9 นิสัยที่ช่วยเพิ่มโฟกัสและความจำปรับกิจวัตรประจำวันให้ดีกับสมองเรา

9 นิสัยที่ช่วยเพิ่มโฟกัสและความจำปรับกิจวัตรประจำวันให้ดีกับสมองเรา

9 นิสัยประจำวันที่ทำให้สมองคม โฟกัสดี และความจำดีขึ้น
(มาปรับกิจวัตรประจำวันให้ดีต่อสมองเรากัน)
.
Dr. Pal บอกว่า
เวลาคนรู้สึกว่า “สมองไม่ดี โฟกัสไม่ได้ ความจำแย่”
ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะสมองพัง
แต่เพราะ ชีวิตประจำวันของเรากำลังทำร้ายสมองอยู่เงียบๆ
.
สมองไม่ต้องการอาหารเสริมราคาแพง
ไม่ต้องการ biohack สุดโต่ง
แต่ต้องการ นิสัยพื้นฐานที่ถูกทาง และทำซ้ำทุกวัน
.
เพราะสมองกับร่างกายไม่ได้แยกจากกัน
และที่สำคัญที่สุดคือ Gut–Brain Axis
ลำไส้ อาหาร การนอน การเคลื่อนไหว
ทั้งหมดนี้ “คุยกับสมองตลอดเวลา”
.
และนี่คือ 9 นิสัย ที่ Dr. Pal บอกว่า
ถ้าทำจริง สมองจะดีขึ้นแบบเห็นได้ชัดได้ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————————
[1] นอนให้สม่ำเสมอ (ไม่ใช่แค่นอนให้พอ)
.
หลายคนคิดว่านอน = พัก
แต่จริงๆ แล้ว นอนคือช่วงที่สมอง
– จัดระเบียบความทรงจำ
– ซ่อมแซมวงจรประสาท
– และล้างของเสียออกจากสมอง
.
ถ้านอนไม่เป็นเวลา สมองจะเบลอแบบไม่รู้ตัว
โฟกัสสั้น ความจำตก คิดช้าลง
.
Dr. Pal เน้นว่า ไม่ใช่แค่นอน 7–9 ชั่วโมง
แต่ต้อง “ตื่น-นอนใกล้เวลาเดิมทุกวัน”
.
งานวิจัยจำนวนมากพบว่า
การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อเนื่อง
เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม และทำลายการทำงานของ hippocampus
ซึ่งเป็นศูนย์กลางความจำโดยตรง
.
สมองชอบจังหวะ ไม่ชอบความมั่ว
————————–
[2] เคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน
.
การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องหุ่น แต่มันคืออาหารของสมอง
.
ทุกครั้งที่ร่างกายขยับ
เลือดและออกซิเจนจะไหลไปเลี้ยงสมอง
และกระตุ้นสารที่ชื่อ BDNF
ซึ่งทำให้สมองเรียนรู้เร็ว และยืดหยุ่นขึ้น
.
ไม่ต้องหนักมาก เริ่มจาก แค่เดินเร็ววันละ 20–30 นาที ก็พอ
.
งานวิจัยระยะยาวพบว่า
คนที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกสม่ำเสมอ
มี hippocampus ใหญ่ขึ้น
และลดความเสี่ยงสมองเสื่อมได้ถึง 30–40%
.
สมองไม่ได้ต้องการฟิตสุดๆ แต่ต้องการ “ขยับ”
—————————-
[3] กินอาหารที่มีโอเมกา-3
.
สมองเราเต็มไปด้วยไขมัน
และโอเมกา-3 คือไขมันที่สมองต้องการจริงๆ
.
มันช่วยลดการอักเสบ
ทำให้การสื่อสารของเซลล์ประสาทลื่นขึ้น
ทั้งโฟกัส อารมณ์ และความจำ
.
Dr. Pal แนะนำให้หาจากอาหารจริง
ปลาทะเล วอลนัท เมล็ดแฟลกซ์ มากกว่าพึ่งแคปซูล
.
งานวิจัยพบว่า
การได้รับโอเมกา-3 อย่างเพียงพอ
ช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง
และสัมพันธ์กับปริมาตรสมองที่ดีกว่าในระยะยาว
.
ถ้าเลือกได้พยายามกิน Raw food จะดีกว่า
——————–
[4] เลือกคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ทำให้สมองเหวี่ยง
.
สมองใช้กลูโคสเป็นพลังงาน
แต่ถ้าได้จากน้ำตาลหรือแป้งขัดขาว จะมีพลังดีดเร็วพุ่งเร็วๆ แล้วตกแรง
.
ทำให้ สมองล้า เบลอ ง่วงง่าย
.
คาร์บเชิงซ้อน จะค่อยๆปล่อยพลังงานช้าๆและนิ่งๆ
ทำให้โฟกัสได้นานกว่า
.
ข้าวไม่ขัดสี มันเทศ ถั่ว ผลไม้ทั้งลูก คือเพื่อนของสมอง

งานวิจัยด้านโภชนาการพบว่า
อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ
ช่วยให้สมองทำงานด้านความจำและสมาธิดีขึ้น
ขณะที่น้ำตาลสูงสัมพันธ์กับการอักเสบในสมอง
———————–
[5] โปรตีนคือวัตถุดิบของความคิด
.
โปรตีนไม่ได้สร้างแค่กล้าม แต่มันสร้างสารสื่อประสาท
.
โดพามีน = แรงขับ
เซโรโทนิน = อารมณ์และความจำ
ทั้งหมดเริ่มจากกรดอะมิโน
.
ถ้าโปรตีนไม่พอ สมองจะ “มีวัตถุดิบไม่ครบ”
.
ใส่โปรตีนในทุกมื้อ สมองจะทำงานนิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม
———————–
[6] เพิ่มอาหารต้านการอักเสบ
.
สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูง และโดนความเสื่อมง่ายมาก
.
อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยปกป้องเซลล์สมอง
และชะลอความแก่ของสมอง
.
อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ
ช่วยให้สมองทำงานด้านความจำและสมาธิดีขึ้น
ขณะที่น้ำตาลสูงสัมพันธ์กับการอักเสบในสมอง
.
เบอร์รี ผักใบเขียว ดาร์กช็อกโกแลต
คือของง่ายๆ ที่สมองชอบ
.
กินเพื่อปกป้อง ไม่ใช่แค่กินให้อิ่ม
————————-
[7] ดื่มน้ำให้สมองไม่แห้ง
.
สมองมีน้ำเป็นส่วนประกอบกว่า 70%
.
แค่ขาดน้ำเล็กน้อย สมาธิ ความเร็วในการคิด และความจำ จะตกทันที
.
อย่ารอให้กระหายน้ำค่อยดื่ม ให้ดูสีปัสสาวะเป็นหลัก
.
การขาดน้ำแค่ 1–2% ของน้ำหนักตัว
ก็ทำให้ประสิทธิภาพสมองตกลงอย่างชัดเจน
.
สมองไม่ชอบทำงานในโหมดขาดน้ำ
———————-
[8] ใช้คาเฟอีนแบบมีสติ
.
คาเฟอีนช่วยให้ตื่นตัว โดยไปบล็อกสัญญาณง่วงในสมอง
.
ในปริมาณที่เหมาะ มันช่วยเพิ่มโฟกัสและความเร็วในการคิด
.
แต่ถ้ามากไป จะทำให้ใจสั่น วิตก และนอนพัง
.
1–2 แก้วต่อวัน
และไม่หลังเที่ยง คือจุดสมดุล
——————
[9] ลดอาหารที่ทำร้ายสมอง
.
อาหารแปรรูป น้ำตาลสูง ไขมันทรานส์ ไม่ใช่แค่ทำร้ายร่างกาย
แต่ทำร้ายสมองผ่านลำไส้
.
คนที่กินอาหารแปรรูปสูง มี hippocampus เล็กลง
และเสี่ยงสมองเสื่อมเร็วกว่า
.
ลำไส้ที่อักเสบ
จะส่งสัญญาณอักเสบไปที่สมอง
.
ทำให้ สมองล้า อารมณ์แกว่ง โฟกัสพัง
.
สมองชอบอาหารเรียบง่าย ไม่ชอบอาหารแปรรุป
—————————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
Dr. Pal บอกว่า สมองไม่ต้องการ “ทางลัด หรือ สูตรลับ”
แต่มันต้องการ นิสัยที่ทำถูก และทำซ้ำ
.
อย่าพยายามทำครบทั้ง 9 อย่างในวันเดียว
เลือกแค่ 2–3 ข้อ แล้วให้เวลาเป็นตัวทบต้นผลลัพธ์
.
สมองที่ทำงานได้ดี คิดอะไรคมๆ
ไม่ใช่สมองที่ถูกกระตุ้นตลอดเวลา
แต่คือสมองที่ถูกดูแลอย่างสม่ำเสมอ
.
สมองที่ดี ไม่ได้เกิดจากแรงฮึด แต่เกิดจากชีวิตประจำวันที่ไม่ทำร้ายมัน
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Key Takeaway Podcast ในตำนาน ถ้าอยากมีทั้งความมั่งคั่งและความสุขในชีวิต

  • ผมปฎิเสธข้อเสนอ $3พันล้านตอนอายุ 23 จาก Mark Zuckerberg

  • วัยกลางคน[MID-LIFE] วัยที่แบกทุกอย่างพร้อมกัน


ความเห็น

ใส่ความเห็น