ปีนี้คุณต้องสร้างอะไรสักอย่างได้แล้ว สรุปความเห็นของ Naval ต่อ AI ยุคนี้

ปีนี้คุณต้องสร้างอะไรสักอย่างได้แล้ว สรุปความเห็นของ Naval ต่อ AI ยุคนี้

นี่คือ Podcast ที่รวม “Hack ยุค AI” และ “Mindset สำหรับ Creator ในปี 2026” ไว้ในตอนเดียวกัน ที่ทรงพลังมาก ๆ
.
[1] ใน podcast ยาว 52 นาทีของ Naval Ravikant (20 Feb 2026) ชื่อ “On Artificial Intelligence” (ฟังไปวนซ้ำไป 3 รอบแล้ว) เบ้นคิดอยู่หลายวันกว่าจะเขียนบทความนี้ ลึกซึ้งยิ่งนัก ท่าน Naval
.
Naval บอกว่า Media ยุคนี้ก็ทำง่ายโครตๆ5555 Podcast นี้อัดตอนเดินคุยเล่น แล้วเอามาแปลงเสียงให้คมชัด (โครตเถื่อน) เดี๋ยวสรุปให้ฟังกัน!
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————
[2] Everyone can create now
.
Naval เชื่อว่า ณ ตอนนี้“ ทุกคนสามารถสร้าง Product ของตัวเองได้แล้ว”
.
ไม่ต้องเป็น programmer ก็ได้ ถ้าเรารู้วิธีใช้ AI ให้เป็น
Naval บอกให้เรา ลองจินตนาการว่าในโลกที่ AI ทำหน้าที่เหมือน dev team ที่ไม่เหนื่อย ไม่มี ego ทำงาน 24/7
.
Naval มองว่า ภายในไม่กี่ปี แอปใหม่ ๆ จะถล่มทลาย (tsunami of applications) ทุกคนทำมันได้
.
ขณะที่มนุษย์โฟกัสกับไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาที่ AI ยังทำไม่ได้ดีพอ
ความสามารถสร้างไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์อีกต่อไป แต่มันเป็นเรื่องของ “วิธีคิด” และ “การลงมือทำจริง”
——–
[3] Vibe Coding is the new product management.
“ปัญหาใหญ่ที่สุดของการสร้างแอปในอดีตคือ barrier สูงเกิน แต่ตอนนี้หายไปหมด”
.
Naval บอกว่า vibe coding คือการบรรยาย “vibe / ความรู้สึก / ไอเดีย” ของแอปด้วยภาษาอังกฤษธรรมดา
.
แล้ว AI (Naval ยกตัวอย่างเป็น Claude Code) สร้างให้ทั้งหมด: วางแผน ถาม feedback สร้างโครงสร้าง ดึง library ทดสอบ iterate
.
คุณไม่ต้องเขียนโค้ดเลย แค่พูดหรือพิมพ์ feedback แบบ “อันนี้ผิด เปลี่ยนแบบนี้” = AI จะแก้ให้ทันที (โดยที่คุณไม่ต้องเข้าใจ โค้ดเลย)
.
Product management เลยกลายเป็น skill หลัก เพราะตอนนี้คุณ “จัดการ” AI ที่สมบูรณ์แบบกว่า dev team เก่า
.
และนั้นทำให้คนธรรมดา (ไม่เคย code) สร้างแอปได้จริง
Product thinking > coding skill
.
(เมื่อเช้า เบ้น เบ้นพึ่งลอง Vibe code สร้าง mini web apps สำหรับใช้ในร้านอาหารตัวเอง สั่ง Order ได้สรุปบิลได้ วิเคราะห์เมนู ย้อนหลังได้ จบภายใน 15 นาที ถ้าเข้าใจ tech นิดหน่อยๆทำได้เลย ง่ายอะไรแบบนี้ ขายเลย 300 บาทใครเอาบ้างงเดี๋ยว 5555555)

Product thinking > coding skill
.
แต่ Naval ก็ยังเตือนว่า ตลาดจะดุเดือดขึ้น
winner-take-all จะมีแค่แอปที่ดีที่สุดเท่านั้นที่รอด (no demand for average) คนที่ทำของธรรมดาๆจะหายไปหมด
————
[4] Training models is the new coding

แล้วแบบนี้ Programmer จะตกงานไหม? (ข้อนี้คนที่ไม่เข้าใจ tech จะงงนิดนึงๆ เดี๋ยวเบ้นอธิบายแบบให้เข้าใจง่ายๆ ใครงง ข้ามได้เลยๆค้าบ)
.
Naval มองว่า การเขียนโค้ดแบบเก่ากำลังตาย แต่การ train โมเดลคือ coding แบบใหม่
.
แทนที่จะ specify(ระบุ) ทุกขั้นตอนเป๊ะ ๆ
คุณเท data มหาศาลเข้าไป แล้วให้ AI ค้นพบโปรแกรมหรือแพทเทิร์นเอง
.
อธิบายง่าย ๆ คือ
.
สมัยก่อนเราเวลาเราเขียนโปรแกรมเราจะ “บอกคอมพิวเตอร์ทุกขั้นตอน”
ทำ 1 → ทำ 2 → ถ้าเจอแบบนี้ให้ตอบแบบนั้น
.
แต่การ train โมเดลคือ
เราจะไม่ต้องบอกทุก step
เราให้มันดูตัวอย่างจำนวนมาก แล้วมันเรียนรู้รูปแบบเอง
.
เหมือนสอนเด็กอ่านหนังสือ
ไม่ได้เขียนกฎทุกประโยค
แต่ให้เขาอ่านเยอะ ๆ แล้วเข้าใจภาษาเอง
.
มันเก่งในสิ่งที่เรียกว่า fuzzy domains
(งานที่ไม่มีคำตอบตายตัว ชัดเจน 100% เช่น เขียนบทความ เข้าใจอารมณ์ ตีความบริบท ภาพ เสียง ข้อความรวมกัน)
.
AI researcher หรือคน tune โมเดล
(คนที่ปรับ ป้อนข้อมูล และจูนความฉลาดของ AI ให้ดีขึ้น)
.
คือ high-leverage programmer ที่แท้จริง
(high-leverage = ทำครั้งเดียว แต่กระทบคนจำนวนมหาศาล)

เพราะเขาไม่ได้สร้างแค่แอปเดียว แต่สร้าง “ความฉลาด” ที่ใช้ได้กับคนเป็นพันล้าน
.
Traditional engineer ยังจำเป็น
(วิศวกรซอฟต์แวร์แบบเดิมที่เขียนระบบ วางโครงสร้าง แก้บั๊ก)
.
โดยเฉพาะในเรื่อง
– edge cases (เคสแปลก ๆ ที่ไม่ปกติ แต่ต้องรองรับ)
– leaky abstractions (เวลาระบบดูเหมือนง่าย แต่ข้างในมันซับซ้อนและมีปัญหาโผล่มาให้แก้)
– novel architecture (การออกแบบโครงสร้างระบบใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน)
.
แต่ leverage สูงสุด กำลังย้ายไปอยู่ที่คนที่ train โมเดล
การเขียนโค้ดแบบเก่า = สั่งทีละขั้น
Train โมเดล = สอนจากตัวอย่างจำนวนมาก
.
โปรแกรมเมอร์จะไม่หายไป แต่เกมกำลังเปลี่ยน
ใครสอน Train AI เก่ง ใครเข้าใจปัญหาลึก คนนั้นจะมีพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า (ไปต่อ)
———-
[5] English is the hottest programming language.
.
“ภาษาอังกฤษ (หรือภาษาธรรมชาติ) คือภาษาโปรแกรมมิ่งที่จำเป็นที่สุด
.
AI จะปรับตัวเร็วกว่ามนุษย์ ไม่ต้องใช้ prompt engineering เทคนิคแปลก ๆ อีกต่อไป
.
คนที่เข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีใช้ศัพท์ได้ตรง มี Taste ในการใช้ภาษา สามารถระบุ Spec ของ Product ได้ดีเท่าไหร่ ยิ่งเก่งมากๆ
———–
[6] No real entrepreneur is worried about AI taking their job.
.
ถ้าคุณอ่านถึงตรงนี้แล้วกลัว Naval บอกว่า ไม่มี Creator, OPB, Entreprenuer คนไหนจะกลัว AI มีแต่จะอยากให้ AI เก่งขึ้น
.
เพราะ entrepreneurship คือการมี Agency ในความไม่แน่นอน (unknowns) ชินกับการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนตลอดเวลา
.
AI เป็น ally ที่ช่วยทำ impossible tasks ไม่ใช่แทนที่
.
True creators (entrepreneur, artist, scientist) AI ช่วย level up ไม่ใช่ replace
.
เป้าหมายไม่ใช่ “มีงานให้ทำ
.
เมื่อ AI กับหุ่นยนต์ทำงานซ้ำ ๆ แทนเราได้
งานที่น่าเบื่อ งานที่ใช้แรง งานที่ต้องทำเพราะจำเป็น
จะค่อย ๆ ลดลง
.
มนุษย์ไม่ต้องใช้ชีวิตเพื่อแค่เอาตัวรอด แต่มีเวลาคิด สร้าง ทดลอง และออกแบบชีวิตของตัวเอง
.
โลกแบบนี้เรียกว่า abundance คือความอุดมสมบูรณ์ที่เกิดจากเทคโนโลยี
.
จากมนุษย์แรงงาน กลายเป็นมนุษย์ผู้สร้างสรรค์
———–
[7] AI ไม่มีชีวิต และไม่ได้ฉลาดแบบมนุษย์จริง ๆ
.
Naval บอกว่า AI เก่งมากในการเลียนแบบและจับรูปแบบจากข้อมูลจำนวนมหาศาล
.
แต่มันไม่มีความอยาก ไม่มีเป้าหมายของตัวเอง
ไม่มีสัญชาตญาณเอาตัวรอด ไม่มีความรู้สึกว่า “ฉันคือใคร”
.
Intelligence(ควาฒฉลาด) จริง ๆ คือ ความสามารถในการได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ – Naval
.
มนุษย์มีความอยาก มีแรงผลักดัน
AI ไม่มี want ของตัวเอง มันแค่ตอบตามข้อมูล
.
ในเกมที่ต้องอ่านคน ต่อรอง หรือคิดนอกกรอบ มนุษย์ยังได้เปรียบ
AI เก่งกับข้อมูลที่มีอยู่ แต่มนุษย์เก่งกับสิ่งที่ยังไม่เคยมีอยู่
————-
[8] The solution to AI anxiety is action
ใครที่กังวลเรื่อง AI วิธีแก้ คือการลงมือทำ
.
ความกังวลเรื่อง AI (กลัวตกงาน, Skynet) ส่วนใหญ่มาจาก ignorance / ไม่เข้าใจ AI จริงๆ
.
ลองใช้มัน ลองสร้างอะไรเล็ก ๆ ลองศึกษามันดูว่าข้างในทำงานยังไง
เข้าใจ tools พวกนี้ คนที่ปรับตัวได้ไวจะโกงมากๆ เพราะ เพราะ AI สามารถเป็น tutor ส่วนตัวได้ สอนเราได้แทบทุกเรื่อง
.
(Naval บอกพวกเอ็งจะกลัวทำไม555555 เลือกให้ถูกฝั่งซะ ถ้าใครไม่เก็จกลับไปอ่านข้อ [6] )
———
[9] If you can’t define it, you can’t program it.
ถ้าคุณ define สิ่งที่อยากได้ไม่ได้ คุณก็ program มันไม่ได้
.
AI เก่งในสิ่งที่มี pattern อยู่แล้ว
แต่มันไม่เก่งใน creative leap จริง ๆ
skill สำคัญที่สุดของ creator คือ Clarity (ใครยิ่งอธิบาย(เขียน) เก่งยิ่งได้เปรียบ )
.
ดังนั้นคนที่มี taste + agency + action = Winner
————–
[10] Leverage the best intelligence available.
.
จงใช้โมเดลที่เก่งที่สุดเท่าที่เข้าถึงได้ แล้วตรวจคำตอบเสมอ อย่าเชื่อทันที
.
AI ทำให้คุณเรียนรู้เองได้เร็ว แต่สิ่งที่หายากที่สุดยังคงเป็น “ความอยากที่เรียนรู้” (ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ได้แปลว่าเรายังมีสิ่งนั้นอยู่)
.
ใช้ภาพ Visual aids (diagram, sketch) แผนภาพ สเก็ตช์ ช่วยคิด
อย่าใช้ AI แค่ให้คำตอบ ใช้มันเป็นตัวคูณ(Leverage) ความคิดของคุณ
—————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
Quote โปรดของ Naval ที่เบ้นชอบที่สุดคือ
No entrepreneur(Creator) is worried about AI taking their job
ถ้าตอนนี้ใครตามข่าว AI แล้วกำลัง รู้สึกกลัวตกงานเรากำลังอยู่ผิดฝั่งแล้วว
.
แค่เป็น creator / OPB / entrepreneur แล้ว AI จะเป็นข้าง ๆ คุณเอง
.
ตอนนี้ความกลัวเดียวที่เบ้นมือคือ มีของอะไรใหม่ๆที่ยังไม่รู้อีกไหม ขี้เกียจตามแล้ววว (น้องกุ้งงจะอยู่นานไหม5555)
.
เบ้นคิดว่าความสามารถที่แท้จริงยุคถัดไปจะเป็น
“The Age of One Mind – Benz Arnun (Bitkub Summit 2025)”
.
ความสามารถสร้างของจริงคือกำหนดสิ่งที่ต้องการในชีวิตให้ชัดเจนได้มากที่สุด ในโลกที่ Average on thought (ความคิดแบบกลางๆ) จะเริ่มยืนยาก
.
AI meets you exactly where you are – Naval
.
ยุคของพวกชอบคิดแต่ขี้เกียจทำ มาถึงแล้ว (แจกกาว55555)
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ใช้เวลาแค่ วันละ 30 วินาทีทำสิ่งนี้มา 9 ปี แต่ทำสิ่งนี้ทุกวันจะเปลี่ยนชีวิตไปตลอด

  • ทำไมเราแนะนำคนอื่นได้แต่ตัวเองไปไม่รอด สิ่งนี้เราเรียกว่าอาการ Solomon Paradox

  • ถ้าคุณสามารถบอก”ความจริงที่โหดร้ายที่สุด” กับตัวเองตอนอายุ 16 ได้แค่หนึ่งเรื่อง คุณอยากจะบอกอะไร?


ความเห็น

ใส่ความเห็น