ก่อนจะผ่าตัดหมอคนนี้จะไปเล่นเกม และมันทำให้ผ่าตัดเก่งขึ้น 42% (ความลับสมอง)

ก่อนจะผ่าตัดหมอคนนี้จะไปเล่นเกม และมันทำให้ผ่าตัดเก่งขึ้น 42% (ความลับสมอง)

ศัลยแพทย์บางคน ก่อนจะผ่าคุณ ไม่ได้ล้างมือแล้วเดินเข้าห้องผ่าตัดทันที
แต่เขานั่งลง…แล้วเล่นเกม 6 นาที
.
ใช่ ไม่ได้ล้อเล่น
.
ไปเจอคลิปนึงมาเขาเล่าว่า
มีหมอคนนึงชื่อ Dr. James “Butch “Rosser
เขาสังเกตว่าทุกวันที่เขาเล่นเกมก่อนผ่าตัด
.
“มือเขานิ่งขึ้น คมขึ้น และพลาดน้อยลง”
.
เขาเลยขอทดลองหน่อยว่าไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม
เลยเอาหมอ 300 คนมาทดลอง

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเล่นเกม 6 นาที
อีกกลุ่ม เดินเข้าไปผ่าเลย แบบไม่วอร์ม
.
ผลลัพธ์คือ…
.
กลุ่มที่เล่นเกม
ผ่าเร็วขึ้น 27%
พลาดน้อยลง 37%
Performance รวมดีขึ้น 42%
.
นี่ไม่ใช่ trick เล็ก ๆ
นี่คือ gap ระหว่าง “หมอธรรมดา กับหมอ top tier”
.
และที่โคตรน่าสนใจคือ มันไม่เกี่ยวกับเกมเลย
แต่มันเกี่ยวกับ “สมองที่ยังไม่พร้อม”
.
เรามักคิดว่า
เราทำงานพลาด เพราะไม่เก่งพอ
โฟกัสไม่ได้ เพราะไม่มีวินัย
พัง เพราะ mindset ยังไม่ดี
.
แต่ความจริงคือ

“เรากำลังเริ่มทุกอย่างในสภาพที่สมองยังไม่ warm”
.
ลองฟังเรื่องนี้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
[1] สมองต้องถูกปลุกก่อน ไม่ใช่สั่งให้เก่งทันที
.
ตอนศัลยแพทย์ผ่าตัดแบบสมัยใหม่
.
เขาไม่ได้จับร่างคนไข้ตรง ๆ
.
เขามองจอ แล้วใช้เครื่องมือเล็ก ๆ คุมเหมือน joystick
ภาพมันเหมือน “เล่นเกม” มากกว่าที่เราคิด
.
พอเขาเล่นเกมก่อน

มันคือการเปิด circuit เดียวกัน

– มือ
– ตา
– การกะระยะ
– ความเร็วในการตัดสินใจ
.
(อธิบายง่าย ๆ:
เหมือนเราสตาร์ทรถทิ้งไว้ก่อนขับ
ไม่ใช่เปิดปุ๊ป เหยียบ 120 เลย)
.
ถ้าไม่วอร์ม สมองจะฝือ มือจะเกร็ง และ error จะพุ่งทันที
———————
[2] Cold Start คือศัตรูของคนที่ทำงาน
.
สิ่งที่หมออีกกลุ่มทำ คือสิ่งที่พวกเราทำทุกวัน
เปิดงานมา เริ่มทำงานเลย
.
เขียนโพสต์ → จ้องหน้าจอ
ประชุม → เปิดปากพูดทันที
coding → กระโดดเข้า project ใหญ่
.
นี่เรียกว่า “Cold Brain Mode”
.
สมองยังไม่พร้อม แต่เราบังคับให้มัน perform
.
ผลลัพธ์คือ ช้า ล้า พลาด และต้องฝืน
ไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เพราะเรา “ยังไม่อุ่นเครื่องให้สมองเรา”
————–
[3] Warm-up = เปิด Neural Circuit
.
การเล่นเกม 6 นาที มันไม่ได้ทำให้หมอเก่งขึ้นทันที
แต่มันทำให้สิ่งที่เขา “มีอยู่แล้ว” ถูกดึงออกมาใช้ได้เต็มที่
.
สิ่งที่ถูก activate คือ
– hand-eye coordination (การประสานงานระหว่างมือกับสายตา)
– spatial awareness (ความสามารถในการรับรู้ตำแหน่ง ระยะ และพื้นที่รอบตัว)
– fine motor control (การควบคุมการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ อย่างละเอียด เช่น การขยับนิ้ว)
– reaction speed (ความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งที่เห็นหรือเกิดขึ้น)
.
มันเหมือนนักกีฬาที่ไม่ได้เก่งขึ้นตอนวอร์ม
แต่ถ้าไม่วอร์ม = เล่นไม่ได้เลย
————-
[4] Skill Transfer มีอยู่จริง (และมีผลกว่าที่คิด)

มีงานวิจัยอีกหลายที่พบว่า
คนที่เล่นเกม
– track วัตถุได้ดีขึ้น ~30%
– ตอบสนองเร็วกว่า
– คุมมือได้แม่นกว่า
.
กองทัพก็ใช้ logic เดียวกัน
.
Drone pilot(นักบินโดรน) ที่โตมากับเกม
เรียนรู้ระบบเร็วกว่าอย่างชัดเจน
เพราะ skill มัน transfer ได้
.
“สิ่งที่สมองเคยทำได้ใน context หนึ่ง
มันเอาไปใช้ในอีก context ได้” (แบบนี้ต้องเป็นเป็ดแล้ววว)


[5] แค่ 6 นาทีที่เปลี่ยนชีวิต (จริง ๆ)
.
สิ่งที่ Dr. James “Butch “Rosser ค้นพบ ไม่ใช่เรื่องเกม
แต่คือ ritual(พิธีกรรม) ก่อน performance
ก่อน moment สำคัญ
.
อย่าเดินเข้าไปแบบ cold
ตัวอย่างง่าย ๆ:

– ก่อนสอบ = ลองทำโจทย์ง่าย 5 นาที
– ก่อนพูด = ลองซ้อม opening
– ก่อนเขียน = ลองเขียน dummy paragraph
– ก่อน coding = ลองแก้ bug เล็ก ๆ
.
เป้าหมายไม่ใช่ “ทำให้เก่งขึ้น” แต่คือ “ทำให้สมองเข้า Mode”
————-
[6] ระบบประสาทต้องรู้สึกว่า “พร้อมแล้ว”
.
เวลาที่เราพลาดบ่อยๆ จริง ๆ มันไม่ใช่เพราะ lack of knowledge
.
แต่เป็นเพราะ ระบบประสาทยังไม่อยู่ใน state ที่พร้อมใช้งาน
Warm-up คือการบอกสมองว่า “ถึงเวลาทำงานแล้วนะ”
เมื่อ state ถูกต้อง performance จะตามมาเอง
.
นี่ไม่ใช่ productivity hack แต่คือ biology.
สิ่งที่คลิปนี้สื่อจริง ๆ
.
ไม่ใช่ให้เราไปเล่นเกมก่อนทำงาน แต่คือให้เข้าใจว่า
“สมองมนุษย์ต้องการการเปลี่ยน state ก่อนใช้งาน”
.
Cold → Warm
Passive → Active
Scatter → Focus
.
คนที่เข้าใจเรื่องนี้
จะไม่ได้เก่งกว่า แต่จะ “ใช้ความเก่งได้เต็มกว่า”
——————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
การเตรียมตัว ไม่ใช่แค่การเรียนรู้
แต่คือการ “อุ่นเครื่องให้ถูก state”
ศัลยแพทย์ไม่ได้เก่งขึ้นเพราะเกม
แต่เขาไม่ยอมเอาชีวิตคนไข้ไปเสี่ยงกับสมองที่ยังไม่พร้อม
.
ในขณะที่พวกเรา
เอางานสำคัญทั้งชีวิต ไปเริ่มด้วยสมองที่ยังง่วงอยู่
ต่างกันแค่นี้เอง
.
จริงๆเบ้นก็แอบใช้วิธีนี้เหมือนกัน (แบบไม่รู้ตัว) คือการจะมาเขียนบทความลงเพจ ผมจะชอบเขียนไดอารี่ หรือ สมุด reflect ตัวเองก่อน ตอนเช้า แล้วค่อยมาเขียนเพจ
.
ครั้งหน้าก่อนเริ่มอะไรสำคัญ
อย่าเพิ่งรีบ ลอง “อุ่นตัวเอง” ก่อน
.
แล้วเราจะรู้ว่า เราไม่ได้ทำงานแย่ลง เราแค่ “ยังไม่ warm” เท่านั้นเอง
(มีข้ออ้างเอาไว้บอกว่ายังไม่เอาจริงแล้ว5555555)
.
เทคนิค Productivity ง่ายๆแบบนี้อาจจะช่วยให้ทำงานเก่งขึ้นถึง 42%
เอาไปลองใช้กันดูนะค้าบ
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีทำให้ชีวิตเปลี่ยนแบบ เข้าใจง่ายๆ แค่เข้าใจ [4] หลักการนี้ #อ่านจบปุ๊บเก่งขึ้นปั๊บ

  • สร้างระบบจัดการงานพัฒนาโฟกัส ใช้เวลา 30 นาที/สัปดาห์จบได้ทั้งระบบ

  • Live ตัวเองตอนทำงานสร้าง apps ทุกวัน ทำแบบนี้ติดมา 125 วัน แล้วเป้าจะหาเงิน $1M


ความเห็น

ใส่ความเห็น