สรุปงานวิจัยคนใช้ AI ไปกับงานประเภทไหนบ้าง และงานประเภทไหนบ้างที่แทบไม่เคยถูกใช้

สรุปงานวิจัยคนใช้ AI ไปกับงานประเภทไหนบ้าง และงานประเภทไหนบ้างที่แทบไม่เคยถูกใช้

สรุปมีงานประเภทไหนบ้างที่ถูกใช้ใน AI จริงๆ (โดย Anthropic)
.
Anthropic คือบริษัทที่สร้าง Claude หนึ่งใน AI ที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้
เขาปล่อยรายงานชื่อ Labor Market Impacts of AI
.
ความพิเศษคือ “เขาไม่ได้ถามคนว่า AI น่าจะทำอะไรได้?”
แต่ใช้ ข้อมูลจริงจากบทสนทนา Claude หลายล้านครั้ง
เพื่อดูว่า “คนใช้ AI ทำงานอะไรจริง ๆ ในโลกการทำงาน”

และนี้คือสรุปจากรายงานนี้ + มุมมองของเบ้นเข้าไปด้วย #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————–
[1] ก่อนอื่นต้องเข้าใจกราฟนี้ก่อน ในกราฟนี้มี 2 สี
.
สีน้ำเงิน = งานที่ AI สามารถทำได้ในทางทฤษฎี
สีแดง = งานที่ คนใช้ AI จริง
สิ่งที่น่าตกใจคือ พื้นที่สีแดงเล็กมาก
.
Anthropic ประเมินว่า
.
ตอนนี้โลกอาจใช้ศักยภาพ AI ไปแค่ประมาณ 5% เท่านั้น
พูดง่าย ๆ AI มาถึงแล้ว แต่โลกยังใช้มันไม่เป็น
(ตอนนี้ usecase คือ Gen คลิปสร้างรายได้กันไปก่อน 555555)
——
[2] งานที่คนใช้ AI มากที่สุด
จากข้อมูลของ Claude หมวดงานที่ใช้ AI มากที่สุดคือ

– Computer & Math (โปรแกรมเมอร์ / data / dev)
– Business & Finance (ธุรกิจ & การเฺงิน)
– Management (การบริหารจัดการ)
– Legal (กฎหมาย)
– Arts & Media (ศิลปะ & สื่อ)
– Education (การศึกษา)
.
งานที่ใช้ภาษา + การวิเคราะห์ + การคิด คือหมวดที่ใช้ AI มากที่สุด โดยเฉพาะ Programming Writing Research Analysis
.
สองหมวดใหญ่สุดคือ : Programming + Writing
————–
[3] งานที่ AI แทบยังไม่ถูกใช้

จากกราฟจะเห็นเลยว่า หมวดที่แทบไม่มี AI เข้าไปเกี่ยวข้องคือ

-Construction (งานก่อสร้าง / หน้างานไซต์จริง)
-Installation & Repair (ช่างติดตั้ง ช่างซ่อม เช่น แอร์ ไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า)
-Agriculture (งานเกษตร ฟาร์ม ไร่ นา)
-Production (งานสายการผลิตในโรงงาน)
-Food & Serving (งานครัว ร้านอาหาร บริการอาหาร)
-Personal Care (งานดูแลคน เช่น ช่างผม นวด สปา)

งานที่ต้องใช้ มือ ร่างกาย การสัมผัส AI ยังเข้าไปแทบไม่ได้
[แต่พวกยังไม่ได้พูดถึง Human Droid ที่ตอนนี้พัฒนากันโหดมาก ]
———
[4] Insight ที่หลายคนอาจไม่คิด
.
หลายคนคิดว่า
.
AI จะมาแทนงานค่าแรงต่ำก่อน แต่ข้อมูลจริงกลับตรงกันข้าม
งานที่โดน AI ก่อนคือ งานของคนเรียนสูง
.
เช่น นักวิเคราะห์ โปรแกรมเมอร์ นักเขียน นักการตลาด นักวิจัย
เพราะ AI เก่งเรื่อง ภาษา + ข้อมูล + logic

ตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัว การจ้างงานคนอายุ 22–25 ปี ในงานที่ AI เกี่ยวข้อง
ลดลงประมาณ 14%
———
[5] แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในรายงานนี้ AI ไม่ได้แทน มันแทน Task
.
ประมาณ 30% ของแรงงานทั้งโลก แทบไม่มี AI มาแตะเลย
โลกกำลังเกิดสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า
Task Fragmentation
.
คือ AI ไม่ได้แทนทั้งอาชีพ มันแทนแค่ บาง Task ในงานนั้น
.
Anthropic พบว่า ในงานหนึ่งงาน AI จะเข้ามาทำบางส่วน
เช่น สรุปข้อมูล เขียน draft วิเคราะห์ data ค้น research แต่ decision สุดท้าย ยังเป็นมนุษย์
———-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

ตรงนี้คือมุมมองของเบ้นเอง
ผมคิดว่ามีอีกวิธีหนึ่งในการมองเรื่องนี้
.
ที่น่าสนใจกว่า narrative แบบ AI จะมาแทนมนุษย์
.
ถ้ามองดี ๆ AI กำลังทำสิ่งที่เทคโนโลยีไม่เคยทำมาก่อน
มันกำลังทำให้ มนุษย์ไม่ต้องทำตัวเหมือนเครื่องจักรอีกต่อไป
.
ลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์
.
ยุคโรงงาน มนุษย์ต้องทำงานเหมือนเครื่องจักร
ยุคคอมพิวเตอร์ มนุษย์ต้องเรียนภาษาเครื่องจักร
ยุคอินเทอร์เน็ต มนุษย์ต้องคิดเป็นระบบเหมือน database
.
แต่ AI รุ่นใหม่กำลังกลับด้าน
แทนที่มนุษย์ต้องเรียนภาษาเครื่อง
เครื่องจักรกลับ เรียนภาษาของมนุษย์
.

เราไม่ต้องเขียน code
เราพูดภาษาเราได้เลย
เราสามารถโยนไอเดียที่ยังเละๆ
.
ความคิดที่ยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ
เรื่องเล่า อารมณ์ ความกำกวม
แล้ว AI ก็ยังเข้าใจ
.
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เราได้สร้างเทคโนโลยี
ที่ฉลาดพอ จนมนุษย์ ไม่ต้องพยายามเป็นเครื่องจักรอีกต่อไป
.
และนั่นอาจทำให้สิ่งที่มีค่ามากขึ้นในโลกนี้
ไม่ใช่ typing speed(การพิมเร็ว), memorisation(การต้องมานั่งจำ)
,routine thinking (การทำกิจวัตรได้เก่งแค่ไหน)

แต่เป็น
judgment (การตัดสินใจที่ดี) ,creativity (สร้างสรรค์) ,relationship (ความเข้าใจคน + ความสัมพันธ์) ที่เราจะได้พัฒนามากขึ้น
.
หลายคนกลัวว่าอนาคตจะเป็นโลกที่มนุษย์ merge กับเครื่องจักร
แต่บางทีอนาคตอาจเป็นอีกแบบ
เครื่องจักรอาจฉลาดขึ้นเรื่อย ๆจนมนุษย์ ไม่ต้องพยายามเป็นเครื่องจักรอีกต่อไป
.
และบางที
AI อาจเป็นเทคโนโลยีแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทำให้มนุษย์
กลับมาเป็นมนุษย์มากขึ้น
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเราแนะนำคนอื่นได้แต่ตัวเองไปไม่รอด สิ่งนี้เราเรียกว่าอาการ Solomon Paradox

  • ถ้าคุณสามารถบอก”ความจริงที่โหดร้ายที่สุด” กับตัวเองตอนอายุ 16 ได้แค่หนึ่งเรื่อง คุณอยากจะบอกอะไร?

  • ล้มกี่ครั้งก็ได้ขอแค่เราลุกขึ้นมาใหม่ แนวคิดนี้อาจจะทำร้ายเราได้มากกว่าที่คิด


ความเห็น

ใส่ความเห็น