ชีวิตมันยากไปใช่ไหม มารู้จักปรัชญา การใช้ชีวิตแบบ Hed0nism (สุขนิยม)

ชีวิตมันยากไปใช่ไหม มารู้จักปรัชญา การใช้ชีวิตแบบ Hed0nism (สุขนิยม)

ชีวิตมันยากไปใช่ไหมลองใช้ชีวิตแบบสุขนิยมดูไหม
มารู้จักปรัชญาการใช้ชีวิตแบบ Hedonism (สุขนิยม)
.
หลายๆคนในบ้านเราอาจจะรู้จัก ปรัชญา Stoicism กันมากเยอะแล้ว หนังสือดีๆมีเพียบ
.
วันนี้อยากมานำเสนออีกแนวคิดนึงที่ ไม่ได้เลือกทางยากลำบาก (ชีวิตมันยากไป ขอทางง่ายหน่อยพี่)
.
กับปรัชญา Hedonism ที่จะเน้นเลือกสิ่งทำแล้ว
“เราพอใจกับชีวิตเราก่อน”
มารู้จักปรัชญานี้กัน เผื่อชีวิตเราจะง่ายขึ้น #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———-
[1] จุดเริ่มต้นของ Hedonism
ปรัชญานี้มาจากคำถามว่า “มนุษย์ควรมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”
.
ย้อนกลับไปประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล
ช่วงปลายยุคกรีกคลาสสิก
.
นี่คือช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเยอะมากกก

– เมืองรัฐกรีกเริ่มล่มสลาย
– สงครามยืดเยื้อ
-การเมืองไม่มั่นคง
-ศาสนาเดิมเริ่มตอบคำถามชีวิตไม่ได้
-ความแน่นอนในชีวิตหายไป
.
มนุษย์เริ่มถามคำถามใหม่ที่ไม่เคยถามมาก่อน
.
ถ้าโลกไม่ยุติธรรม ถ้าโชคชะตาไม่แน่นอน ทำดีก็อาจจะไม่ได้ดี
แล้วเราควรใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร?
.
คำตอบของ Hedonism คือ
ความสุข คือสิ่งเดียวที่มนุษย์ทุกคนรับรู้ได้จริง
ไม่ต้องรอโลกหน้า เราเลือกสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้เลย
————————
[2] ซึ่งก่อนหน้านั้น ปรัชญากรีกสนใจเรื่องใหญ่
จักรวาลเกิดจากอะไร , ธาตุพื้นฐานคืออะไร , โลกทำงานยังไง
.
แต่พอโลกเริ่มปั่นป่วน คำถามเปลี่ยนจาก โลกคืออะไร?
ช่างหัวโลกมันก่อน5555 “
เปลี่ยนคำถามมาเป็น “ฉันควรใช้ชีวิตยังไงดี”
.
คนแรกที่พูดเรื่อง Hedonism แรกๆ ๆ คือ
นักปรัชญา ที่ชื่อว่า Aristippus of Cyrene
.
เขาเป็นลูกศิษย์ของ Socrates แต่เลือกเดินคนละทางกับอาจารย์
.
ในขณะที่ Socrates สนใจคุณธรรม
Aristippus สนใจประสบการณ์ตรงของมนุษย์
.
เขาสังเกตสิ่งง่ายมากๆ
ทุกคนรู้ว่าความสุขคืออะไร โดยไม่ต้องสอน
ทุกคนรู้ว่าความเจ็บปวดคืออะไร โดยไม่ต้องเรียน
เด็ก สัตว์ ผู้ใหญ่ ตอบสนองเหมือนกัน
.
เขาเลยตั้งข้อสรุปว่า
.
ความสุข คือสิ่งเดียวที่มนุษย์รู้คุณค่าโดยธรรมชาติ
โดยไม่ต้องพึ่งศาสนา หรือกฎสังคม
.
นี่คือ Hedonism เวอร์ชันแรก
——————————-
[3] Epicurus คนที่ทำให้ Hedonism โตเป็นผู้ใหญ่
.
ประมาณ 100 ปีต่อมา มีนักปรัชญาคนนึงชื่อ Epicurus
เข้ามาเปลี่ยนภาพจำของ Hedonism ไปตลอดกาล
.
Epicurus เห็นปัญหาของ Hedonism ยุคแรก แบบที่เล่าไปเลย
.
ปัญหาคือ Hedonism เวอร์ชันแรก ยัง “ตื้น” ไปนิดนึง
.
เพราะถ้าเลือกความสุขจากความรู้สึกตรงหน้าอย่างเดียว
ชีวิตจะเหวี่ยง และความสุขจะอยู่ไม่นาน
.
เหมือนเราบอก ไปปาร์ตี้ กินพิซซ่า สุขใจใช่ไหม ทำเลย แต่พอทำไปเรื่อยๆ ระยะยาวเราก็อาจจะต้อง ไม่สุขและเพราะเราป่วย
.
ความสุขที่รุนแรงมากๆ มักแลกมาด้วยความกลัว
ความกังวล และความไม่มั่นคง
.
เขาเลยตั้งคำถามใหม่ว่า
.
ถ้าความสุขคือเป้าหมายจริง ความสุขแบบไหน ที่ไม่ทำให้เรากลัววันพรุ่งนี้?
.
Epicurus เลยนิยามความสุขใหม่

ความสุขที่ดีที่สุด ไม่ใช่ความสุขที่หวือหวา แต่คือความสุขที่สงบนิ่ง
.
ไม่กลัว ไม่ว้าวุ่น ไม่ต้องการอะไรเกินจำเป็น
เขาเรียกสภาวะนี้ว่า Ataraxia (ความสุขสงบของใจ)
———————
[4] Plot Twist ใหญ่ของ Hedonism
.
หลายคนคิดว่า Hedonist ต้องใช้ชีวิตหรู ฟุ่มเฟือย ปาร์ตี้หนัก
.
แต่ Epicurus กลับใช้ชีวิตตรงข้ามสุด ๆ กินอาหารง่าย ใช้ชีวิตเงียบๆ
มีเพื่อนกลุ่มเล็ก , หลีกเลี่ยงการเมือง , ไม่วิ่งหาอำนาจหรือชื่อเสียง
.
ไม่ใช่เพราะเขาเกลียดความสุข
แต่เพราะเขาเข้าใจ “ต้นทุนของความสุข” ดีกว่าคนอื่น
————————
[5] Quote ที่ทำให้ Hedonism ถูกเข้าใจผิดมาหลายร้อยปี
.
Pleasure is the beginning and the end of living happily
(ความสุขคือจุดเริ่มต้น และจุดหมายปลายทางของการมีชีวิตที่ดี)
.
คนอ่านแล้วคิดว่า เออ ใช่ สนุกให้สุด ไปคืนนี้ตี้ไหนชวนด้วย แบบนี้
.
แต่ Pleasure ในภาษาของ Epicurus
ไม่ได้แปลว่า ความมัน
แต่แปลว่า “สภาวะที่ใจไม่ถูกรบกวน”
.
ความสุขที่ไม่ต้องเพิ่มโดส คือความสุขที่เสถียรที่สุด
——————–
[6] Hedonism ไม่ได้สอนให้หนีความลำบาก
.
Hedonism แบบลึกๆจริงๆแล้ว ไม่ได้ปฏิเสธความยากลำบาก
.
แต่ถามว่า ความยากลำบากนี้
คุ้มกับความสุขระยะยาวไหม
.
การออกกำลังกาย การเรียนรู้
การสร้างชีวิตที่มั่นคง การอดทนกับสิ่งที่มีความหมาย
.
ทั้งหมดนี้ อาจจะเจ็บตอนทำ
แต่ให้ความสุขที่ไม่ต้องหนีในระยะยาว
.
ถ้ามองแบบ Hedonism จริง ๆ นี่คือการเลือกความสุขที่ฉลาด
——————–
[7] ทำไม Hedonism ถึงถูกด่าในยุคนี้
.
เพราะโลกสมัยใหม่
เอา Hedonism ไปผสมกับ dopamine ราคาถูก
.
-ความบันเทิงไม่จำกัด
-อาหารกระตุ้นสมอง
-โซเชียลมีเดีย
-การเปรียบเทียบไม่รู้จบ
.
คนเลยเข้าใจว่า สุขนิยม = เสพ
.
ทั้งที่จริง นั่นคือการถูกระบบลาก
ไม่ใช่การเลือกความสุขด้วยตัวเอง
—————–
[8] Hedonism แบบที่พวกเราเอาปรับใช้ได้
.
[จงเลือกความสุขที่]
ตื่นมาแล้วไม่หนักใจไม่ต้องแก้ตัวกับตัวเอง ไม่ต้องกลัวผลลัพธ์ในวันพรุ่งนี้
.
[จงเลือกชีวิตที่]
ไม่ต้องวิ่งหนีอะไร ไม่ต้องเติมอะไรตลอดเวลา
ไม่ต้องพิสูจน์คุณค่าให้ใครดู


ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
ถ้าเรามองโลกแบบ Stoicism
ความสุขไม่ใช่เป้าหมาย
แต่มันเป็นผลข้างเคียงของการใช้เหตุผล
และการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
.
มันคือปรัชญาที่ทำให้เรา “ไม่แตกสลาย” แม้โลกจะไม่เป็นใจ
.
แต่ถ้าเรามองโลกแบบ Hedonism ของ Epicurus
ความสุขคือสภาวะที่ “ใจไม่ถูกรบกวน”
ร่างกายไม่เดือดร้อน ไม่หิว ไม่กลัว ไม่ว้าวุ่น
.
มันคือปรัชญาที่ถามเบา ๆ ว่า
“เราจำเป็นต้องทำให้ชีวิตยากขนาดนี้จริงไหม?”
.
Hedonism ไม่ได้บอกว่า ชีวิตต้องง่าย หรือเราต้องหนีความลำบาก
.
มันแค่เตือนว่า อย่าทำให้ชีวิตยาก โดยไม่จำเป็น
.
บางช่วงของชีวิต เราอาจไม่ได้ต้องการความแข็งแกร่งมากขึ้น
เราอาจแค่ต้องการ ความสงบพอจะหายใจ
และความสุขพอจะอยู่ต่อได้
.
เบ้นรู้จักปรัชญานี้ครั้งแรกประมาณปี 2020
ช่วงที่ชีวิตมีปัญหาหลายอย่าง
มันไม่ได้แก้ทุกอย่าง
แต่มันช่วยให้ “ไม่ซ้ำเติมตัวเองเพิ่ม”
.
และแค่นั้น ก็เพียงพอแล้วในบางช่วงของชีวิต
.
ถ้าชีวิตมันยากอยู่แล้ว อย่างน้อย
ขอเลือกความสุข ที่ไม่ทำให้เรากลัววันพรุ่งนี้ได้ไหม
.
ไม่ต้องสุขมาก ไม่ต้องสุด
แค่สุขพอ ให้เรายังอยากตื่นมาใช้ชีวิตต่อ
.
เพราะความสุขคือสิ่งที่เราเลือกได้ และมันไม่ผิด
ที่จะเลือกให้มันอยู่กับเราได้นานพอ
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • สมองจะไม่สร้างนิสัยใหม่ให้เราอีกแล้ว ถ้าระบบยังคงใช้เชื้อเพลิงจากปมในใจ

  • วิธีที่สมองกำลังใช้หลอกเราในทุกวันฝึกการควบคุมตัวเองฉบับประสาทวิทยา

  • อะไรมันติดอยู่ในหัวเราไม่ให้เริ่มต้นถึงเวลาที่เราจะได้เริ่มทำอะไรสักที


ความเห็น

ใส่ความเห็น