ถ้าคุณอายุไม่ถึง 40 โพสต์นี้อาจช่วยคุณได้ ผมอายุ 42 และนี่คือบทเรียนที่ชีวิตสอนผม

ถ้าคุณอายุไม่ถึง 40 โพสต์นี้อาจช่วยคุณได้ ผมอายุ 42 และนี่คือบทเรียนที่ชีวิตสอนผม

42 Lessons ที่คนอายุ 42 อยากบอกคุณตอน 30
(บางข้อคุณจะไม่อยากฟัง…แต่ต้องฟัง)
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
.
ชีวิตเราไม่ได้ล้มเหลวเพราะเราทำผิดพลาด
แต่ส่วนมากมันพังเพราะ
“เรารู้อยู่แล้วว่าควรทำอะไร…แต่ไม่ทำ”

Mark manson เขามาแชร์ 42 บทเรียนชีวิตที่เขาได้เรียนรู้ในวัย 42ปี
และบทเรียนเหล่านี้อาจจะช่วยประหยัดเวลาคุณได้ 10 ปี
===========
[1] สิ่งที่คุณกลัวที่สุด = สิ่งที่สำคัญที่สุด
ยิ่งกลัว ยิ่งต้องทำ เพราะมันคือ direction ของ growth

[2] ความสัมพันธ์ดีๆ จะมา
ก็ต่อเมื่อคุณอยู่คนเดียวแล้ว “โอเคกับตัวเองจริงๆ”

[3]ความมั่นใจไม่ใช่ความเก่ง
แต่คือ “การชอบตัวเองแบบไม่ต้องขอโทษใคร”

[4] Self-discipline = Self-care ระดับสูงสุด
ไม่ใช่ spa ไม่ใช่พักผ่อน แต่คือ “ทำสิ่งที่ควรทำ ทั้งที่ไม่อยากทำ”

[5] คนที่โกรธตอนคุณตั้ง boundaries (มีจุดยืน)
คือคนที่เคยได้ประโยชน์จากคุณ “ไม่มี boundaries”

[6] คุณไม่ได้ขาด motivation
คุณแค่ “ทนความเจ็บไม่ได้มากพอ”

[7] ทุกบทเรียนสำคัญในชีวิต
มาจาก “ความเจ็บปวด” ไม่ใช่ความสะดวกสบาย

[8] การไม่ทำอะไรเลย แพงกว่าการทำผิดเกือบทุกครั้ง

[9] ความแข็งแกร่งไม่ใช่การแข็งกระด้าง
แต่คือ “การที่เราโดนทำร้ายแล้ว แต่เรายังเลือกเป็นคนดี”

[10] ครอบครัวสอนเราสิ่งเดียวที่สำคัญมาก
คือ “รักคนที่เราไม่ได้ชอบ”

[11] ชีวิตไม่ได้ง่ายขึ้น คุณแค่ “เก่งขึ้นในการแบกมัน”

[12] Procrastination(ผลัดวัน) ไม่ใช่ขี้เกียจแต่มันคือ “คุณกลัว”

[13] ไม่ใช่ทุกปัญหาต้องแก้ บางอย่างแค่ “ต้องรู้สึกมัน”

[14]ชีวิตแม้งจะซัดคุณจนคว่ำอยู่ดี
คำถามคือ…คุณจะลุกกลับมาซัดมันไหม

[15] Emotional intelligence บางทีคือ “การเงียบ”

[16] โตขึ้นจะรู้ว่าปล่อยให้คนอื่น “คิดว่าเขาถูก” ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ

[17] เพื่อนจริงๆ คือคนที่ยอมให้คุณเกลียดเขาเพื่อให้ “อนาคตคุณดีขึ้น”

[18] ถ้าตัวคุณตอน 8 ขวบมาเจอคุณตอนนี้เขาจะ “ภูมิใจ” ไหม

[19] Self-awareness แบบไม่ลงมือทำ
คือ “การหลอกตัวเองแบบ advanced”

[20] Healing เริ่มตอนที่ “ความ toxic ไม่ใช่ comfort zone ของคุณอีกต่อไป”


[21] บรรพบุรุษคุณรอดสงคราม โรคระบาด ความอดอยากมาได้
แต่คุณแพ้เพราะนั่งไถมือถือแล้วนั่งเปรียบเทียบตัวเองกับคนแปลกหน้า?

[22] คุณไม่ต้องการมากขึ้นคุณต้อง “ตัดสิ่งที่ไม่สำคัญออก”

[23] คุณคุยกับตัวเองแย่เกินไป ลองพูดกับตัวเองเหมือนเพื่อนดู

[24] Grief(ความโศรกเศร้า) = คือหลักฐานว่าคุณเคยรักใครสักคนจริงๆ

[25] Freedom เริ่มตอนที่ คุณ “เลิกอยากให้คนอื่นชอบ”

[26] มีแค่ 3 อย่างที่เปลี่ยนชีวิตคุณ
Love / Discipline / Loss (ความรัก/วินัย/การสูญเสีย)


[27] Moment ที่ดีที่สุดในชีวิต
ตอนมันเกิด…มันจะดู “ธรรมดามาก”

[28] อย่ารอเหตุการณ์ใหญ่ๆมาทำให้คุณมีความสุข มันจะไม่มาหรอก คุณต้องมีความสุขตั้งแต่ตอนมีเหตุการณ์เล็กๆ (เช่นคุณอ่านโพสต์นี้)

[29] Maturity = ยอมทนสิ่งที่ไม่ชอบ เพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า

[30] อย่าโทษตัวเองในอดีต เพราะตอนนั้นคุณ “ยังไม่รู้”

[31] คุณไม่สามารถสร้าง self-worth จากการ copy คนอื่น

[32] ถ้าคุณโตขึ้นแล้วมีคนไม่ชอบดีแล้ว…เขาไม่ใช่คนของคุณ

[33] คุณไม่ต้อง prove อะไรให้ใครรวมถึงตัวเองด้วยนะ

[34] คนที่ทำให้ mental health คุณพัง ไม่ใช่ soulmate

[35] หยุดถามว่า “เขาจะคิดยังไงกับเรา” แล้วถามว่า “เขาควรค่าให้เราสนใจไหม”

[36] คนที่พยายามให้ทุกคนชอบ สุดท้ายจะ “ไม่รู้ว่าตัวเองคือใคร”

[37] การใช้ชีวิตตามความคาดหวังคนอื่นคือการ “ยกชีวิตคุณให้เขาใช้”

[38] ความรัก/คู่ชีวิต คือ decision ที่ leverage สูงที่สุดในชีวิต


[39] Motivation เป็นแค่ feeling
แต่คนที่สำเร็จคือคนที่ “ทำต่อทั้งที่ไม่อยากทำ”

[40] การ move on ไม่ใช่การลืม แต่คือ “ยอมรับ แล้วเดินต่อ”

[41] ปัญหาหลายอย่างในชีวิต
คือ “ผลลัพธ์ของความฝันเก่าที่คุณเคยอยากได้”

[42] ไม่มีใครมาช่วยคุณ
ชีวิตคุณ = ความรับผิดชอบของคุณ 100%

======

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
คนส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะ “ไม่รู้” แต่แพ้เพราะ “รู้แล้วไม่ทำ”
.
เราฟังคลิป อ่านโพสต์ ดู podcast แล้วรู้สึกว่า
“กำลังพัฒนา” แต่จริงๆแล้ว เรากำลัง “หนีสิ่งที่ควรทำ”
.
ชีวิตมันไม่ได้ต้องการ motivation เพิ่ม
มันต้องการ “การลงมือทำ ทั้งที่ยังกลัว”
.
และวันไหนที่คุณเข้าใจจริงๆว่า จะไม่มีใครมาช่วยคุณ
No one come to save you
ตอนนั้นแหละคุณจะได้ใช้ชีวิตของคุณจริงๆ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าคุณสามารถบอก”ความจริงที่โหดร้ายที่สุด” กับตัวเองตอนอายุ 16 ได้แค่หนึ่งเรื่อง คุณอยากจะบอกอะไร?

  • ล้มกี่ครั้งก็ได้ขอแค่เราลุกขึ้นมาใหม่ แนวคิดนี้อาจจะทำร้ายเราได้มากกว่าที่คิด

  • ผมใช้มา 100 Apps คัดเหลือ 5 ตัว ที่ดีจริงๆ นี้คือ 5 Productivity Apps ที่ผมใช้ทุกวัน


ความเห็น

ใส่ความเห็น