ไปดูบริษัทกว่า 150 แห่งที่ใช้ AI ทำงานมา สรุปว่า เราต้องโฟกัสไปที่งานไหนที่ได้ไปต่อ

ไปดูบริษัทกว่า 150 แห่งที่ใช้ AI ทำงานมา สรุปว่า เราต้องโฟกัสไปที่งานไหนที่ได้ไปต่อ

อนาคตของงานในตลาด AI จะไปทางไหน
(ไปดูบริษัทกว่า 150 แห่งใช้ AI มา สรุปได้ว่า สิ่งที่เราคิดว่ามีค่า อาจกำลังหมดค่า)
.
Tiago Forte (Build a second brain) เขาไปทำงานกับเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และทีมงานมากกว่า 150 แห่ง ช่วยพวกเขาเอา AI เข้าไปใช้จริงในองค์กร
.
เลยออกมาทำคลิปเล่าว่า “เราควรโฟกัสงานแบบไหนกันแน่ในยุคต่อไป”
และสิ่งที่เขาเห็นชัดในบริษัทต่างๆก็คือ
.
“บาง skill กำลังราคาค่าตัวกำลังพัง
บาง skill ราคาค่าตัวกำลังพุ่งแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
.
ถ้าเราเห็นแบบที่เขาเห็น เราจะรู้เลยว่า Career ควรไปทางไหน
.
นี่คือ 5 บทเรียนจากโลกจริงของวงการจ้างงาน AI x Career
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
=============
[1] Cognitive Labor กำลัง “ถูกลงจนแทบเป็นศูนย์”
.
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก่อนคือ
AI เปลี่ยน “ต้นทุนของการใช้สมอง”
.
ทุกอย่างที่
– automate ได้
– scale ได้
– generate ได้
.
กำลังวิ่งไปที่ “0”
.
และนี่ไม่ใช่แค่ skill บางอย่าง
แต่มันคือ “ทุกอย่าง”
.
เพราะ Cognitive Labor
คือ input ของทุกสิ่ง
.
– ทุกสิ่งที่เราซื้อ
– ทุกสิ่งที่เราขาย
– ทุกสิ่งที่เราสร้าง
.
มันใช้ “ความคิด” เป็นฐาน
.
ลองคิดภาพ
ถ้าไฟฟ้าหรือข้าวสาลีถูกลง 1000 เท่า โลกจะเปลี่ยนยังไง
.
นี่คือสิ่งเดียวกัน แต่เกิดกับ “ความคิด” (ที่ทำให้เหลือ 0)
.
สิ่งที่เคย scarce(ขาดแคลน) อย่าง ความคิด
กำลังกลายเป็น commodity (สินค้าทั่วๆไป)
.
และคำแนะนำแบบเดิม “ยิ่งเฉพาะทาง ยิ่งมีค่า” (More Deep,specialist )
กำลังถูกพลิกหมด
—————
[2] สิ่งที่ AI ทำไม่ได้ จะ “แพงขึ้นทันที”
.
Logic คือแบบนี้
“ทุกครั้งที่ AI ทำอะไรได้ มันจะสร้าง demand ให้สิ่งที่ มันทำไม่ได้”
พอ AI มี Skill นึงขึ้นมา ก็จะมี Problem(Demand) ของ Skill นั้น
.
และสิ่งนั้นยังเป็นของมนุษย์
โลกกำลังกลับด้าน
.
จากเดิม ความคิด = ของแพง
ตอนนี้ ความคิด = ของถูก
แต่ “บางอย่างที่เป็นมนุษย์” จะยิ่งแพงขึ้น
.
สิ่งที่กำลังพุ่งแรงคือ
– การตั้งคำถาม (Problem Framing)
– การเลือก (Taste / Judgment)
– การเข้าใจบริบท (Context)
.
คนส่วนใหญ่ยังใช้เวลา “หาคำตอบ” แต่ในโลกที่ AI ตอบได้หมด
นี่คือโอกาสใหม่
ไม่ใช่ทุกอย่างกำลังแย่ แต่มันกำลัง “สลับตำแหน่ง”
—–
[3] First Draft ไม่ใช่งานของเราอีกต่อไป
.
เมื่อก่อน เราถูกสอนว่า “ต้องคิดเอง ทำเอง ตั้งแต่ศูนย์”
แต่ในโลกที่ AI ทำ draft ได้ในไม่กี่วินาที
การเริ่มจากศูนย์ อาจไม่ใช่ความขยัน แต่มันคือ “ความช้า”
.
AI ควรทำ First draft, Prototype, Idea variation
หน้าที่ของเราคือ Refine, Polish, ใส่ judgment ลงไป
.
คนที่ยังทำทุกอย่างเอง จะสู้คนที่เริ่มจาก 80% ไม่ได้
เกมนี้ไม่ใช่ใครเก่งกว่า แต่คือใคร “ใช้ leverage เป็น”
———
[4] Resume กำลังไม่มีค่า Portfolio คือทองคำจริงๆ
.
ในโลกที่ทุกคน generate text ได้
Resume = แค่ “ข้อความ”
.
และไม่มีใครรู้ว่ามันจริงแค่ไหน
.
ลองคิดภาพ
1 ตำแหน่ง มีคนสมัครเป็นพัน ครึ่งนึงใช้ AI เขียน
แล้ว HR จะเชื่ออะไร? คำตอบคือ “สิ่งที่พิสูจน์ได้”
.
-Portfolio
-Website
-Case study งานจริงๆที่มีผลลัพธ์
.
ไม่ใช่บอกว่า “เราทำได้” แต่โชว์เลยว่า “เราเคยทำอะไรมา”
.
ยุคนี้เลยกลายเป็น
Trust = Proof
————–
[5] ยิ่งโลกเป็น AI ความเป็นมนุษย์ยิ่งแพง
.
สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้ดีคือ
ความสัมพันธ์, Empathy, การอ่านคน, การเล่าเรื่อง, Self-awareness
และมีอีกอย่างที่ underrated มาก
“Tacit Knowledge”
ความรู้ที่อธิบายไม่ได้ แต่ “รู้สึกได้”
.
– หมอที่รู้ว่าคนไข้ผิดปกติ ก่อนเครื่องจะบอก
– หัวหน้ารู้ว่าทีมกำลังพัง ก่อนใครจะพูด
.
สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ใน database แต่มันอยู่ใน “ประสบการณ์”
และมันกำลังมีค่าเพิ่มขึ้น
รวมถึง ยิ่งโลก digital ล้น ของจริงๆจะยิ่ง premium
.
– Event
– Community
– Experience ที่จับต้องได้
.
Follower เยอะ ไม่สำคัญเท่ากับ “การ connection ให้ลึกขึ้น”
===========

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
AI ไม่ได้มาแย่งงานเรา
แต่มันมา “ตั้งราคาใหม่” ให้กับ skill ที่อยู่ในงานนั้น

ลองนึกภาพว่า คนที่ได้รายได้สูง เพราะเขาใช้ Skill ที่คนส่วนใหญ่ในสังคมใช้ไม่ได้ (เหมือนสมัยก่อนคนใช้ Computer เป็นค่าตัวจะสูงมาก)

แปลว่า AI จะทำแบบนั้นเช่นกัน
.
Automation คือการแทนที่
Amplification คือการขยาย
.
คนที่ชนะในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่หนี AI
แต่คือคนที่ใช้ AI ขยายสิ่งที่ “AI ไม่มี”
.
ถ้าเราใช้ AI แค่เพื่อทำงานให้เร็วขึ้น
เราจะได้แค่ speed
.
แต่ถ้าเราใช้ AI เพื่อขยาย “ตัวตน + ความเข้าใจ”
เราจะได้ leverage
.
สุดท้ายแล้ว คำถามไม่ใช่ AI จะเก่งแค่ไหน
แต่คือ “เรามีอะไร ที่ควรค่าให้ AI ขยาย?”
.
เพราะ AI จะทำสิ่งนั้น ใหญ่ขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ก็ตาม
และนี่แหละ คือ Career Game ใหม่ ของยุคนี้ 

🚀

.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • น้ำตาลในเลือดมีผลกับวินัยและอารมณ์ เราอาจกำลังเข้าใจ”น้ำตาล”ผิดมาตลอด

  • อ่านหนังสือช่วยพัฒนาระบบสมองยังไง? แค่ตัวอักษรเดียวใช้สมองไปแล้ว 5 ส่วน

  • One Person Business


ความเห็น

ใส่ความเห็น