ถอดระบบวิธีคิดของ Elon Musk 5 กลไกวิศวกรรมทางธุรกิจของเขา

ถอดระบบวิธีคิดของ Elon Musk 5 กลไกวิศวกรรมทางธุรกิจของเขา

ถ้าคุณไม่เข้าใจ Elon Musk คุณอาจยังไม่เข้าใจ “ธุรกิจ” จริง ๆ
(ถอดวิศวกรรมทางธุรกิจที่ทำให้เขาทำบริษัทระดับโลกพร้อมกันได้)
.
หลายคนรู้จัก Elon Musk
ในฐานะ สายปั่น อัจฉริยะ เศรษฐีอันดับ 1 ของโลก
.
แต่สิ่งที่เขาเก่งที่สุด เก่งโครตๆคือ เขาสร้าง “ระบบคิดบางอย่าง” ที่ใช้ซ้ำได้
และเขาใช้มันกับทุกบริษัท
.
Tesla SpaceX Neuralink xAI
.
อุตสาหกรรมที่คนปกติไม่กล้าแตะ เขากลับสร้างบริษัทระดับโลกได้พร้อมกัน
เพราะเขาไม่ได้แค่บริหารบริษัท เขา “ออกแบบ Operating System”
.
Matt Gray เขาทำคลิปนึงออกมานั่งวิเคราะห์ ระบบวิธีคิดของ Elon น่าสนใจมากๆ มาดูกันว่า
ระบบคิดของ Elon Musk มีอะไรบ้าง #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————
[1] เวลา คือ คอขวดที่อันตรายที่สุด
.
Elon ไม่ได้มองว่าเงินคือปัญหา เขามองว่า “ความช้า” คือศัตรูตัวจริงของเรา
.
องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวเพราะตัดสินใจผิด
แต่ล้มเหลวเพราะ “ตัดสินใจช้าเกินไป”
.
ในช่วง Tesla ติด Production Hell
โรงงานผลิตรถได้ช้ามาก ทั้งบริษัทใกล้ล้มละลาย
.
สิ่งที่ Elon ทำ ไม่ใช่นั่งประชุม เพื่อหาทางออกในห้องประชุม
ไม่ใช่การนั่งรอรายงาน ไม่ใช่โยนปัญหาให้คนอื่น
.
เขาเข้าไปขลุกตัวอยู่ในโรงงาน
เจอปัญหา > คุย > ตัดสินใจ > ทดลอง ทำให้จบภายในไม่กี่ชั่วโมง
.
เขาบีบ “feedback loop
จากเป็นเดือน ให้เหลือเป็นชั่วโมง
.
บทเรียนที่เราได้
มันได้แปลว่า เราต้องไปนอนโรงงาน (เตรียมซื้อถุงนอนแล้ว 55555)
.
แต่คือ ธุรกิจเราช้าเพราะอะไร แล้วเรากล้าจัดการมัน “ทันที” แค่ไหน
——————
[2] Algorithm 5 ขั้นตอน ที่ฆ่าความซับซ้อน
นี่คือหัวใจของระบบ Elon Musk
.
เขาใช้ Algorithm เดียวกัน กับโรงงาน กับซอฟต์แวร์ กับทีมงาน
ขั้นตอนมีแค่ 5 อย่าง

{1} Question every requirement
ใครบอกว่าต้องทำแบบนี้ และมันยังจำเป็นอยู่จริงไหม
.
{2} Delete ลบทุกอย่างที่ลบได้ เขาจะค่อยๆลบ ของออกไปทีละชิ้นส่วนเพื่อทดสอบว่าตัดของชิ้นนี้ออกไปแล้ว ยังทำงานได้ไหม?
.
{3} Simplify ส่วนที่เหลือ อะไรที่เหลือ เอาไปทำให้ง่ายขึ้น ถูกลง
.
{4} Accelerate ทำของที่เหลือพัฒนามันให้เร็วขึ้น แม่นยำมากขึ้น
.
{5} Automate last ทำระบบอัตโนมัติ “เป็นขั้นสุดท้าย” ไม่ใช่ขั้นแรก
.
Tesla เคยพลาดหนัก เพราะ automate เร็วเกินไป
Elon ยอมรับว่าตัวเองคิดผิด และให้รื้อหุ่นยนต์ออกจากสายการผลิต
.
บริษัทส่วนใหญ่ตาย ไม่ใช่เพราะไม่มีไอเดีย แต่เพราะ “ซับซ้อนเกินจำเป็น”
———————–
[3] ทีมที่ไม่เน้นความสบาย แต่เน้นภารกิจ
.
Elon ไม่ได้สร้างทีมที่ทุกคนแฮปปี้
เขาสร้างทีมที่ “หมกมุ่นกับเป้าหมายเดียวกัน”
.
มีครั้งนึง Elon เคยไปถามอาจารย์ในมหาลัยว่า มีเด็กคนไหนฉลาดๆเก่งๆ แต่ไม่มีครอบครัวไหม ผมอยากชวนมาทำงานด้วย (โครตเถื่อน55555)
.
วันที่ซื้อ Twitter เขาส่งอีเมล Fork in the Road
ให้พนักงานมีสองทางเลือก 1.จะทุ่มสุดตัวกับมัน 2.ลาออกไปซะ
.
การที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ Elon เขาไม่ได้สนใจประชามติเลย เขายึดมั่นใน ภารกิจก่อนเสมอ
.
เขาทำลายกำแพงความเชื่อเดิมๆทิ้งไว้เสมอ
——————————
[4] ระเบิดได้ = เรียนรู้ได้
.
วันที่ 20 เมษายน 2023
จรวด Starship ของ SpaceX ระเบิดกลางอากาศต่อหน้าคนทั้งโลก
.
สิ่งที่องค์กรทั่วไปจะพูดคือ “ล้มเหลว,ผิดพลาด,ต้องสอบสวน”
.
แต่สิ่งที่ Elon พูดคือ “เราประสบความสำเร็จ เพราะเราได้ data ครบแล้ว”
.
สำหรับ SpaceX
Failure ไม่ใช่เรื่องอับอาย แต่มันคือ “ต้นทุนของการเรียนรู้”
.
จรวดลำหนึ่ง
ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบขีดจำกัด ไม่ใช่เพื่อให้ดูสมบูรณ์แบบใน PowerPoint
.
7 เดือนหลังจากการระเบิดครั้งนั้น
SpaceX ส่ง Starship แบบ full stack ขึ้นบินอีกครั้ง
.
ในขณะที่องค์กรรัฐหรือบริษัทใหญ่ทั่วไป
ใช้เวลา 4–6 ปี แค่เพื่อ “มั่นใจว่าไม่พลาด”
.
องค์กรทั่วไปกลัวความผิดพลาด Elon กลัว “การเรียนรู้ช้า”
.
คนส่วนใหญ่พยายามทำให้ทุกอย่างถูกตั้งแต่ครั้งแรก
Elon พัฒนาล้มเหลวบ่อยๆ เพื่อให้รอบถัดไปเขาเก่งขึ้น
.
ใคร iterate ทำซ้ำหลายๆรอบ ได้เร็วกว่า นนั้นชนะ ไม่ใช่คนที่วางแผนสวยที่สุด
—————————-
[5] ถ้าธุรกิจยังต้องมีคุณทุกวัน คุณยังไม่มีธุรกิจ
.
Elon ไม่ได้ run ทุกบริษัทด้วยตัวเอง
SpaceX มี Gwynne Shotwell ดูแลการปฏิบัติการมานานกว่า 20 ปี
Tesla มีทีมที่รันระบบได้เอง
เขาออกแบบระบบ แล้วใส่คนที่เหมาะสมลงไป
.
Elon Musk เคยให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเขาเองไม่ได้มี เลขามาจัดการเวลาให้ เขาจัดการเวลาให้ตัวเขาเอง เขาบอกว่า “จะมีใครรู้ว่าอะไรสำคัญสุดเท่าตัวเราเลย” เขาเลยจ้างแค่ผู้ช่วยคอยประสานงาน ติดต่อให้
.
แต่ตัว Elon Musk จะเลือกเองว่าแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ต้องไปทำอะไรที่ไหน (จะปั่น Social กี่โมง55555) เขาจะเป็นคนเลือกมันทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง เพื่อพัฒนาธุรกิจให้มันทำต่อไปได้
.
ถ้าทีมตรงไหนมีปัญหา เขาจะจัดการเวลาสัปดาห์นั้นลงไปยำที่นั้นตลอด จนกว่าจะจบเรื่องได้เลย เพื่อให้บริษัทำงานต่อไปได้
.
ถ้าธุรกิจต้องมีคุณตลอด มันไม่ใช่ business มันคือ job ที่คุณสร้างขึ้นมาเอง
——————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
Elon Musk ไม่ใช่ต้นแบบชีวิตที่สมดุล ไม่ใช่ตัวอย่างของ work-life balance
.
แต่ถ้าคุณอยากเข้าใจว่า ธุรกิจระดับโลก คิดและตัดสินใจยังไง
เขาคือ case study ที่น่าศึกษามาที่สุดคนนึง

เบ้นอ่านหนังสือประวัติ Elon Musk มาสองเล่ม ตื่นเต้นทั้งสองเล่ม (ต้องกลับไปซ้ำแล้ว55555)
.
Elon มาถึงจุดที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนมาถึงได้
ไม่ใช่เพราะเขาแค่เก่งที่สุด
แต่เพราะเขา
ลบสิ่งไม่จำเป็นเร็วกว่าใคร ตัดสินใจเร็วกว่าใคร และเรียนรู้เร็วกว่าใคร
.
ถ้าเราเข้าใจ “ระบบคิด” นี้ เราไม่จำเป็นต้องเป็น Elon (และเราอาจจะเป็นไม่ได้)
แต่มันจะช่วยคุณจะเลิกทำธุรกิจแบบ ช้า ซับซ้อน และหลอกตัวเอง
.
และนั่น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ ธุรกิจที่ควรจะเป็นจริง ๆ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าเราอายุยังไม่เกิน 40 ปี ตอนนี้ Technology มีโอกาสจะพาเราไปถึง 120 ปีกันได้แล้ว

  • สรุปสัมภาษณ์ MrBeast ที่โครตดี แนะนำให้ดู

  • สรุปครบจบในโพสต์เดียว affiliate มัดรวมทุกอย่างที่เราใช้ได้ไว้ที่นี้ อ่านจบเริ่มได้เลย ปีนี้ ต้องฟาดแล้ว


ความเห็น

ใส่ความเห็น