถือเงินไว้ก่อน สุดท้ายอาจไม่มีอะไรเหลือให้เก็บ
.
[ ผมขอเสริมจาก David Bach ]
เทคนิคที่เบ้นใช้ทุกเดือนคือ เบ้นจะมีกระเป๋าตังประมาณ 6-7 กระเป๋า (เอามาจากหลักการ 6 Jars ใครสนใจไปดูเพิ่มได้ค้าบ)
โดยกระเป๋าแต่ละใบจะเป็นงบต่างๆเช่น งบซื้อเสื้อผ้า งบซื้อหนังสือ
.
ทุกๆเดือนเราจะเติมเงินกระจายเข้าไปใน 7 กระเป๋านี้ แล้วเราจะใช้เงินตามในกระเป๋านี้ ถ้าเงินไม่พอก็ต้องรอกระเป๋านี้โดนเติมเข้าไปเดือนหน้า ]
.
ถ้าเราไม่สร้างระบบหักก่อน เงินจะหายไปก้อนใหญ่ๆจนเรา งงว่าอ่าวเงินหายไปไหน 555555
—————————————-
[3] หนึ่งในกฎที่ทรงพลังที่สุด คือ “จ่ายให้ตัวเองก่อน”
.
นี่คือแนวคิดที่เป็นหัวใจของคลิปนี้เลย
.
เขาเรียกมันแบบจำง่ายมากว่าเก็บ “รายได้ชั่วโมงแรกของวัน” ไว้ให้ตัวเอง
.
ถ้าคิดเป็นตัวเลข มันอยู่ประมาณ 12–14% ของรายได้
.
หมายความว่า
ก่อนที่คุณจะเอาเงินไปจ่ายค่าเช่า ค่ากิน ค่าผ่อน ค่าของที่อยากได้
คุณต้องกันส่วนหนึ่งไว้ก่อนเพื่ออนาคตตัวเอง
.
ไม่ใช่เก็บจากสิ่งที่เหลือ แต่เก็บตั้งแต่ต้น
ประโยคนี้ดูง่าย แต่จริงๆมันเปลี่ยน mindset เยอะมาก
.
เพราะคนจำนวนมากใช้ทั้งชีวิต จ่ายให้ทุกคนก่อน
จ่ายหนี้ จ่ายบัตร จ่ายบ้าน
จ่ายสังคม จ่ายภาพลักษณ์ จ่ายความอยาก
.
แต่ไม่เคย “จ่ายให้ตัวเองในอนาคต” เลย
.
สิ่งที่ David Bach กำลังบอกก็คือ
ถ้าคุณไม่ทำให้ตัวเองเป็นคนแรกที่ได้เงิน คุณจะเป็นคนสุดท้ายเสมอ
เพราะงั้นเอา รายได้เรามาหารเป็นรายชั่วโมงแล้วกัน ชั่วโมงแรกของทุกวันจ่ายให้ อนาคตของเราก่อน Pay Yourself First
———————-
[4] ความมั่งคั่งของคนธรรมดาส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากทริคซับซ้อน

David Bach บอกว่า ความมั่งคั่งมันมาจากการที่เราเอาเงินไปเก็บไว้ในอะไรที่มันเติบโตได้ แค่นั้นเลย
.
สำหรับมุมของ David Bach คือ หุ้น (Stock Market)
และ อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) อันนี้น่าจะเป็น Context ที่ USA เราลองปรับให้เข้ากับบ้านเราดูนะครับ
.
คนจำนวนมากเสียเวลาไปกับการพยายามประหยัดเก่งขึ้น
แต่ไม่เคยทำให้เงินตัวเองเข้าไปอยู่ใน asset ที่มันงอกได้
.
ยิ่งนานยิ่งเห็นชัดว่า คนที่อยู่ในเกมของสินทรัพย์
กับคนที่อยู่แค่ในเกมของรายได้
ปลายทางไม่เหมือนกันเลย
.
คนกลุ่มแรกค่อยๆมี equity
มีพอร์ต มีทรัพย์สินที่โตเอง
.
อีกกลุ่มทำงานหนักเท่ากัน แต่ทุกอย่างจบที่ค่าใช้จ่ายรายเดือน
.
นี่คือความต่างระหว่าง “หาเงินเก่ง” กับ “สร้างฐานะเก่ง”
—————
[5] คนส่วนใหญ่ไม่ได้พลาดเพราะ “ไม่รู้” แต่พลาดเพราะ “คิดว่าเดี๋ยวค่อยเริ่ม”
.
นี่คือกับดักสุดท้ายที่คนส่วนใหญ่ติด และน่าจะมีหลายคนอ่านบทความนี้ ก็คิดว่าอาจจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
.
แต่ชอบคิดว่า รอให้รายได้มากกว่านี้ก่อน ขอให้พร้อมกว่านี้ก่อน แล้วค่อยเริ่มเก็บ เริ่มลงทุน
.
แต่ความจริงคือ ยิ่งเรารอนานมากเท่าไหร่ เกมนี้ยิ่งยากขึ้น
เพราะสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในเรื่องการเงิน ไม่ใช่จำนวนเงิน แต่คือ “เวลา”
.
ความน่าเศร้าจริงๆคือ ยิ่งเราโตขึ้น เราจะยิ่งมีเรื่องให้ใช้เงินมากขึ้น แปลว่า เราควรจะทำระบบ เงินของเราเลยตั้งตอนเรายังไม่มีเงินมาก(ไม่งั้นเดี๋ยวเหตุผลใหม่ๆมันก็จะโผล่มาเรื่อยๆอยู่ดี)
.
และนี่คือเหตุผลที่ คนธรรมดาหลายคน ค่อยๆกลายเป็นคนมีอิสรภาพทางการเงิน โดยที่ไม่ได้มีรายได้มหาศาลอะไรเลย
.
เพราะเขาไม่ได้รอ เขาแค่ “เริ่มตั้งแต่วันนี้”
และปล่อยให้เวลาทำงานแทนเขา
=====================

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

-รายได้ที่มากขึ้น ไม่ได้ทำให้คุณรวยขึ้น
-ถ้าชีวิตคุณขยายตามรายได้ทันที คุณจะติดลูปเดิมตลอด
-วินัยไม่พอ ต้องมี “ระบบอัตโนมัติ”
-กฎสำคัญคือ Pay Yourself First
-ความมั่งคั่งสร้างจากเอาเงินไปเก็บไว้ที่ๆมันเติบโตงอกได้
-และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “เริ่มให้เร็ว”
.
ในชีวิตจริงๆเราไม่ได้มีพลังงาน + เวลา มากขนาดมานั่งจัดการคิดเรื่องเงินทุกเดือนขนาดนั้น สิ่งที่เราต้องมีคือ ระบบ กระจายเงิน ไปตามที่ต่างๆทุกเดือน (อย่าลืมกระเป๋าฉุกเฉิน)
.
สิ่งที่บทเรียนนี้กำลังบอกเรา ไม่ใช่ว่าคุณต้องหาเงินให้เก่งขึ้น
แต่มันกำลังบอกว่า “เราต้องหยุดปล่อยให้เงินไหลผ่านชีวิตไปเฉยๆ”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • สรุปงานวิจัยคนใช้ AI ไปกับงานประเภทไหนบ้าง และงานประเภทไหนบ้างที่แทบไม่เคยถูกใช้

  • เรายังจำเป็นต้องเรียนเขียนโค้ดอยู่ไหม? มาฟังมุมมองของ CEO Claude AI

  • จิตวิทยาคนที่หุ่นดีตั้งแต่อายุ 16 วิธีการเป็นคนหุ่นดีและทำธุรกิจดี


ความเห็น

ใส่ความเห็น