ทำไมการ หลงตัวเอง แบบ(กำลังดี) คือ ทักษะลับ ของคนที่ชีวตมักจะไปข้างหน้า

ทำไมการ หลงตัวเอง แบบ(กำลังดี) คือ ทักษะลับ ของคนที่ชีวตมักจะไปข้างหน้า

ทำไมความ “หลงตัวเองแบบกำลังดี ” ถึงเป็นพลังลับของคนที่ไปไกล
(ทั้งที่ข้อมูล ความจริง และสถิติ ไม่ได้เข้าข้างเขาเลย)
.
ถ้าคุณเป็นพวกไม่หลงตัวเองเลย ถ่อมตัวมากๆ แต่ชีวิตยังย้ำอยู่กับที่
ลองมาฟังเรื่องนี้กัน
.
เราโตมากับคำสอนว่าในบ้านเรา “ให้มองโลกตามความเป็นจริง”
อย่าหลงตัวเอง อย่าคาดหวังเกินตัว
.
เมื่อเช้าไปเจอคลิปนึงมาชื่อว่า Why Being Delusional is a Superpower
ของช่อง Veritasium (คนตาม 20 ล้านน ทำไมเบ้นพึ่งมารู้จัก 55555)
.
คนพูดเรื่องนี้คือ Derek Muller (สาย Dr. Physics Education Research)
แกอธิบายว่า คำส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า
.
(ความสำเร็จ = ความพยายาม x ความสามารถ)
แต่มีอีกปัจจัยนึงที่คนมองข้ามไปคือ “ดวงดี” 5555555

ความสำเร็จ = ความพยายาม x ความสามารถ x ดวงที่ดี
แล้วประเด็นคือ คนดวงดี มักเป็นพวกหลงตัวเองด้วย (เอ้าาา)
ทำไมกันนะ? มาแกะ ความจริงข้อนี้ผ่านบทความนี้กัน
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————————————————————————–
[1] ความสามารถ + ความพยายาม ≠ ความสำเร็จ
.
ถ้าโลกยุติธรรมจริง คนเก่งและขยันที่สุด ควรจะสำเร็จเสมอ
แต่โลกจริงคือ
.
คนเก่งพอ ๆ กัน ขยันพอ ๆ กัน แข่งกันในสนามเดียวกัน อาจจะไม่สำเร็จเหมือนกัน 100% ทุกคนขนาดนั้น
(ในชีวิตเราน่าจะมีคนแบบนี้อยู่ พยายามเหมือนกัน ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน)
.
สิ่งที่แยกผู้ชนะออกจากคนหายไป ไม่ใช่ effort(ความพยายาม) เพิ่มอีกนิด
แต่คือ “จังหวะ + โชค”
.
Warren Buffet บอกในจดหมายฉบับสุดท้ายก่อนเขาจะเกษียณว่า
.
“I’m just lucky to have been in the right place at the right time. Another place, another time, I wouldn’t have been as successful
(ผมแค่โชคดีที่อยู่ถูกที่ ถูกเวลา ถ้าเป็นอีกสถานที่หนึ่ง อีกช่วงเวลาหนึ่ง
ผมคงไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้) – Warren Buffet
.
ปัญหาคือ สมองมนุษย์ไม่ชอบและไม่อยากจะยอมรับเรื่องนี้
เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตเราควบคุมไม่ได้
.
เราจึงเล่าเรื่องความสำเร็จย้อนหลัง ให้มันดูเหมือนเป็นเส้นตรง
ทั้งที่ความจริงมันคือทางคดเคี้ยวเต็มไปด้วยอุบัติเหตุ + ความบังเอิญสุดๆ
—————————————————-
[2] เราเห็นแต่ผู้ชนะ จนคิดว่าเขาเก่งกว่าเรา
.
เราศึกษาเฉพาะคนที่รอดมาได้ อ่านหนังสือผู้ก่อตั้งเท่ๆ ฟัง podcast คนดัง
.
แล้วสมองเราจะสรุปทันทีว่า “ถ้าเขาทำแบบนี้ เราก็ต้องทำได้”
.
ทั้งที่ในความเป็นจริง
มีคนทำเหมือนกันอีกเป็นหมื่น แต่ไม่รอด ล้มหายตายจากไปจากโลกของสื่อที่เราไม่รู้จักเขา
.
นี่คือ survivorship bias (ความคิดแบบลำเอียงเพื่อเอาตัวรอด)
ไม่ใช่ความโง่ แต่มันคือกลไกสมองปกติ
.
มันกลายเป็นว่า เราประเมินความสามารถตัวเองต่ำเกินไป
และประเมินความยากของสนามแข่งสูงเกินจริง (คิดมันเป็นเรืองที่ยากมากๆ)
—————————————
[3] แล้วทำไม “ความหลงตัวเอง” ถึงกลายเป็นพลัง
.
ความพีคมีนอยู่ตรงนี้ คนหลงตัวเอง(แบบกำลังดี) จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า
เพราะคนที่เชื่อว่า “ฉันควบคุมชีวิตได้” จะไม่หยุดทำอะไรง่าย ๆ
.
ถ้าคุณรู้จริง ๆแบบ ฉลาดมากๆว่า โอกาสสำเร็จมีแค่ 1% คุณจะไม่เริ่ม
.
แต่ถ้าคุณ “เชื่อแบบผิดๆ” ว่า ฉันน่าจะเป็นคนนั้น ฉันน่าจะทำได้
.
คุณจะ ลองอีกครั้ง ส่งอีกอีเมล อัปอีกคลิป พัฒนาอีกเวอร์ชัน
.
ไม่ใช่เพราะคุณเก่งกว่า แต่เพราะคุณยังอยู่ในสนามต่อๆไป
.
และในโลกที่โชคสุ่มมาเป็นช่วง ๆ
คนที่อยู่ในเกมนาน มีโอกาสโดนโชค ทอยลูกเต๋าถูกได้มากกว่าเสมอ
————————
[4] Delusion (การหลงตัวเอง) ไม่ได้ทำให้คุณชนะ แต่มันทำให้คุณ “ไม่ออกจากสนาม”
.
คนที่ realistic มองโลกตามความเป็นจริงมากๆ ที่คิดเก่ง วิเคราะห์แม่น แล้วหยุด
.
คนที่ Delusional พอประมาณ คิดน้อยกว่า แต่ลงมือมากกว่า
เขาจะ fail เยอะกว่า อาจจะดูโง่กว่า โดนปฏิเสธมากกว่า
.
แต่ทุกครั้งที่เขาลอง เขาเพิ่มจำนวนครั้งที่ลูกเต๋าถูกทอย
.
และในเกมที่ไม่ต้องชนะทุกตา แค่ชนะ “ตาเดียวที่ถูกเวลา” นั่นก็พอแล้ว
————
[5] สมดุลที่ยากที่สุด คือ เชื่อในตัวเองโดยไม่เหยียบคนอื่น
.
บทเรียนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่ “ให้หลงตัวเองแบบไม่ฟังใคร”
.
แต่คือ
ภายใน ให้เชื่อแบบ delusional
ภายนอก ให้ถ่อมตัวพอจะเข้าใจว่า คนอื่นก็พยายามไม่ต่างจากเรา
และ “โชคมีบทบาทมากกว่าที่เราคิด”
.
เชื่อว่าเราทำได้ เพื่อจะไม่หยุด
แต่ยอมรับว่าโชคมีจริง เพื่อจะไม่ดูถูกคนที่ยังไม่ถึง
—————————–

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
ฟังเรื่องนี้แล้วผมนึกถึง ตอนฟังคุณ คมสันต์ (Flash Express) เขาบอกว่าที่เขามาทำขนส่ง เพราะ “เขาไม่รู้ว่ามันจะยากและปัญหาเยอะขนาดนี้” 55555
.
ถ้ารู้แบบนี้เขาไม่มาทำหรอก แต่ไอความที่ไม่รู้นี้แหละ ทำให้เขาทำมาถึงตรงนี้ได้ แบบไม่เลิกไปเสียก่อน
.
ส่วนตัวของเบ้นก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ทำนองนี้ ตอนวัย 20 ต้นๆ กระโดดเข้าไปทำธุรกิจยากๆ โดยไม่ได้ศึกษาตลาดมากก่อน โดยไปยับๆ 5555 พอมองย้อนกลับไป เราไม่มีทางกล้าทำเด็ดขาด สิ่งเดียวที่เรากล้าทำเพราะ
.
“เราไม่รู้ แต่เราแค่เชื่อมั่นในตัวเอง”
.
โลกนี้ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่มองโลกได้ตรงกับควาเป็นจริงที่สุด
แต่มันให้รางวัลกับคนที่ “ยังทอยลูกเต๋าได้มากที่สุดเสมอ”
.
Delusion ไม่ใช่การโกหกตัวเอง
แต่มันคือพลังที่ทำให้เรา
กล้าทำต่อ ในวันที่เหตุผลบอกว่า โอกาสแทบไม่มี
.
ถ้าคุณกำลังถ่อมตัวเองอยู่นั้นเป็นนิสัยที่ดีมันจะทำให้เราได้เติบโต
แต่อย่าลืม เหยาะ ส่วนผสมสุดท้ายเข้าไปนิดนึงคือ “การหลังตัวเองแบบกำลังดี” แล้วชีวิตเราจะได้พบกับสิ่งที่เรียกว่า “ความโชคดี
.
และบางที
ความสำเร็จทั้งหมดในชีวิต ก็เกิดจากการที่เรา
“ความเชื่อผิดๆ” ได้นานพอ จนโชคเดินมาชนเราเอง
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมคนถึงชอบซื้อของที่เขาไม่ใช้มันจริงๆ เศรษฐศาสตร์ พฤติกรรม ทำยังไงให้คนตัดสินใจ

  • ผมไม่เคยใช้มือถือ Smartphone เลย มันออกแบบหลอกให้รู้สึกว่าเราควบคุมมันได้

  • วิธีปรับจูน สมองให้พร้อมเรียนรู้เรื่องใหม่ แค่ 20 นาที มันมีผลกับระบบประสาทเรา


ความเห็น

ใส่ความเห็น