จากเด็กโดดเรียนติดเกมสู่ซิลิคอนวัลเลย์ สัมภาษณ์ 9Arm ที่โคตรดีแนะนำให้ดู

จากเด็กโดดเรียนติดเกมสู่ซิลิคอนวัลเลย์ สัมภาษณ์ 9Arm ที่โคตรดีแนะนำให้ดู

จากเด็กโคราช สู่ดินแดน Silicon Valley (9Arm)
(บทเรียนจากคนที่เคยหนีเรียนไปเล่นเกม แต่ไปจบที่การทำซุเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับโลก และอยู่ใน AMD)
.
เมื่อวานนั่งฟัง สัมภาษณ์ 9Arm ใน Podcast D Code ของ @Shark Tank Thailand
.
ชอบเนื้อหานี้มาก เหมือนได้รู้จัก 9Arm มากขึ้นนอกจากที่เห็นใน Content แชทคิดว่าไง 555555
.
แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดในบทสนทนานี้ ไม่ใช่ความเท่ของเทคโนโลยี
ไม่ใช่ชื่อบริษัท ไม่ใช่ตัวเลข
.
มันคือกรอบคิดเรื่องชีวิต งาน เงิน และความสุข
ถ้าเกิดว่าเราคิดว่าชีวิตเราอาจจะไม่มีโอกาสแบบคนอื่นเขาลองฟังอันนี้
นี้คือสิ่งที่เบ้นสกัดออกมา #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————-
Part 1 : เด็กโดดเรียนไปร้านเกมสู่ ทุนเรียนฟรี ไม่ต้องใช้คืน
.
9Arm เล่าว่า ตอนเด็กๆตัวเองโดดเรียนไปเล่นเกม เกเรสุดๆ555555
แต่ๆ เขา เขาเรียนเก่งมาตลอด อยู่ห้องคิง ไม่ใช่เละเป็นคนเละเทะ
.
เขาเป็นเด็กประเภท “เกเรในกรอบ” ยังเกาะกลุ่ม พอเอาตัวรอดได้
.
จุดเปลี่ยนจริงๆ เกิดตอนมหาวิทยาลัย
เมื่อเขาเริ่มโฟกัส อยากเป็นวิศวกรที่เก่งจริง
.
เกรดดีขึ้น ทัศนคติเปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขาจริงๆ คือคำว่า “ทุน”
.
9Arm บอกตรงๆว่า “ถ้าไม่มีทุน”
บ้านเขาไม่มีกำลังส่งไปเรียนอเมริกาแน่นอน
.
และทุนที่เขาได้ ไม่ใช่ทุนชื่อดัง ไม่ใช่ทุนที่เด็กไทยพูดถึงกันบ่อย
.
แต่มันคือทุนจากระบบแลบในมหาวิทยาลัย
ที่อาจารย์มีงบจ้างนักศึกษาอยู่แล้ว
.
ที่น่าสนใจคือ ทุนนี้มันไม่ได้เป็นความลับอะไรเลยย
แต่มันเป็นเรื่องที่เด็กส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่า “ถามได้”
.
9Arm บอกว่า แค่ส่งอีเมลไปหาอาจารย์
บอกว่าสนใจงานวิจัย และบอกตรงๆ ว่าไม่มีเงินนะ
แล้วถามว่า “จะมีทุนให้ไหมครับ?” (ตรงๆง่ายเลยทุกคน)
.
และมันมี และฟรี ไม่ต้องใช้ทุนคืนด้วย ! 5555
เขาเลือกเรียนสายที่คนมีน้อย High Performance Computing
(มันคือสาย เรียนหลังบ้านของโลกคอมพิวเตอร์ที่แรงๆ)
.
ระหว่างเรียน เขาได้ไปฝึกงานกับบริษัทที่ได้ลงมือทำจริงๆ
และสิ่งที่ได้กลับมา ไม่ใช่แค่ประสบการณ์
.
แต่มันคือ “ความมั่นใจ” ทำให้ 9ARM มั่นใจในเส้นทางตัวเองมากขึ้น
.
จุดเริ่มต้นของ 9ARM มาจาก “การที่เรากล้าที่จะถาม”
หลายครั้งเราแค่ไม่กล้าถามอะไรที่เราอยากจะได้ หรือกล้าที่จะถามมากพอ บางเรื่องเราแค่ถามดูก็จะรู้
———————-
Part 2 : ซุเปอร์คอมพิวเตอร์, AI และความกดดันระดับ 600 ล้านดอลลาร์
ความต่างกันระหว่าง Super computer vs Computer คืออะไร
.
9Arm อธิบายแบบง่ายๆคือ
ซุเปอร์คอมพิวเตอร์คือ คอมพิวเตอร์หลายหมื่นเครื่อง เอามาต่อกัน ให้ทำงานพร้อมกัน
.
เพราะงานบางอย่าง ถ้าใช้คอมเครื่องเดียว อาจต้องรันเป็นปี เลยต้องเอารวมกัน
.
และซุเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถช่วยพัฒนา นวัตกรรมให้โลกใบนี้ได้เยอะมาก เช่น การค้นหายาใหม่ ก็ใช้การจำลองในคอมก่อน แล้วค่อยไปทดลองจริง
.
งานด้านพลังงาน งานด้านความมั่นคง
หลายอย่างแทนการทดสอบจริงด้วย simulation
.
และทั้งหมดนี้ คือรากฐานของสิ่งที่โลกกำลังคลั่งอยู่ตอนนี้ AI
.
9Arm อธิบายว่า แก่นแท้ของ AI คือ “การคำนวณ” การคูณเมทริกซ์
.
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับ ที่ซุเปอร์คอมพิวเตอร์ทำมานานแล้ว
.
AI มี 2 ส่วนหลัก
[1] Training การสร้างโมเดล แพง กินพลัง และกินเวลา
[2] Inference เอาโมเดลไปใช้งาน ต้นทุนเบากว่า
.
9ARM บอกว่า การเทรนโมเดลใหญ่
ถ้ากดรันวันนี้ อาจเสร็จในอีกสามเดือน
และถ้ามันแฮง ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
.
นี่แหละ “ราคาของของจริง”
ไม่ใช่แค่เงิน
แต่คือเวลา ความกดดัน และชื่อเสียง
.
ทั้งหมดนี้พาไปสู่โปรเจกต์ที่โหดมาก
โปรเจกต์ซุเปอร์คอมพิวเตอร์ มูลค่าประมาณ 600 ล้านดอลลาร์
.
ความผิดพลาดเล็กน้อย อาจแปลเป็นความเสียหายระดับพันล้าน
.
ถ้าประสิทธิภาพออกมาไม่ดี เทคโนโลยีใหม่ทั้งชุด
จะถูกตีตราว่าไม่ผ่าน
.
9Arm บอกว่าตัวเองเป็นฟันเฟืองเล็กๆ
ดูแลซอฟต์แวร์ที่ต้องทำให้ทั้งระบบ
สื่อสารกันเร็วที่สุด และไม่พลาด
.
โจทย์คือ ทำยังไงให้ผลลัพธ์จริง เข้าใกล้ตัวเลขบนกระดาษให้มากที่สุด
.
9Arm บอกว่าเขาไม่ได้กดดันมาก เพราะเขาไม่ได้นั่งอยู่ในห้อง Tiger Team
ตอนนั้นเขานอนอยู่555555555 อย่างฮาตอนเล่า
.
และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้มาตรฐานของผู้หญิงคนหนึ่ง
Lisa Su (CEO ของ AMD ผู้พาบริษัทจากเกือบล้ม กลับมาแข่งในเกมเทคระดับโลกได้)
.
9Arm บอกว่า สิ่งที่น่ากลัวของ Lisa ไม่ใช่ความเก่ง
แต่คือความ Relentless (ไม่ปล่อยผ่านอะไรง่าย)
.
ไม่ปล่อยมาตรฐาน ไม่ปล่อยงาน ไม่ปล่อยคำถาม
.
สิ่งงที่ 9arm ได้เห็นคือ Engineer ระดับท็อป แก้ปัญหากันสดๆ เหมือนได้เรียนรู้จากคนเก่งๆฟรีๆ
.
9ARM ไม่ได้เห็นแค่คำตอบ แต่ได้เห็น “วิธีคิดของคนเก่งระดับโลก”
ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองไปพร้อมๆกับเรียนรู้จากพวกเขา
———————-
Part 3 : งาน เงิน ชีวิต และนิยามความสำเร็จ
.
9Arm เล่าว่า
“เขาอยู่บริษัทเดิมประมาณ 5 ปี แต่ไม่เคยได้โปรโมตเลยสักรอบ”
.
หัวหน้าคนเดิมเกษียณ หัวหน้าใหม่เข้ามา
แปลว่าเขาต้องเริ่มสร้างเครดิตใหม่ทั้งหมด
.
9ARM คิดว่า ถ้าต้องสร้าง relationship ใหม่อยู่แล้ว
ทำไมไม่ไปอยู่ที่ที่ให้โอกาส และเห็น value เรามากกว่า
.
มันมีความน้อยใจปนอยู่ เพราะเขารู้ว่า
ตัวเองทำงานเกินตำแหน่งมานาน
.
เราให้บริษัทไปก่อน แล้วทำไมบริษัทไม่ให้เรากลับมาสักที
.
“การจ้างงานคือความสัมพันธ์สองทาง”
.
ถ้ายัง respect กัน ก็ไปต่อ
แต่ถ้าวันหนึ่ง อีกฝั่งไม่เห็น value เราแล้ว การแยกจากกัน ไม่ใช่ความล้มเหลว
.
มันคือการเลือกเส้นทาง ที่เหมาะกับตัวเอง
.
9Arm สรุปกติกา การเลือกงานไว้แบบง่ายๆเลยคือ
.
[1] ถ้าเรามีปัญหาเรื่องเงิน เอาเงินก่อนไว้ก่อน 55555 อย่างอื่นชั่งมัน
[2] แต่ถ้าเงินพออยู่ได้ ให้เลือกที่ที่ ทำให้เราเติบโต
.
เพราะการได้อยู่ใกล้คนเก่งจริง มันทำให้เราได้ซึมซับวิธีคิด ที่เงินซื้อไม่ได้
.
ทุกวันนี้ 9Arm ทำสองอย่างพร้อมกัน :งานประจำ + content creator
.
เวลาว่างจริงๆ ต่อสัปดาห์ เหลือแค่วันเดียว
และวันนั้นก็ยังต้องทำงานบ้าน เพราะมีลูกเล็ก
.
เขาบอกว่า การมีลูกเล็ก คือบททดสอบความสัมพันธ์ที่โหดที่สุด
.
เหนื่อย เครียด มีหลุดใส่กันได้
.
สิ่งที่ช่วยได้ไม่ใช่เทคนิค แต่คือกรอบคิดเดียว “เราอยู่ทีมเดียวกัน”
ไม่ใช่ใครชนะใครแพ้ แต่คือจะประคองกันยังไง ให้ผ่านช่วงนี้ไปได้
.
และนิยามความสำเร็จของ 9Arm วันนี้
ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง ไม่ได้อยู่ที่โปรเจกต์ระดับโลก
.
แต่มันคือ การที่เราตื่นเช้ามา แล้วเจอลูกยิ้มให้
.
แต่ 9Armก็พูดตรงๆว่า ที่เขาพูดแบบนี้ได้ เพราะงานกับเงินโอเค
เลยมีพื้นที่ ให้ความสุขแบบนี้
.
ถ้าเราตื่นเช้ามาแล้วไม่มีความสุขเราต้องเปลี่ยนมัน
ตัดสิ่งที่ทำให้เราอารมณ์เสีย ออกให้ได้มากที่สุด
—————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
โอกาสไม่ได้มาจากดวง แต่มาจากการที่เรากล้าถาม
การได้อยู่ใกล้คนเก่งๆ ทำให้ประสบการณ์เราเติบโตขึ้น
และถ้าคนไม่ให้คุณค่าของตัวเรา เราแค่เดินจากไป ในที่ๆเขาเห็น
มีแค่นี้เลยย ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่เราตื่นมาแล้ว อยากใช้มัน
.
Life is so good
.
แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือ The Power of Question
บางทีเราอาจะมีเรื่องที่เราคิดมาตลอดแต่เราไม่กล้าถาม
เราก็แค่ต้องกล้าที่จะถาม
ถ้าเกิดว่า ถาม แล้วเขา Say No เราก็ไม่เสียอะไร เสียแค่น้ำลาย 55555
แต่ถ้าเรา Say Yes เราก็จะได้โอกาสใหม่ๆมาเลย
.
เราลองถามตัวเองดูว่า “มีคำถามไหนไหมที่เรายังไม่เคยถาม ลองถามมันดู”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเราพัฒนาตัวเองเยอะ แต่ รายได้ไม่เพิ่ม?

  • ถ้าคุณไปปักกิ่งตอนนี้ จะไม่เจอคนจีน ฉี่ข้างทางอีกแล้ว ? การเข้าสู่การปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของประเทศจีน

  • สิ่งที่จะอยู่ต่อไปในอนาคตคือ “อดีต” (Same As Ever)


ความเห็น

ใส่ความเห็น