วิธีที่สมองกำลังใช้หลอกเราในทุกวันฝึกการควบคุมตัวเองฉบับประสาทวิทยา

วิธีที่สมองกำลังใช้หลอกเราในทุกวันฝึกการควบคุมตัวเองฉบับประสาทวิทยา

🧠

 วิธีเลิกโดนสมองหลอก ว่าเราคือความคิดของเรา
เข้าใจสมองซีกซ้าย ซีกขวา จากเคสหมอที่สมองซีกซ้ายดับทั้งแถบ
.
เมื่อก่อนเบ้นเคยเชื่อว่า
ถ้าเราเครียด ฟุ้งซ่าน วนคิดไม่หยุด
แปลว่าเราคุมตัวเองไม่อยู่ เมินๆมันเข้าไว้ เดี๋ยวก็หาย
.
คลิป Dr. Jill Bolte Taylor x The Diary Of A CEO เขาอธิบายเชิง Neuroscience ประสาทวิทยา
ดันเจอว่า ไม่ใช่เลย มันไม่ใช่ปัญหานิสัย
มันคือโหมดการทำงานของสมองคนละฝั่ง
.
และทุกวัน สมองเรากำลังเล่นมายากลใส่เราอยู่ทุกวัน
เดี่ยวเรามาเฉลย เทคนิคมายากลของหัวเรากัน
.
ลองมาดู [6] มุมนี้ครับ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
—————————
[1] สมองเราไม่ได้เป็นก้อนเดียว
แต่เป็น สองโลก สองบุคลิก ในหัวเดียวกัน
.
ดร. Jill อุ้มสมองจริง ๆ ในภาพออกมาโชว์ทั้งก้อน
พร้อมไขสันหลังที่ยาวลงมาเหมือนหาง
(ใครกลัวบ้าง55555)
.
เธอบอกง่าย ๆ ว่า
สมองซีกซ้าย กับสมองซีกขวา
ไม่ได้คิดแบบเดียวกัน
ไม่ได้อยากได้ชีวิตแบบเดียวกันด้วย

ซีกซ้าย
– ชอบคำๆ
– ชอบตัวเลข
– ชอบแบ่งแยกว่าอันไหนคือฉัน อันไหนคือคนอื่น (แบ่งข้าง)
– ชอบอดีต อนาคต ตาราง แผน

ซีกขวา
– ชอบความรู้สึกตรงนี้ เดี๋ยวนี้
– ชอบเสียง แสง กล้ามเนื้อ ลม แดด
– ชอบความรู้สึกว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ทั้งหมด
.
แปลว่า แค่เปลี่ยนว่า เราอยู่ในโหมดฝั่งไหน
ประสบการณ์ชีวิตเราเปลี่ยนวิธีการมองโลกไปเลย
——————————————–
[2] วันหนึ่งที่สมองซีกซ้ายหายไป และตัวตนแบบเดิมหายไป
.
ดร. Jill เคยเป็นนักวิทยาศาสตร์สมองที่ Harvard
จนวันหนึ่ง เส้นเลือดสมองซีกซ้ายแตก

เช้าวันนั้น
– ปวดเหมือนมีเข็มแทงเบ้าตา
– แขนขาเริ่มขยับแบบแปลก ๆ
– เสียงดังจนปวดหัว
– ภาษาในหัวเริ่มพังฟังคิดอะไรไม่เข้าใจ
.
จนค่อย ๆ สูญเสียความสามารถด้านซีกซ้ายไปต่อหน้าต่อตัวเอง
.
แต่เรื่องที่โคตรพีคกว่านั้น คือ
พอซีกซ้ายดับลง ซีกขวาเปิดเต็มที่
.
เธอบอกว่า มันเหมือนหลุดจากคำว่า
ฉัน ชีวิตฉัน ปัญหาฉัน
เหลือแต่ความรู้สึกสงบ อุ่น ละลายรวมกับทุกอย่าง
.
คล้ายกับตอนเราเดินริมทะเลคนเดียว แล้วอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่า
ชีวิตไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก แต่ของเธอคือเจอแบบนั้นทั้งวัน
เพราะซีกซ้ายหายไปทั้งฝั่ง
———————-
[3] มายากลของสมองซีกซ้าย
สมองไม่ได้แค่คิดแทนเรา มันสร้างเรื่องราวให้เราติดอยู่ในหัวด้วย
.
Neuroscience บอกว่า
.
[ซีกซ้าย]
คือเลเยอร์เล่าเรื่องในหัว
มันชอบสร้าง narrative ว่า

– ฉันคือใคร
– คนอื่นคิดยังไงกับฉัน
– ถ้าทำพลาดจะเกิดอะไรขึ้น
– อนาคตควรต้องเป็นแบบไหน
.
มันทำหน้าที่ดีมากเวลาใช้วางแผน แต่มี side effect หนักมากคือ
.
เราจะติดอยู่ในอดีต หรือกังวลอนาคตจนลืมปัจจุบัน
.
กลายเป็นว่า
[สมองซีกซ้าย] หลอกเราว่า
.
เราคือ เสียงบ่น เสียงด่า เสียงกังวล ในหัว
.
ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่ เพราะในหัวเรายังมีซีกขวาที่เงียบกว่า
แต่ฉลาด และสงบกว่ามาก
———————-
[4] สังเกตยังไง ว่าตอนนี้ซีกซ้ายกำลังเล่นเราอยู่
.
ถ้าช่วงไหนเป็นแบบนี้บ่อย ๆ โอกาสสูงมากที่ซีกซ้ายกำลังยึดร่างกายเรา
ลองเช็กตัวเองง่าย ๆถ้ามีอาการแบบนี้
.
– นอนอยู่แต่หัวตีกลับไปกลับมา ระหว่างอดีตกับอนาคต
– วนทวนประโยคเก่า ๆ ในหัว
– ชอบคิดแทนคนอื่นว่าเขาต้องเกลียดเราแน่ ๆ
– อยู่กับคนทั้งวัน แต่รู้สึกโดดเดี่ยวมาก
– เลื่อนฟีดแล้วรู้สึกแย่กว่าเดิม แต่ก็หยุดไม่ได้
.
(อ่าวนี้มันเราเองนี้หว่า เบ้นเป็นหมดเลย 555555)
แต่ Dr. Jill Bolte Taylor แกบอกว่า ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ มันแปลว่า เรากำลังปล่อยให้สมองทำงานข้างเดียว
.
คือปล่อยให้ฝ่ายเล่าเรื่อง ปกครองทั้งระบบ โดยไม่ให้โอกาสฝ่ายรับรู้ปัจจุบันเลย
————————
[5] วิธีดึงสมองซีกขวากลับมา
ไม่ต้องเข้าสายมู ไม่ต้องฝืนคิดบวก แค่กลับมาที่ร่างกายตัวเอง
.
Dr. Jill Bolte Taylor บอกว่า
.
สมองซีกขวา ทำงานผ่าน ประสาทสัมผัส และร่างกายตอนนี้
.
เพราะงั้น วิธีง่ายที่สุดในการหลุดจากมายากลซีกซ้ายคือ ดึง attention(ความสนใจ) จากความคิด
กลับมาที่ความรู้สึกในตัวเราเอง
.
[ลองเริ่มแบบนี้]

🟢

 หายใจเข้าออกช้า ๆ 10 วินาที
โฟกัสที่ลมผ่านจมูก หน้าอก ท้อง

🟢

 สังเกตน้ำหนักตัวเองบนเก้าอี้หรือบนพื้น
รู้สึกถึงเท้าที่แตะพื้นจริง ๆ

🟢

 ถ้าออกกำลังกาย
ลองมีเซตที่ไม่ฟังเพลง ไม่เปิดคลิป
แล้วโฟกัสที่กล้ามเนื้อ การหายใจ เหงื่อ

🟢

 เวลาอาบน้ำ
แทนที่จะเลื่อนมือถือในห้องน้ำ
ลองรู้สึกอุณหภูมิน้ำบนผิว กลิ่นสบู่ เสียงน้ำ

ทั้งหมดนี้คือการเชิญซีกขวากลับเข้ามาในเวที ให้มันมีพื้นที่เท่ากับซีกซ้ายอีกครั้ง
—————————-
[6] ออกแบบชีวิตให้เป็น Whole-brain Living
ไม่จำเป็นต้องสายนิ่งสงบทั้งวัน แค่ไม่ให้ซีกซ้าย takeover ทั้งวัน
.
ดร. Jill เน้นมากว่า
.
เป้าหมายไม่ใช่ – อยู่ซีกขวาทั้งวัน แล้วทิ้งงาน ทิ้งแผน ทิ้งภาระ
.
เป้าหมายคือ – ใช้สองฝั่งให้เป็นทีมเดียวกัน
.
ซีกซ้ายไว้ใช้วางแผน จัดการ ทำเงิน
ซีกขวาไว้ใช้ชาร์จชีวิต ให้เรายังรู้สึกว่า
เราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักร

[ลองเริ่มจากระบบเล็กในชีวิตประจำวัน]

🟢

 มีช่วงเวลาที่ห้ามเอาอะไรเข้าหัว
เช่น เดิน 15 นาทีแบบไม่ฟังอะไรเลย วันละครั้ง

🟢

 ทำกิจกรรมที่เน้นประสาทสัมผัสล้วน
ว่ายน้ำ เดินสวน นวด ยืดกล้ามเนื้อ
ฟังเพลงแบบจมกับดนตรี ไม่เลื่อนหน้าจอ

🟢

 นอนให้สมองได้ล้างของเสียจริง ๆ
เพราะตอนเราหลับ สมองจะเปิดระบบล้างน้ำเสีย
ไม่ต่างจากล้างท่อโรงงานทั้งคืน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความหรูหราของคนว่างงาน
แต่มันคือ maintenance ขั้นพื้นฐานของสมองมนุษย์
———————————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
สมองซีกซ้ายเก่งมากในการสร้างเรื่องราว
จนเราหลงคิดว่า เราคือเสียงในหัว
.
สมองซีกขวาเก่งมากในการอยู่กับปัจจุบัน
แต่เงียบ จนเราไม่ค่อยได้ยินมันเลย
.
ตอนที่เราเครียด วนคิด วิตก ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเราแย่
แต่เพราะเราใช้สมองแค่ฝั่งเล่าเรื่อง โดยลืมให้พื้นที่ฝั่งรับรู้ชีวิตจริง
.
การกลับมาที่ลมหายใจ ร่างกาย ประสาทสัมผัส
ไม่ใช่คำคมสวย ๆ แต่มันคือวิธี hack สมองระดับประสาทวิทยาจริง ๆ
.
ถ้าเราเริ่มออกแบบชีวิต
ให้ทั้งซีกซ้ายและซีกขวาได้ทำงานพอดี เราจะไม่ต้องหนีจากเสียงในหัว
แต่จะเริ่มเป็นคนที่เลือกได้ว่า วันนี้จะให้ฝั่งไหนถือไมค์นำชีวิตเรา
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ใช้คน 3 คน สร้างบริษัทที่ได้ทุน 240 ล้านบาท ยุคของคนตัวเล็กกำลังสร้างเศรษฐกิจใหม่

  • ตั้งแต่เรียนจบมาทำไมรู้สึกตัวเองไม่โต วิธีใช้ชีวิตของตัวเองแบบไม่ให้เสียเปล่า

  • จะทำยังไงให้ลูกค้าเชื่อถือถ้าเราเป็นมือใหม่


ความเห็น

ใส่ความเห็น