GOOD BYE 2025 THANK YOU FOR HAVING ME

GOOD BYE 2025 THANK YOU FOR HAVING ME

วิธีทำให้ชีวิตดีขึ้นแบบ 300% #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป

[1] ปีนี้เลยเป็นปีที่ชีวิตผมดีขึ้นเยอะมากๆหลายด้านๆ Business , Mental Health , Relationship

เพจ Benz Arnun มี Reach แบบ long from content 48.8M ครั้ง + มีคนแชร์ทั้งหมด 300,000 + ครั้ง (organic 100%)

เพราะเบ้นไปเข้าใจ concept บางอย่างมาตอนต้นปี 2025 ถ้าใครเข้าใจ Concept นี้ ชีวิตจะดีขึ้นเลย เดี๋ยวมาเฉลยให้ฟังในโพสต์นี้

ขอ recap : 2025 ก่อน
[2] อยู่ดีๆ E-commerce ก็โตขึ้น 1,000% (3 เดือนหลัง กราฟพุ่งสุดๆ) ,ธุรกิจอื่นๆที่ลงทุนไว้ก็โตขึ้นเยอะมากๆ เพราะเข้าใจ concept ในโพสต์นี้

ปีนี้เลยได้เยี่ยมออฟฟิศใหญ่ 3 เจ้าเลย Meta, Tiktok,Google (ก็แหง แหละ เราทำงานกับพวกเขาเยอะ 55555)

[3] ปีนี้ได้กลับมาทำ Podcast ของตัวเอง ได้คุยท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut กับ Kasidis Satangmongkol พึ่งเข้าใจคำว่า การคุยกับคนเก่งๆ ไม่ได้ให้คำตอบเรา

แต่มันเปลี่ยน “คำถามที่เราใช้มองชีวิต” มันทำให้เรามองชีวิตแบบใหม่มากขึ้น พอเรามองชีวิตใหม่การตัดสินใจของเราในทุกๆวัน ก็จะเปลี่ยนใหม่ ชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไปเลย

[4] วันที่ 23 เมษา 2025 หลังจากคุย กับคุณท๊อปเสร็จมีเรื่องนึง ติดอยู่ในใจคือคือ regret minimize framework (ให้เลือกทำสิ่งที่ไม่เสียใจตอนเราอยู่บนเตียงตอนตาย)
เลยถามตัวเองว่าถ้าปีนี้ หมดปี มีอะไรที่อยากทำมานานแล้ว ไม่ได้ทำสักที คำตอบคือ “การเขียนทุกวัน”

[5] ทำไมเลือกการเขียน เพราะเป็น Skill ที่อยากทำให้เป็น ยิ่ง การมาของ AI ยิ่งรู้สึกว่า ยิ่งเราเขียนเก่งเท่าไหร่ เรายิ่งสื่อสารได้ดีขึ้น เข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น และนั้นทำให้เราสร้างนิสัยใหม่ ในการ “ปล่อย Output ในสิ่งที่เสพ” ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

[6] ตอนแรกไม่ได้กะจะอะไรมาก แค่รู้สึกว่า ทำไมเราฟังคลิปก็เยอะ เรียนก็เยอะ อ่านหนังสือก็เยอะ แต่ไม่ได้ลงมือทำอะไรสักอย่างดีๆสักที เหมือนเรารู้ ไป 90 แล้วแต่ลงมือทำยังอยู่ แค่ 10 ไม่อยากติดอยู่ในกับดัก King of Self Development พัฒนาตัวเองทั้งวัน แต่ชีวิตไม่ได้ดีขึ้น

[7] สิ่งที่แก้เลยเป็นการเขียน อย่างน้อยได้สรุปความเข้าใจตัวเราเองออกมา อย่างน้อยทำให้เราได้เข้าใจ มากขึ้น เลยมี Part #สรุปแบบลงดาบ จะได้รู้ว่าเราเข้าใจมันแค่ไหน เราจะเอามันไปใช้ยังไงต่อดี 555555

[8] กลายเป็นว่า ความรู้ที่เราเสพมามันมี Output มี articulate (ทำให้ชัดเจน) มากขึ้นเลยทำให้เรา Shift Framework ในการทำธุรกิจ ในการเป็น One Person business ได้ดีขึ้น เหมือนเรา เข้าใจ skillset , perspective การมองโลกของตัวเราเองมากขึ้น ทำให้เราสื่อสารได้ดีขึ้น เข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้นเวลาเรามาต่อ Brick ในความคิด มันทำงานได้ function ได้ดีขึ้นน

[9] Framework ในการเลือก Content มาเขียน ของเบ้น ง่ายมาก
Step 1 – ใช้ชีวิตจนไปเจอปัญหาสักเรื่องนึง
Step 2 – หาข้อมูล Data คลิป หนังสือ คนที่ติดปัญหานี้เหมือนเรา
Step 3 – เขียนสรุปสิ่งที่เรารู้และแก้ไขมันออกมา
Step 4.- ลงมือทำ สิ่งเรารู้มา (ไม่ใช่แค่เขียนแล้วจบไป)
ทำตาม 4 Steps นี้ชีวิตไม่ดีขึ้น ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว 55555555

[10] ปรากฎว่า เขียนให้ตัวเองอ่านอยู่ดีๆ ทุกวันๆ หันมากอีกทีปีนี้มาคน เห็น 48 ล้าน มีคนแชร์ไปมากกว่า 300,000 แชร์ ตอนเขียนยังนั่งเกาหัวอยู่เลยยยยย พวกเรามาเจอกันได้ไงเนี่ย 55555555 ถ้ารู้ว่าจะมีคนอ่านเยอะ จะเขียนให้หล่อ และเท่ กว่านี้ 55555555 เย้ย

[11] ต้นปีทำ คลาสฟรี One Person business 101 และ ปีนี้ได้กลับมาเปิด 90 Day One Person business Bootcamp รุ่น 3 (เกือบจะไม่เปิดแว้ววว) กลายเป็นการตัดสินใจทีดีมากๆเช่นกันได้เจอผู้คน Community ที่น่ารัก ที่เติมไฟกันทั้งวัน แต่สิ่งที่ได้จริงๆคือ การได้เจอคนที่มีความเชื่อ มีแนวคิดเดียวกัน เดินในเส้นทางเดียวกันนน

@kasidis satangmongkol เหมือนเดิมมม เย้ เก่งขึ้นทุกปี ยินดีกับหนังสือ ของพี่ทอยด้วย life missing manual “ ไปตามอ่านด่วนของโครตดี

[12] อีกคนนึงที่ได้เจอปีนี้แล้ว รู้สึกขอบคุณคือ @sean D souza (คนเขียน Brain Audit) Sean สอนเบ้นหลายเรื่องมากๆ คุยกันแค่ไม่กี่วัน แต่ได้อะไรเยอะมากๆ เหมือนเล่าไปในข้อ [3] เลย สิ่งนึงที่ Sean บอกแล้วชอบที่สุดคือ หาคนที่ถูกคน ถูกภาษา เจอคนที่ถูกต้องชีวิตจะดีขึ้นเอง ถ้าเราเรียนอะไรไม่เข้าใจ เราไม่เคยผิด เราแค่หาอาจารย์ของตัวเองไม่เจอ สิ่งที่ Sean Challenge เบ้นให้ลองทำคือ ลองจัดงาน Meet up ของตัวเอง

[13] เลยจัด Meet up ของเพจตัวเองขึ้นมา บอกตามตรงว่าเกลียด Public Speaking เข้าไส้ ทุกคนน่าจะคิดออกว่าคนที่เลือกจะเขียนแบบเรา เพราะไม่อยากจะพูด ไม่ชอบออกหน้ากล้อง ออกสื่อ แต่ก็ อยากลองดูสักครั้งง ขอบคุณทุกคน มากกค้าบบบ (พูดดีไม่ดีไม่รู้ แต่คนพูดหน้าตาดีก็พอ แซว 555555555 )

[14] ปีนี้ได้ไปออกงาน ออก Event หลายอันเลย ทั้งต้นปี OPB 101 , Bitkub Summit, ล่าสุดไปออก Shark tank : Decode Podcast(ตัวเล็กสุดในรายการแล้ว) ได้ไปหลายงานมากๆ ได้ไปบรรยายให้น้องๆที่มหาลัยฟัง หลายมหาลัยเลย ขอบคุณทุกๆท่านเช่นกันนะค้าบที่ มองเห็นๆ น้องใหม่คนนี้

[15] เบ้นเป็น imposter sydrome มาตลอด ไม่เคยอยากกล้าสอนใครเลย รู้สึกตัวเองไม่เก่ง ไม่ดีพอขนาดนั้นนน เอาเป็นว่า ขอเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับทุกคนดีกว่า อย่าเรียกผม อาจารย์ยยยยยย 55555555 เดินไปด้วยกันดีๆ กว่า มีผิดมีถูก เรียนรู้กันปาย

[16] การเขียนทุกวันไม่ได้ทำให้ชีวิตผมสมบูรณ์แบบ แต่มันทำให้ชีวิตเราเริ่มจะ “ซื่อสัตย์กับตัวเอง” มากขึ้น มันบังคับให้เราหยุดโกหกตัวเอง

บังคับให้เราพูดกับตัวเองให้ชัดเจนว่า สรุปแล้วเราเชื่ออะไร เรากำลังกลัวอะไรอยู่จริงๆ และเขียนมันออกมา พอเราซื่อสัตย์กับตัวเองมากขึ้น การตัดสินใจมันง่ายขึ้น

[17] สิ่งที่เบ้นทำตอนต้นปี คือ ลบ vision board ลบทุกอย่าง ลบแผน 3 ปี 5 ปี ลบ To-do list ยาวเป็นหางว่าว เหลือแค่คำเดียวบนกระดาน “Focus” (แปะคลิปใต้โพสต์)

[18] Focus on One Thing คือ Philosophy ของปีนี้ ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่คนชอบ Flush Idea ใหม่ๆเต็มไปหมด ระหว่างที่ผมเขียน คนก็บอกว่าให้เอามาเล่าสิ ทำไมไม่ทำคลิป แต่ ปรัชญาของเราในปีนี้คือ Focus ต้องไม่ออกนอกเส้นทาง พอทำ Podcast ไป 3 ตอน ก็รู้สึกสนุกแต่เรากำลังออกนอกเส้นทาง คือ Focus ในการเขียน

เราต้องเลือกเดินบนเส้นทางที่เลือกจะ Focus

[19] ปีนี้ผมเลยเลิกถามว่า “อันนี้มันจะเวิร์กไหม” แล้วเปลี่ยนเป็น “ถ้าไม่ทำ อันนี้เราจะเสียใจไหม”

คำถามนี้มันไม่เท่ ไม่ฉลาด ไม่ดูเป็นกลยุทธ์ขนาดนั้น simple but not easy (ปีนี้เลย บินไปสิงคโปร์ เพื่อไปงาน 1:30 ชั่วโมง แบบกลับเลย ไม่ได้เที่ยว)

และมันพาผมไปในที่ที่ ชีวิตเราอยากใช้จริงๆ Focus with one thing

[20] Concept นี้เรียกว่า Signal กับ Noise เราต้อง Focus ใน Signal (สิ่งที่เราทำแล้วชีวิตเราจะดีขึ้น ที่เป็นเส้นทางของเรา)

[21] มี OPB ที่พึ่งเริ่มต้น หลายคน ชอบถามว่าใช้ AI อะไรใช้ Tools อะไรใช้ Software อะไร สิ่งต่างๆเหล่านี้คือ Noise หมดเลย

ในช่วง Early Stagge ของการเริ่มทำอะไรสักอย่าง เราพยายาม Automate ในสิ่งที่เราไม่ยังไม่มีให้มัน Automate ด้วยซ้ำ คำถามที่เราควรถามคือ Signal ตอนนี้ของเราคืออะไร พอเราทำจนยุ่งมากๆไม่มีเวลาเราค่อยเริ่ม หา Software tools มา Leverage เราอีกที

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

[22] #สรุปแบบลงดาบ ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปได้จาก Focus on Signal , not noise แค่นั้นเลยยย

[22] และทั้งหมดที่เล่ามา ตลอด [23] ข้อนี้ เราทำทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว มีแค่ ตัวเรากับสมองเรา และคอม 1 เครื่อง + internet
One Person Business จงเจริญ เย้ ปีหน้า เข้ายุค One Person business แล้ว มาลุยกันทุกคนนนน ขอบคุณการมาของ AI + Interest media ที่ทำให้เราพวกเราชาวอ่านยาว ได้มาเจอกันนน

[23] Naval Ravikant: บอกว่า “Be a creator, and you won’t have to worry about jobs, careers, and AI”
เป็น Creator, Entrepreneur, One Person business ซะ แล้วจะได้ เลิกกลัว AI สักที

[24] เรามีสองเส้นทางให้เลือก (เมื่อก่อนเข้าใจว่ามีทางเลือกเดียวมาตลอด)
[ทางเลือก 1] อดทน เก็บเงิน ทำสิ่งที่เราไม่ได้ชอบมากนัก เก็บเงินจนมากพอ แล้วเกษียณไปทำสิ่งที่เราอยากทำ
[ทางเลือก 2] ถามว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วออกแบบงานของเราให้กับชีวิตที่เราอยากจะใช้มัน แล้วใช้ชีวิตที่เราอยากจะใช้เลยตั้งแต่วันนี้
ถ้าถามเบ้นวันนี้เบ้นเลือกเส้นทางที่ 2 ทันที Regret minimize framework (อาจจะยากหน่อยตอนแรก แต่ไม่เคยเสียใจสักวัน)

[24] สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การทำทุกๆวันให้มันเป็นวันที่มีความหมาย ไม่ต้องมีความสุขทุกวัน บางวันเราาอจจะเศร้าบ้างหมองบ้าง แต่ต้องเส้นทางที่เราเลือกเดินต้องความหมายทุกวัน เป้าหมายไม่ใช่ การไม่ทำงาน แต่เป็นการเลิกทำงานที่ ไร้ความหมายสำหรับชีวิตเรา และนั้นทำให้เราชีวิตเราไม่ต้องทำงาน(ที่ไม่มีความหมาย) อีกตลอดไป

[25] กลายเป็นว่าการเขียนให้ตัวเราเองอ่าน มันทำให้เราไปพบเจอโอกาสใหม่ๆ เจอผู้คนใหม่ๆเยอะมากเลย ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ได้รู้จักคนใหม่ๆเยอะที่สุดแล้วว ยินดีที่ได้รุ้จักทุกคนที่พึ่งมารู้จักกันปีนี้ด้วยนะค้าบ ทั้งคนที่เจอกันตัวจริง ทั้งคนที่เจอกันผ่านตัวอักษร (นักอ่านเงารายงานตัวด่วน555555)

Thank you for having me

[26] ปี 2026 จะเป็นปีที่เราจะ รดน้ำ Seed(เมล็ดพันธ์) ของเราต่อไป พัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น
เบ้นไม่ได้สไตล์แบบตั้งเป้าแนว New Year Resolution มากนัก เราอาจจะไม่ต้องการเป้าหมายใหม่ๆมาก เราแค่ Be better ไปเรื่อยๆ

ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ
พบกันใหม่ 2026

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทดลองไม่ฟังเพลงเป็นเวลา 90 วัน เรากลัวความเงียบ ฉบับวิทยาศาสตร์

  • วิธีเล่าเรื่องขายไอเดียให้คนตอบตกลง คำแนะโดยครูใหญ่แห่งวงการ Startup

  • วิธีการสร้างความแตกต่าง ให้ตัวเราเองเป็นคนไม่มีจุดเด่น ทำอะไรก็ไม่มีจุดขาย


ความเห็น

ใส่ความเห็น