One Person Business

พวกเรายังต้องเรียนเขียนโปรแกรมกันอยู่ไหมครับ? พวกหนูจะตกงานไหม? คำถามที่น้องๆคณะ ICT กำลังกังวัล และสับสน
.
สัปดาห์ก่อน ผมได้กลับไปคณะตัวเอง Faculty of ICT, Mahidol University ไปพูดเรื่อง One Person Business (Soloreprener)
.
มีน้องๆหลายคนๆมาถามคำถามตอนเลิกจากการพูดวันนั้น

คำถามนึงที่ผมชอบถามเวลาบรรยายในมหาลัยคือ : ในห้องนี้มีใครบ้างใช้ AI ช่วยทำการบ้าน?
.
คนเกินครึ่งนึงยกมือกันหมดพร้อมยิ้มเขินๆ
ส่วนอีกครึ่งนึงไม่ยกมือ นำหน้ามั่นใจ (ในใจผมรู้ว่าเกิน 80% ใช้แหละแต่ไม่กล้าบอก55555)
.
ถ้า AI เขียน code ได้ แล้วพวกเรายังต้องเรียน programming อยู่ไหม?
.
คำถามนี้จริง ๆ ไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน มันกำลังเป็นคำถามของทั้งโลก
.
เบ้นเพิ่งอ่านรายงานหนึ่งของ Anthropic
บริษัทที่สร้าง Claude หนึ่งใน AI ที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้
รายงานชื่อ Labor Market Impacts of AI (ใครอยากอ่านสรุปแปะลิ้งให้ค้าบ)
.
Insight หนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากคือ
AI ไม่ได้กำลังแทน อาชีพ มันกำลังแทน Task
.
พูดง่าย ๆ มันไม่ได้แทน programmer
แต่มันกำลังแทน บางส่วนของงาน programmer
เช่น เขียน function ,generate code ,debug บางส่วน
.
ผมพึ่งคุยกับเพื่อนที่งานที่ Meta มา เขาบอกว่า กฎใหม่บริษัทคือ
“ห้ามเขียน Coding ด้วยมือเกิน 20% ของ Code ทั้งหมด” (โหดมาก)
อีกหน่อยโลกจะกลายเป็น AI ทำ 95% มนุษย์ควบคุมตรวจ 5%
.
แต่คำถามสำคัญคือ ถ้าอยากเป็น 5% ที่ตรวจ เราจะทำได้ยังไง
คำตอบก็คือ คุณต้องเข้าใจ 95% ที่ AI ทำ ก่อน
.
คุณไม่สามารถตรวจ code ได้ ถ้าคุณไม่เข้าใจ code เลย
คุณไม่สามารถ review architecture ได้ ถ้าคุณไม่เข้าใจระบบ
.
ดังนั้นคำตอบของผมกับน้อง ๆ วันนั้นคือ ใช่
Programming ยังสำคัญ แต่เหตุผลมันอาจเปลี่ยนไป
สมัยก่อนเราเรียน programming เพื่อ เขียน code
.
แต่ในอนาคต เราอาจเรียน programming เพื่อ เข้าใจระบบ
.
อีกอย่างหนึ่งที่ผมบอกน้อง ๆ วันนั้น
คือสิ่งที่ผมได้จากการเรียน programming ในคณะนี้มากที่สุด
ไม่ใช่ syntax หรือภาษาอะไร
เพราะเอาจริง ๆ ภาษาที่เราเรียน มันเก่าตั้งแต่เราจบแล้ว (เศร้า)
.
แต่สิ่งที่ผมได้จริง ๆ คือ Logic Skill (ทักษะการคิด ตรรกะ)
.
Programming ฝึกให้เราคิดเป็น
ลำดับ Step 1 Step 2 Step 3
.
มันฝึกให้เรา แยกปัญหา จัดโครงสร้าง คิดเป็นระบบ

และ skill แบบนี้ เอาไปใช้ได้กับ ทุกธุรกิจ
ไม่ว่าจะเป็น สร้าง product วาง strategy ทำ automation
หรือสร้าง One Person Business (สร้างธุรกิจด้วยตัวคนเดียว)
.
ผมเลยบอกน้อง ๆ ไปอีกอย่างหนึ่ง ถ้ากลัวว่าอนาคตจะหางานทำไม่ได้
ทางเลือกไม่ได้มีแค่ หางาน สมัครงาน
.
พวกเราสามารถ ย้ายฝั่ง มาเป็น
Creator Entrepreneur หรือ One Person Business
.
เพราะอะไร ?
[1] AI กำลังทำให้ leverage ของคนคนเดียวใหญ่ขึ้นมาก
ในโลกก่อน AI ถ้าอยากสร้างธุรกิจจริง ๆ
คุณต้องมี ทีม พนักงาน ออฟฟิศ ระบบหลังบ้าน
แต่ตอนนี้ AI สามารถทำหน้าที่แทนหลายตำแหน่งได้ (จริงๆตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ 100 แต่ทำให้คนๆนึงทำงานได้มากขึ้นแน่นอน)

[2] การเริ่มธุรกิจกำลังถูกลงเกือบเป็นศูนย์ เมื่อก่อนการเริ่มธุรกิจต้องมี
เงิน ทีม เวลา แต่ในยุค AI สิ่งที่เคยเป็นต้นทุนใหญ่ กำลังกลายเป็นต้นทุนที่แทบไม่มี ทำ website ได้ด้วย AI ,ช่ยคิด content ได้ด้วย AI
วิเคราะห์ตลาดได้ด้วย AI , ทำ automation ได้ด้วย AI
Infrastructure ของธุรกิจกำลังถูกลงมหาศาล

[3] Skill ที่สำคัญในยุค AI อาจไม่ใช่ Skill เดิมอีกต่อไป
ในโลกก่อน AI ความเก่งคือ ใครทำอะไร ได้ด้วยตัวเองมากที่สุด
เช่น เขียน code เก่งที่สุด ,ทำ design เองได้
วิเคราะห์ data เองได้ แต่ในโลกใหม่ ความเก่งอาจกลายเป็น
ใครใช้ AI เป็นระบบที่สุด
.
คนที่ได้ leverage จริง ๆ อาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด
แต่เป็นคนที่ ใช้ AI ให้เก่งที่สุด (แต่ฟังข้อนี้ไปอย่าพึ่ง bias คนที่เก่งตอนนี้เขาใช้ AI ไปเยอะกว่าเราไปแล้วว55555)
.
คนที่รู้ว่า จะใช้ AI ตอนไหน จะถาม AI ยังไง
จะเอาคำตอบของ AI ไปต่อยอดยังไง คนๆนี้จะรอดได้เยอะสุด
นีัเลยจะกลายเป็นยุคของ Taste , Perspective
ใครมีรสนิยมในการสร้างของดีกว่า มีมุมมองที่ดีกว่าจะสร้างของได้ถูกใจลูกค้ามากกว่า
===========

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

ถ้ามองจากมุมนี้ AI อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์ตกงาน
แต่มันอาจเป็น

เทคโนโลยีที่ทำให้คนคนเดียว มีพลังเหมือนบริษัททั้งบริษัท
One Person Company
.
ถ้าเรามองแบบโลกเก่าคือ เราทำงานประจำ = ได้เงิน
Aim Goal จริงๆของเราไม่ใช่สมัครงาน แต่คือ การหาเงิน
การหาเงินมีหลายรุปแบบไม่ได้มีแค่แบบจำกัดเดียวคือ เงินเดือน
.
คำถามจึงอาจไม่ใช่ว่า เรายังต้องเรียน programming แล้วจะหางานได้ไหม
คำถามที่สำคัญกว่าคือ ในโลกที่ AI ทำได้เกือบทุกอย่าง คุณจะใช้มันสร้างอะไร
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 4 แบบฝึกหัดพัฒนาให้สมองแข็งแรง สมองคุณยังอัพเกรดได้ ถ้าฝึกถูกทาง

  • อยากเปลี่ยนผลลัพธ์เปลี่ยนวิธีมองงาน งานที่เราสร้างคือกระจกสะท้อนตัวเรา

  • วิถีชีวิตของคนทุกวันนี้ไม่ต่างอะไรกับกับสมองของคนติดยาโดยที่เราไม่รู้ตัว


ความเห็น

ใส่ความเห็น