ชายคนนี้ตัดสินใจ Track ทุกนาทีของชีวิต ผ่าน 13 ปี ธุรกิจของเขามูลค่า $4,000M

ชายคนนี้ตัดสินใจ Track ทุกนาทีของชีวิต ผ่าน 13 ปี ธุรกิจของเขามูลค่า $4,000M

ชายคนนี้ Track ทุกนาทีของชีวิตมา 13 ปี ตั้งแต่ปี 2012 จนถึงวันนี้ ใน Spreadsheet ไฟล์เดียว
.
แล้วบริษัทของเขาก็โตจนมีมูลค่ากว่า $4 Billion (ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท)
.
เบ้นไปเจอคลิปหนึ่งของช่อง Hampton Founders
ชื่อว่า “Why the Founder of a $4B Company Tracks Every Minute of His Life”
.
ชายคนนี้ชื่อ Mario Schlosser ผู้ก่อตั้งบริษัท Oscar Health
สิ่งที่เขาทำมาตลอด 13 ปีคือ “เขา จดทุกกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน”
.
• เริ่มทำอะไรเวลาไหน
• หยุดเมื่อไร
• ทำกับใคร
• ทำอะไรอยู่
• แล้วให้คะแนนอารมณ์ตัวเอง 1–10
.
ตอนนี้ไฟล์นั้นมี หลายหมื่นบรรทัด ฟังดูเหมือนคนบ้าใช่ไหม
แต่พอดูจบแล้ว ผมกลับคิดว่า
.
บางทีสิ่งที่ทำให้คนบางคนไปได้ไกล ไม่ใช่เพราะเขาเก่งกว่า
แต่เพราะเขามองเห็นชีวิตตัวเองมากกว่าคนอื่น
มาฟังวิธีคิดของเขากัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————–
[1] ปัญหาของเราไม่ใช่ “ไม่มีเวลา” แต่คือเราไม่รู้ว่า เวลาหายไปไหน
Mario บอกว่า “เขาเป็นคนวอกแวกง่ายมาก” (นี้มันพวกเราเอง)
.
เขาเล่าว่า
บางทีเขาเปิดอ่านบทความเกี่ยวกับ health insurance อ่านไปได้ 4 นาที
แล้วสมองก็คิดว่า “พอแล้วมั้งวันนี้” ไปดู Game of Thrones ต่อดีกว่า
(เมื่อเช้าผมพึ่งเป็น อ่านหนังสือได้แปปเดียว ไปกาแฟกินดีกว่า5555)
.
เขาเลยสร้างระบบหนึ่งขึ้นมา
ถ้าเริ่มทำอะไร ต้อง เขียนเวลาเริ่ม
ถ้าหยุดทำ ต้อง เขียนเวลาหยุด
.
อย่างน้อยตอนจบวัน เขาจะเห็นว่า
วันนี้เขา ใช้เวลาไปกับอะไรจริง ๆ
.
ไม่ใช่แค่รู้สึกว่า “น่าจะทำงานเยอะนะวันนี้”
Data มันไม่โกหก
.
และบางครั้ง สิ่งที่เราคิดว่าใช้เวลา 10 นาที
จริง ๆ แล้วมันกินไป 45 นาที
——————-
[2] ถ้าเราเริ่ม Track อารมณ์ด้วย เราจะเห็น Pattern ของชีวิต
.
Mario ไม่ได้ Track แค่เวลา เขา Track Mood อารมณ์ตัวเองด้วย
ทุกกิจกรรมจะมีคะแนน 1-10
ถ้า 7 = ปกติ
ต่ำกว่านั้นคือแย่ สูงกว่านั้นคือดี
.
พอข้อมูลมันเยอะพอ เขาเริ่มเห็น Pattern แปลก ๆ
กิจกรรมบางอย่าง ทำแล้ว energy ดีขึ้น
.
บางอย่าง ทำแล้วหมดแรง
บางอย่าง ทำแล้วเครียด
.
มันเหมือนเราได้ดู Dashboard ของชีวิตตัวเอง
ซึ่งปกติเราไม่เคยเห็นมันเลย
—————-
[3] ตอนบริษัท IPO พัง Data นี้ช่วยเขาผ่าน Mental Crisis
.
Oscar เข้า IPO ในปี 2021
แต่หุ้นดัน ตกทันทีหลังเข้าตลาด
.
Mario บอกว่านั่นเป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่เขาเริ่มมีปัญหา mental health (สุขภาพจิต)
.
เขาเริ่มไปการบำบัด แล้วก็ใช้ antidepressant(ยากต้านซึมเศร้า อยู่ช่วงหนึ่ง
สิ่งที่ช่วยเขามากคือ Time tracker ที่เขาเขียนมาหลายปี
เพราะมันทำให้เขาเห็นว่า อารมณ์ของตัวเองมันขึ้นลงยังไงจริง ๆ
.
เขาบอกว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ ยามันไม่ได้ทำให้เขา “มีความสุขขึ้นทันที”
.
แต่มันเหมือน ยกพื้นฐานของอารมณ์ขึ้น
วันที่แย่ ๆ มันไม่ตกลงไปลึกเหมือนก่อน
.
และเขาเห็นสิ่งนี้จาก ข้อมูลจริงๆของชีวิตตัวเอง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก
—————-
[4] Data ทำให้เขารู้ว่าเขากำลังเสีย Focus
.
หลังจากเขาลงจากตำแหน่ง CEO ไปเป็น CTO
.
เขาเริ่มถูกเชิญไป mentor founder ให้คำปรึกษา พูดในงานต่าง ๆ
ซึ่งมันเป็นเรื่องดี
.
แต่พอเขาเปิด spreadsheet เขาเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง
เวลาของเขาถูกกินไปกับ external work(งานนอก) เยอะมาก
.
วันหนึ่งมันดูเหมือนไม่เยอะ แต่พอรวมกันหลายเดือน มันกลายเป็น เวลามหาศาล
.
เขาเลยตัดสินใจ ค่อย ๆ ลดกิจกรรมเหล่านั้นลง
.
เพื่อเอาเวลา กลับมาสร้างของใหม่อีกครั้ง
ถ้าไม่มี data เขาอาจไม่เคยรู้เลยว่า
ตัวเองกำลัง เสีย focus ไป
———————
[5] วิธีที่เขาสร้างบริษัท $4B ก็ใช้หลักเดียวกัน
.
ก่อนสร้าง Oscar
Mario เคยทำงานที่ Bridgewater (ของ Ray Dalio)
.
ที่นั่นมีแนวคิดหนึ่งชื่อว่า Radical Decomposition
หลักการง่าย ๆ คือ
.
ถ้าปัญหามันใหญ่เกินไป ให้ แยกมันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ
ตอนสร้างบริษัทประกัน เขาเลยแยกมันออกมาเป็นส่วน ๆ
.
– claim system
– network โรงพยาบาล
– underwriting
– customer service
– utilization management
.
เขาวาดมันออกมาเป็นเหมือน bubble
แล้ววางแผนว่า ในช่วง 3-4 ปี แต่ละส่วนจะถูก ดึงกลับมา build เอง
จากที่ตอนแรก outsource ทั้งหมด
.
ภายในปี 2017
Oscar กลายเป็นหนึ่งในบริษัทประกัน
ที่มี technology infrastructure ของตัวเองแทบทั้งหมด
.
และนี่คือหนึ่งในเหตุผล ที่ทำให้ Oscar อยู่รอด
ในตลาดที่มีบริษัทใหม่กว่า 30 บริษัท พยายามเข้ามา
แล้วสุดท้ายก็ล้มไปเกือบหมด
————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

บางครั้งความได้เปรียบในชีวิต ไม่ได้มาจาก
การทำงานหนักกว่า หรือฉลาดกว่า
.
แต่มาจาก การเห็นชีวิตตัวเองที่ชัดเจนกว่า
.
Mario ไม่ได้ Track เวลา เพราะเขาอยาก productive
.
เขา Track เวลา เพราะเขาไม่เชื่อ ความรู้สึกของตัวเอง
เขาเชื่อ Data

ตอนปี 2018 เบ้นก็เคยทำแบบนี้เหมือนกัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
เบ้นพยาม Track ทุกกิจกรรม กินข้าวกี่โมง อ่านหนังสือ นอนเล่นเกม กี่โมง พอเอาชีวิตเราออกมากางออกมา โอ้โหเราคิดมาตลอดว่าเราใช้เวลาคุ้มค่า จริงๆเราเสียเวลากับเรื่องที่ไม่ได้อยากใช้ไปเยอะมากๆ

อยากลอง Challenge ให้ทุกคนลอง Track ตัวเองสัก 1 สัปดาห์ดู
ไม่ต้องทุกนาทีขนาดคุณ Mario Schlosser เอาแค่แบบกิจกรรมตั้งแต่ตื่นจนนอน แล้วจะเห็นว่าสัปดาห์นึงเราทำอะไรไปบ้าง
.
และบางที ปัญหาของพวกเรา ไม่ใช่เราไม่มีเวลา
แต่คือ เราไม่เคยรู้เลยว่า ชีวิตของเรา กำลังถูกใช้ไปกับอะไรจริง ๆ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Mr.Beast เข้าใจจิตวิทยาคนดูเขาแค่ไหน เขาเป็นคนที่เข้าใจ Attention Economy

  • วิธีทำให้เราเสพติด การเรียนเหมือนติดมือถือ Duolingo’s ออกแบบการเรียนยังไงให้คนติด

  • การฝืนตัวเองเป็นสิ่งที่คนอวยมากเกินไป ในมุมวิทยาศาสตร์ วินัยไม่ควรถูกใช้บ่อย?


ความเห็น

ใส่ความเห็น