เลิกใช้ AI เป็นตู้สล็อตสุ่มคำตอบได้แล้ว บางคนใช้ AI แล้วชีวิตดีขึ้นแต่บางคนไม่

เลิกใช้ AI เป็นตู้สล็อตสุ่มคำตอบได้แล้ว บางคนใช้ AI แล้วชีวิตดีขึ้นแต่บางคนไม่

เราเลิกต้องใช้ AI เป็นตู้สล๊อต สุ่มคำตอบได้แล้ว
(วิธีใช้ คิดฝึก AI ของเราให้เก่งกว่าคนอื่น 99%)
.
ตอนนี้มีใครเป็นแบบ เบ้นบ้าง คือ รู้สึกว่าแบบ AI AI AI ทั้งหมดจนแบบ
สรุปต้องใช้อะไรกันแน่ ต้องเรียนกับใคร กันแน่ วิธีคิดแบบไหน บอกที 555555
.
เราทุกคนใช้ AI เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันลิบลับ
.
บางคนใช้แล้ว ทำงานเร็วขึ้นหลายเท่า
เรียนรู้เรื่องใหม่ได้ในไม่กี่วัน สร้างธุรกิจ สร้างคอนเทนต์ คิดกลยุทธ์ได้เหมือนมีทีมงาน (บางทีก็คิดว่าพวกนี้เขาโม้ไหมนะ)

เดี๋ยวบทความนี้เราจะมาแกะวิธีใช้ AI ของ Dan Koe (One person business) และเบ้นจะมาแนะนำวิธีการเลือก ว่าต้องฟังคนไหนสอนใช้ AI ถึงจะทำให้ชีวิตเราไปข้างหน้าได้ไว
.
ขอเวลา 4.45 นาที(เวลาที่เบ้นใช้อ่านบทความนี้) เบ้นจะพยายามอธิบายให้เข้าใจเรื่องนี้แบบจริงๆสักที จะเลิกติดอยู่ใน Loop FOMO AI แบบเบ้น สักที
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
—————————-
Part 1 : คนส่วนใหญ่ใช้ AI มาเป็นปี ชีวิตแทบไม่เปลี่ยนอะไรเลย
.
Dan Koe บอกว่า เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ใช้ AI แล้วชีวิตไม่เปลี่ยน
ไม่ใช่เพราะ AI ไม่เก่ง
แต่เพราะ “วิธีคิดตอนใช้ AI” มันผิดตั้งแต่ต้น”
.
คนส่วนใหญ่ใช้ AI เหมือนตู้สล็อต
พิมพ์คำสั่งสั้น ๆ แล้วหวังว่ามันจะดึงผลลัพธ์ระดับเปลี่ยนชีวิตออกมาให้
.
เขาไม่ได้ใช้ AI เขาแค่ “เสี่ยงดวงกับมัน”
.
และแน่นอน สิ่งที่ได้กลับมา ก็คือคำตอบระดับกลาง ๆ
ที่อ่านแล้วรู้สึกว่า
ก็โอเคนะ… แต่ไม่ถึงขั้นเอาไปใช้จริง
.
Dan Koe เลยบอกว่า
AI ถูกออกแบบมาให้ตอบแบบเป็นมิตรกับคนทั่วไป
ไม่ท้าทาย ไม่บังคับให้คิด
มันไม่สนว่าเราต้องการคุณภาพระดับไหน
.
และถ้าเราใช้มันแบบนั้นนานพอ
สมองเราจะค่อย ๆ คิดแบบค่าเฉลี่ยไปด้วย
ปัญหาคือ AI ถูกโปรแกรมมาให้ “เป็นมิตรกับคนทั่วไป”
.
มันตอบให้ดูฉลาด แต่ไม่เคยท้าทายเรา
ไม่เคยบังคับให้เราคิดเป็นระบบ
และไม่เคยเข้าใจบริบทชีวิตของเราจริง ๆ
.
ถ้าเราใช้มันแบบนั้นนานพอ เราจะเริ่มคิดแบบค่าเฉลี่ย
เพราะสมองเรามักถูกปั้นจากสิ่งที่เราคุยด้วยทุกวัน
.
และนั่นคือเหตุผล ที่ Dan Koe บอกว่า ไม่อยากใช้ AI แบบคนทั่วไป
——————
Part 2 : AI ไม่ได้โง่ แต่เราสั่งงานมันห่วยเอง
.
Dan Koe บอกว่า
จุดผิดพลาดใหญ่ที่สุดของคนใช้ AI คือมองมันเป็น “เครื่องตอบคำถาม”
.
ถามอะไรไป ก็หวังให้มันตอบถูก ตอบเร็ว ตอบว้าว
.
แต่จริง ๆ แล้ว AI ควรถูกมองเป็น “พนักงานดิจิทัล”
พนักงานที่ จะทำทุกอย่างตรงตามที่เราบอก
.
ถ้าเราสั่งงานไม่ชัดเจน งานก็ออกมาไม่ชัด
ถ้าเราเองยังไม่รู้ว่า งานที่ดีหน้าตาเป็นยังไง
AI ก็ไม่มีทางเดาให้ถูกได้
.
Dan Koe บอกว่า
เวลาคนบ่นว่า AI ให้คำตอบห่วย
90% ของกรณี คือเพราะ prompt ห่วย
.
ไม่ใช่ห่วยเพราะเขาโง่
แต่ห่วยเพราะเขา “คิดไม่จบในหัวตัวเองก่อน”
.
เราอยากได้คำตอบระดับมืออาชีพ แต่สั่งงานแบบเด็กฝึกงาน (จุกๆ)
.
เราอยากได้กลยุทธ์ระดับสูง แต่ให้บริบทไปแค่ 2 บรรทัด
AI เลยต้องทำสิ่งเดียวที่มันทำได้ คือ “เล่นเกมเดาใจ” (เธอคิดไรอยู่นะ)
.
และการเดา ก็คือดึงค่าเฉลี่ยจากอินเทอร์เน็ต
แล้วส่งกลับมาแบบสุภาพ ๆ (พูดชมเราบ้าง อะไรบ้าง)
.
Dan Koe เลยสรุปว่า หน้าที่ของคนใช้ AI ไม่ใช่ทำให้มันฉลาด
.
แต่คือ “ลดพื้นที่ ปิด Gap ที่มันต้องเดาให้มากที่สุด”
—————————-
Part 3 : ทำไม Prompt สั้น = คำตอบกลาง ๆ เสมอ
.
Dan Koe เล่าว่า prompt ของเขา แทบไม่เคยยาวแค่หนึ่งประโยค
.
ส่วนใหญ่ยาว 500 ถึง 2,000 คำ (ยาวมากก)
.
ไม่ใช่เพราะเขาชอบอวดเทคนิค แต่เพราะเขามอง prompt
เหมือนคู่มือสอนงาน
.
ลองคิดภาพนี้
.
ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่อยู่
แล้วต้องมีคนมาทำงานแทนคุณ
คุณจะทิ้งโน้ตไว้แค่ประโยคเดียวไหม
.
หรือคุณจะทิ้ง
ขั้นตอน วิธีคิด มาตรฐาน และข้อห้ามไว้ทั้งหมด
.
AI ก็เหมือนกัน ถ้าอยากให้มัน
ทำงานแทนเรา คิดกลยุทธ์แทนเรา หรือช่วยตัดสินใจแทนเรา
.
มันต้องรู้ว่า เราคิดยังไง คุณชอบอะไร
เราเกลียดอะไร เราวัดว่างานดีจากอะไร
.
Dan Koe บอกว่า prompt ที่ดี ไม่ใช่คำสั่ง
.
แต่มันคือ การถ่ายทอด “วิธีคิดของเรา” ลงไปใน AI
———————————-
Part 4 : แล้วถ้าเรายังไม่เก่งล่ะ?
.
คำถามนี้ Dan Koe แกเจอบ่อยมาก
.
ยังไม่เคยทำธุรกิจ ยังไม่เคยเขียนเก่ง ยังไม่มี process ของตัวเอง
จะสั่ง AI ยังไงให้มันเก่งได้
.
คำตอบของเขาคือ ไม่ต้องเก่งก่อนก็ได้
.
Dan Koe บอกว่า เราแค่ต้องรู้ว่า
ใครเก่ง และเขาคิดยังไง
.
วิธีที่เขาใช้คือ
เอาหนังสือที่ชอบ เอาบทความที่เขาชอบ
เอา landing page ที่เขาอ่านแล้วแบบ เฮ้ย ดีจัด
.
แล้วยัดเข้า AI
.
จากนั้นสั่งว่า อธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยว่า
สิ่งนี้เวิร์คเพราะอะไร โครงสร้างคืออะไร
และถ้าฉันจะทำแบบนี้เอง ต้องเริ่มจากตรงไหน
.
ตรงนี้แหละทุกคน ที่ AI เปลี่ยนบทบาท
จากเครื่องตอบคำถาม กลายเป็นเครื่อง “ถอดระบบคิดของคนเก่ง”
.
Dan Koe บอกว่า ถ้าใช้ AI แบบนี้ เราจะไม่ได้แค่คำตอบ
แต่ได้วิธีคิดกลับมาด้วย
———————————
Part 5 : Prompt Creator ไม้ตายที่เปลี่ยนทุกอย่าง
.
Dan Koe บอกว่า
สิ่งที่เปลี่ยนการใช้ AI ของเขาไปตลอดกาล
คือการมี prompt หนึ่งอัน ที่เอาไว้ “สร้าง prompt”
.
เขาเรียกมันว่า
“Prompt Creator”
.
Prompt นี้ ไม่ได้เอาไว้ทำงาน
.
แต่มันเอาไว้
ออกแบบ “วิธีทำงานร่วมกับ AI”
.
หลักคิดของ Prompt Creator คือ อย่าให้ AI รีบทำงาน จนกว่าจะเข้าใจเราดีพอ
.
Prompt Creator จะบังคับให้ AI ทำงานเป็น 2 ช่วง
.
ช่วงแรก AI ต้องสัมภาษณ์เรา ถามทุกอย่างที่จำเป็น ถามทีละข้อ ไม่ข้ามขั้น
ช่วงที่สอง ค่อยลงมือทำ ใช้ข้อมูลทั้งหมด สร้าง draft แล้วเสนอการปรับปรุง
.
Dan Koe บอกว่า ทันทีที่เขาใช้วิธีนี้
AI เลิกเดา
และเริ่มทำงานเหมือนผู้ช่วยจริง ๆ
———————–
Part 6 : แล้วเราควรฟังใครสอนใช้ AI กันแน่
.
ตรงนี้เบ้นขอเสริมในมุมตัวเองนิดหนึ่ง
ปัญหาตอนนี้คือ เบ้นคิดว่า
คำว่า ฝึกใช้ AI = ฝึกใช้ Internet
งงไหม? 55555 คือผมคิดว่า AI มันในหลายรูปแบบมากเลย
เราไม่สามารถเรียนทุก Skill ได้เหมือนเราจะเรียนให้เขาใจโลกทั้งหมด

คำแนะนำของเบ้นที่ลองแล้วเวริคสุดคือ
“ให้เรียน เสพวิธีใช้ AI จากคนที่ในวงการเดียวกับเรา”
.
สมุติเราจะขาย E-commerce เราอยากใช้ AI เป็นถ้าเราไปเรียน AI กับคนที่เป็นสาย Vide Code เขาก็จะไปสอนเราสร้าง mini apps
.
ซึ่งถ้าเราไปเสพคนที่เขาทำ E-commerce เขาอาจจะไป Focus ที่การทำภาพยังไง ให้ไม่ต้องออกกอง Gen คลิปยังไงให้ประหยัดค่าจ้าง Model
.
อย่างเบ้นเป็น One Person business วิธีไวสุดคืออะไรไปดู คนในวงการ OPB เขาใช้ AI ยังไง (เช่น Dan Koe แบบนี้)
ซึ่งวิธีใช้ AI ของ Dan Koe มันก็จะไม่เหมือนกับคนสาย ผู้บริหาร สายอื่นอีก
.
Ali Abdaal คิดอีกแบบ Alex Hormozi คิดอีกแบบ
.
คือสรุปง่ายๆวิธีเลือกสื่อที่เราเสพในการใช้ AI คือ “คนในวงการเรา”
เขาเอามาประยุกต์ใช้ยังไงคิดยังไง ถ้าทำแบบนี้ในช่วงฝึกแรกๆเราจะเอามันมาใช้ได้จริงๆ
————–

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
Dan Koe บอกว่า วิธีนี้จะทำให้ AI เรา เก่งกว่าคนอื่น 99%
แต่เบ้นคิดว่า 99% นี้มันหมายถึง เก่งสำหรับเรา แต่ อ่อนสำหรับคนอื่น
เพราะสิ่งนี้มันเข้ากับเราแค่คนเดียว โหดมากก
.
AI ไม่ได้มาแทนสมองเรา มันมาเปิดพื้นที่
ให้เราคิดในระดับที่สูงขึ้น
.
และในโลกที่ทุกคน ยังใช้ AI แบบสุ่มคำตอบอยู่
.
คนที่ใช้มันแบบ “ออกแบบ” จะทิ้งห่างแบบไม่ต้องแข่งเลย
.
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกว่า
มุมมองการใช้ AI ของคุณเปลี่ยนไป
.
Dan Koe บอกว่า นั่นแหละ
คือจุดที่คุณเลิกกดตู้สล็อต
แล้วเริ่ม “ฝึก AI ให้คิดเหมือนคุณ” จริง ๆ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Stolen Focus (เรากำลังถูกขโมยโฟกัสของเราตลอดไป)

  • สรุป 10 ประเด็นที่ โลกเราจะไป จริงๆ(ไม่ใช่ Fomo ,คลิก bait) เราต้องเริ่มวิ่งตั้งแต่วันนี้ก่อนปี 2030 จะสายเกินไป


ความเห็น

ใส่ความเห็น