จะหาเงินก้อนแรกในปีนี้ต้องเข้าใจ เรื่องนี้ ถ้ายังวิ่งไล่ค่าใช้จ่ายอย่าเพิ่งพูดเรื่องธุรกิจ

จะหาเงินก้อนแรกในปีนี้ต้องเข้าใจ เรื่องนี้ ถ้ายังวิ่งไล่ค่าใช้จ่ายอย่าเพิ่งพูดเรื่องธุรกิจ

ใครไม่เคยมีเงินก้อนเลย (ลองมาฟังวิธีคิดเรื่องนี้ก่อน)
.
inbox classic ส่วนใหญ่ คำถามที่ผมได้จากน้องๆหลายคนที่ชอบทักเข้ามาคุยเรื่องการเริ่มทำธุรกิจ อยากมีเงินเก็บหลักล้านบ้าง มักชอบมาถามว่า
.
“ต้องทำอะไรถึงจะมีรายได้เพิ่ม มีโอกาสทำเงินเพิ่ม ทำธุรกิจไอเดียไหนดี?”
.
ซึ่งถ้าคิดตาม Logic ก็เป็นเรื่องที่ Make sense คือ
อยากมีเงินเยอะๆ = ต้องทำธุรกิจ ต้องหาเงินเพิ่ม
.
แต่ Alex Hormozi บอกตรงข้ามเลย
สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การหาเงินเพิ่ม แต่คือการ “หยุดพังเงินที่เรามีก่อน”
.
ถ้าใครยังไม่มีเงินก้อนเลย ชีวิตยังวิ่งตามค่าใช้จ่ายอยู่ แล้วอยากมีเงินก้อน ลองอ่านบทความนี้ต่อๆ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังแบบทีละ Step แบบง่ายๆเลย
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
=============
Part 1 : ปัญหาไม่ใช่คุณหาเงินไม่ได้ แต่คุณ “ไม่มีเงินเหลือ”
.
หลายคนคิดว่า ชีวิตยังไปไม่ถึงไหน เพราะรายได้ยังน้อย (ถ้ารวยก็จะดีกว่านี้)
.
แต่ Alex บอกว่า ปัญหาจริงๆมันคือ “ยิ่งเราหาเงินมาได้มากขึ้นเราจะยิ่งใช้เงินมากขึ้น” (อันนี้คือสิ่งที่ทุกคนเจอ)
.
สุดท้ายเลยติด loop เดิม หา → ใช้ → เหลือศูนย์ → เริ่มใหม่
.
ต่อให้เราหาเงินเก่งขึ้น
ถ้า pattern นี้ยังอยู่ เราก็จะไม่มีวันมีเงินก้อนเลย
.
นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมาก
รายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ชีวิตไม่เคยหลุดจากจุดเดิมเลย
.
(เมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อนเบ้นคนนึงเงินเดือน 15,000 เขาบอกกับเบ้นว่าถ้าเขาหาเงินได้ 1 แสน/เดือน เขาคงจะโครตสบาย และมีความสุข
.
เบ้นเลยให้คำแนะนำเพื่อนคนนี้ให้ทำตามทุกอย่างที่บอก และเขาทำตาม
.
ตัดภาพมาวันนี้ เพื่อนคนนั้นได้เงินก้อนนั้นแล้ว และมาบอกเบ้นว่า “แม้งรู้สึก เงินไม่พอใช้ เหมือนตอนเงินเดือน 15,000 เลย” รายจ่ายเขางอกขึ้นไปอีก)
.
เพราะสิ่งที่เพิ่ม ไม่ใช่เงินเก็บ แต่คือ “ค่าใช้จ่าย”
คำถามที่เราควรแก้จริงๆ ตอนนี้คือ ถ้าเราไม่มีเงินเหลือตอนนี้แปลว่าถ้าเราหาเงินได้มากขึ้น เราก็จะไม่มีเงินเหลือเหมือนเดิม
==============
Part 2 : เงินก้อนแรกคือการซื้อ พื้นที่(Space) ในหัวคืนมา

Alex Hormozi บอกว่า ช่วงที่เขารู้สึกว่า “รวยที่สุด” ในชีวิต
ไม่ใช่ตอน exit บริษัท ไม่ใช่ตอนได้เงินหลายสิบล้าน
แต่คือตอนที่มีเงิน 100,000 ดอลลาร์อยู่ในบัญชี
.
เพราะนั่นคือครั้งแรกที่เขาหยุดกลัววันพรุ่งนี้
เขาบอกว่าเขาไม่ต้องคิดเรื่อง หาเงินมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าบ้านแล้ว

Step แรกที่ Alex บอกคือ Cut all costs (ไม่ใช่หาเงินเพิ่ม)
.
กินให้น้อยลง (ไม่ใช่หรูขึ้น)
ใช้ของที่มี (ไม่ใช่ซื้อใหม่)
อยู่ให้ถูกที่สุด ตัดทุกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
.
อันนี้สำคัญมาก เพราะเวลาเรายังไม่ secure เรื่องพื้นฐาน
เราจะพูดเรื่อง vision เรื่อง mission เรื่องเปลี่ยนโลก ได้ก็จริง
แต่ลึกๆสมองมันยังคิดแค่ว่า พรุ่งนี้จะรอดไหม
.
แต่ถ้าคิดดีๆ ถ้าเรายังไม่มีเงินเหลือ เราจะไม่มี “กระสุน” ไปยิงอะไรเลย
.
ไม่มีเงินลอง ไม่มีเงินพลาด ไม่มีเงินเรียน ไม่มีเงินซื้อเวลา
เราควรจะใช้เวลาไปกับการคิดว่าจะหาเงิน(แบบชัวร์ๆมายังไง) ให้เราลงมือทำแล้วแล้วเราได้เงินแน่ๆ เพื่อหาก้อนแรกนี้มาให้ได้ก่อน
———
Part 3 : งานประจำไม่ได้ฆ่าฝันเรา แต่เวลาที่ละลายหายไปทุกวันต่างหากที่ฆ่า
.
หลายคนชอบโทษ 9–5 ว่าเป็นตัวขวางชีวิต
แต่ Alex บอกว่า “ไม่ใช่”
.
คุณยังมีเวลาอีก 2 ก้อน
ตี 5 – 9 โมงเช้า ,5 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่ม ตอนเย็น
รวมแล้ว 8 ชั่วโมงเต็ม
.
คำถามคือ เราใช้มันไปกับอะไร
.
มือถือ ความเหนื่อย scroll แบบไร้จุดหมาย หรือคำว่า “เดี๋ยวค่อยเริ่ม”
.
Alex บอกว่าเหตุผลที่เขาตื่นเช้า ไม่ใช่เพราะมันดู productive
.
แต่เพราะมันคือช่วงเดียว ที่เขาจะ “ทิ้งระยะจากคนอื่นได้”
คนที่เริ่มจากศูนย์
ไม่ได้ชนะด้วยทรัพยากร แต่ชนะด้วย “การใช้เวลาที่คนอื่นปล่อยทิ้ง”
(ทุกวันนี้ยังเห็น Alex ตื่น 4:30 อยู่เลย)
—————–
Part 4 : โฟกัสไม่ได้เกิดจากการเพิ่ม แต่เกิดจากการ “ลบ”
.
Focus is not about doing more
it’s about doing less, but deeper
.
คนส่วนใหญ่พยายามเพิ่มทุกอย่าง
แอปใหม่ ระบบใหม่ to-do list ใหม่ AI ตัวใหม่ๆ
.
แต่สุดท้ายก็ยังฟุ้งเหมือนเดิม
.
เพราะสิ่งที่ฆ่า output จริงๆคือ “การสลับไปมาทั้งวัน”
.
Alex เลยแบ่งเวลาให้ดูแบบเข้าใจง่ายๆ ใน 1 วันเราต้องมี [2] Time
.
[1] Maker time = สร้าง
คิด เขียน ทำคอนเทนต์ เรียน skill
.
[2] Manager time = ตอบ
แชท เมล โทร ประชุม
.
และกฎสำคัญคือ 4–6 ชั่วโมงแรกของวัน ต้องเป็น Maker
.
เพราะถ้าวันเราเริ่มจากการตอบคนอื่น วันนั้นเราจะไม่ได้สร้างอะไรเลย
———————-
Part 5 : อย่าคิดไอเดีย ให้ดูว่า “คนจ่ายอะไรอยู่แล้ว”
.
หลายคนเริ่มธุรกิจจาก สิ่งที่ “อยากทำ”
.
แต่ Alex บอกว่า ให้เริ่มจาก สิ่งที่ “คนจ่ายอยู่แล้ว”
.
B2B
ธุรกิจเขาจ่ายอะไรซ้ำ
ads / content / sales / funnels
.
B2C
เปิด statement ตัวเอง
ดูว่าเราจ่ายอะไรซ้ำ
.
เพราะสิ่งที่คนจ่ายซ้ำ คือ pain ที่เขายอมเสียเงินแก้
.
แล้วโฟกัสแค่ 1 skill 1 กลุ่มลูกค้า 1 ช่องทาง
ทำไปจนมันเวิร์คจริง
.
ไม่ใช่แตกหลายอย่างตั้งแต่วันแรก
เพราะยิ่งซับซ้อนเร็ว ยิ่งหลงทางเร็ว
————-
Part 6 : คุณไม่ได้เรียนรู้ คุณแค่ “เสพข้อมูล”
.
Alex บอกว่า learning จริงคือ same condition, new behavior
การเรียนรู้จริงๆคือ อยู่ในสถานการณ์เดิม แต่ “เราทำไม่เหมือนเดิมแล้ว”
ถ้ายังใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน ต่อให้ดูคลิปอีก 100 คลิป
สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะเหมือนเดิม
.
สิ่งที่ทำให้คนเก่ง
ไม่ใช่ 10,000 ชั่วโมง แต่คือ 10,000 feedback loops
.
ทำ → พลาด → ดูผล → ปรับ → ทำใหม่
วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะพาเราเก่งขึ้นจริง
.
และทางลัดที่เร็วที่สุด “ให้ถามคนที่เคยผ่านมาก่อนว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ” มันจะช่วยให้เราไม่ต้องลองผิดทุกอย่างเอง
———————-
Part 7 : คนส่วนใหญ่จะเละตอน “เริ่มหาเงินได้”
.
นี่คือจุดตายจริงๆ “รายได้เพิ่ม ค่าใช้จ่ายเพิ่ม” (เหมือนเพื่อนเบ้นใน Part 1)
.
รถดีขึ้น ห้องดีขึ้น กินดีขึ้น เที่ยวดีขึ้น
สุดท้ายกลับมาที่ศูนย์เหมือนเดิม
.
Alex เล่าว่า ตอนเขาทำเงินได้ 20,000$/เดือน เขายังอยู่ห้อง 400$
.
เพราะเขาไม่ได้อยาก “ดูรวย” เขาอยาก “รวยจริง”
.
You want to be rich not look rich
———————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
Hero story ส่วนมากที่เราได้ยินมาคือ ไม่มีเงินแล้วเขา All in กับไอเดียอะไรบางอย่างจนประสบความสำเร็จขึ้นมา

แต่ในความเป็นจริง usecase นั้นเป็นส่วนน้อยมากๆ
เพราะช่วงแรกที่เราหาเงินไม่ได้ เพราะเราไม่เข้าใจว่า
คนจ่ายเงินให้กับอะไร อะไรทำให้คนซื้อ
.
ทีนี้พอเราไม่เข้าใจ เราก็เอาไอเดียเราไป risk กับเงิน&เวลา ก้อนน้อยๆของเรา ทำให้อัตราการล้มเหลวมันสูงขึ้นเรื่อยๆ (เพราะเราไม่มีความเข้าใจ)
.
สรุปแบบเข้าใจง่ายทำตาม [4] steps นี้เลย
[1] ในช่วงต้นเราเลยควรเอาเวลาไปแลกเงินก่อน เพื่อให้ได้เงินชัวร์ๆ
[2] พอเราได้เงินก้อน(แบบรอด) เราค่อยเอาเวลาไปแลก ประสบการณ์
อาจจะเป็นการลงเรียน(เพื่อหาวิธีคิด) การลงมือทำ Project (เพื่อเข้าใจ)
[3] จนกว่าเราจะได้ไอเดียที่เราเริ่มมั่นใจละว่าเราทำแล้วคนจะจ่ายเงินให้เรา
[4] เราค่อยเริ่ม Build ธุรกิจของตัวเองขึ้นมาแล้ว ลดรายได้จาก ข้อ[2]
.
ถ้าเรายังไม่มีเงินก้อน(แบบเลี้ยงชีพได้)
ปัญหาไม่ใช่โอกาส
.
ปัญหาคือ “เรายังควบคุมระบบชีวิตตัวเองไม่ได้”
.
เพราะตราบใดที่เงินยังไหลออกเร็วกว่าเข้า
ต่อให้มีโอกาสดีแค่ไหน เราก็ไม่มีทางคว้าได้
.
คนที่เขาเก่งเขาจะหาเงินง่ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขารู้ว่าอะไรมันคือความผิดพลาดแล้ว แต่ใน Phase แรกเราจะยังไม่รู้ แต่การที่เราจะรู้ เราต้องใช้ประสบการณ์ + เวลา แต่ของสองสิ่งนี้ต้องใช้เงินก้อนแรก (เพื่อซื้อพื้นที่ในหัวก่อน)
.
เงินก้อนแรก ไม่ใช่ผลลัพธ์ของความเก่ง
แต่มันคือผลลัพธ์ของ “การหยุดพังชีวิตตัวเองก่อน”

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • สรุป 10 ประเด็นที่ โลกเราจะไป จริงๆ(ไม่ใช่ Fomo ,คลิก bait) เราต้องเริ่มวิ่งตั้งแต่วันนี้ก่อนปี 2030 จะสายเกินไป


ความเห็น

ใส่ความเห็น