ทำไมการมีเรื่องเล่าที่ดีจะทำให้ธุรกิจโตไว เขาเพิ่มรายได้ &100M ด้วยหนึ่งประโยค

ทำไมการมีเรื่องเล่าที่ดีจะทำให้ธุรกิจโตไว เขาเพิ่มรายได้ &100M ด้วยหนึ่งประโยค

ทำไมการที่เรามีเรื่องเล่าที่ดี จะทำให้ธุรกิจเราไปได้ไวมากๆ
(แจก Framework ที่เพิ่มรายได้ $100M ด้วยการเปลี่ยนประโยคเดียว )
.
ในยุคที่คนหมกมุ่นกับ AI กับเว็บสวยโลโก้แพง
.
Donald Miller (นักเขียน Bestseller เจ้าของหนังสือ Building a StoryBrand ที่ขายไปเกิน 1 ล้านเล่ม ) บอกว่า
.
“Words matter more than design”
คำอธิบายสำคัญกว่า Design สำคัญกว่าเครื่องมือ สำคัญกว่า AI
.
Donald บอกว่า EBITDA โต 400 เปอร์เซ็นต์
รายได้โต 500 เปอร์เซ็นต์
และมีบริษัทหนึ่งโตจาก 100 ล้านเหรียญ ไป 200 ล้านเหรียญต่อปี
.
โดยแค่เปลี่ยน Tagline เดียว
.
(ขอเวลา 3 นาที แวะมาบทความแปปนึงๆ ก่อนไถไปเล่น Feed กันต่อ)
.
เดี๋ยวเบ้นจะอธิบาย มาแตกเป็นบทความแบบ Blueprint [4] ข้อให้จบเลย
มาเข้าใจวิธีการคิด คำอธิบายสินค้าของกัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————————————-
[1] คำที่พูดถึงธุรกิจของเรา คืออาวุธลับที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยลับให้คม
.
Donald Miller เขาบอกว่า เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขาย
เพราะใช้คำผิด
.
ลูกค้าให้เวลาเราน้อยมาก น้อยกว่าวิดีโอสั้นๆ หนึ่งคลิป
บางทีไม่ถึง 2 วินาทีด้วยซ้ำ
.
ใน 2 วินาทีนั้น สมองเขามีคำถามเดียว
.
สิ่งนี้ช่วยให้ฉัน survive and thrive (รอดและเติบโต) ได้ไหม
.
ช่วยให้ฉันทำเงินได้ไหม ช่วยให้ฉันประหยัดเงินไหม
ช่วยให้ฉันประหยัดเวลาไหม ช่วยให้ฉันลดความกังวลไหม
ช่วยให้ฉันนอนดีขึ้นไหม ช่วยให้ฉันมี status ดีกว่าเดิมไหม
ช่วยให้ชีวิตฉันสนุกขึ้นไหม
.
ถ้าอ่านข้อความเราแล้วตอบคำถามนี้ไม่ได้ทันที
เขาจะเลื่อนผ่าน ปิดเว็บ หรือไปต่อกับคนอื่น
.
Donald Miller ย้ำตลอดว่า
.
If you confuse, you lose
ถ้าคุณทำให้ลูกค้าสับสน คุณก็แพ้
.
และเป็น core concept ของทั้ง StoryBrand
.
แทบทุกสิ่งที่คุณเคยซื้อในชีวิต
เราซื้อเพราะเราอ่านหรือได้ยินคำบางอย่าง
ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า
.
สิ่งนี้ช่วยให้ชีวิตฉันดีขึ้นจริง
.
ไม่ใช่เพราะโลโก้เดียวสวย ไม่ใช่เพราะมี motion graphic แพง
แต่เพราะคำ
.
[Action Step]
.
– ลองเปิดเว็บหรือหน้าเพจตัวเอง ถามตัวเองตรงๆว่า ภายใน 2 วินาที คนรู้ไหมว่า เราช่วยเขา survive and thrive เรื่องอะไร
.
– ถ้าเราตอบไม่ได้ แปลว่า business เรากำลังเสียโอกาสทุกวัน แบบไม่รู้ตัว
——————————-
[2] ทำไม Storytelling ถึงทำให้คน “ฟังเรา” มากขึ้นแบบอัตโนมัติ
เพราะสมองมนุษย์ออกแบบมาให้ ประหยัดพลังงาน
มันเกลียดข้อมูลที่ยาก แต่รักข้อมูลที่มี “รูปแบบโครงสร้าง”
.
และโครงสร้างที่สมองมนุษย์โปรดที่สุดคือ
โครงเรื่อง (Story Pattern) ที่มีมา 2,500 ปี
.
Donald Miller บอกว่า ทุกเรื่องที่อยู่รอดจนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่ Homer, Shakespeare, Pixar
ใช้สูตรเดียวกันทั้งหมด คือ Hero Journey
.
A character → has a problem → meets a guide → who gives a plan → calls them to action → ends in success → and avoids failure
.
“มีตัวละครหนึ่งการอะไรบางอย่าง → แต่ติดปัญหา → แล้วได้เจอกับคนที่เข้าใจเขาและพาไปได้ → ให้แผนที่และวิธีพาไป→ ผลักให้ตัดสินใจ → แล้วเขาก็ไปถึงจุดหมาย → ให้คำแนะนำ หลีกเลี่ยงจุดที่จะทำให้ล้มเหลว
.
ถ้าเราวางตัว “ลูกค้าเป็น Hero”
และเราเป็น “Guide” ทุกคำที่คุณพูดจะทรงพลังขึ้นทันที
.
เพราะ Hero น่าสงสารและสับสน แต่ Guide ฉลาดและเชื่อถือได้
.
ลองสังเกตดูหนังระดับโลกขะเป็นแบบนี้หมด
Luke Skywalker ชนะเพราะมี Yoda คอย ชี้แนะ
Harry Potter ชนะเพราะมี Dumbledore คอยชี้นำ
.
ธุรกิจก็เหมือนกัน ถ้าเราทำแบรนด์ให้เหมือน Hero
คนจะรู้สึกว่า “คุณกำลังต้องการความช่วยเหลือ”
.
แต่ถ้าคุณวางตัวเป็น Guide ลูกค้าจะรู้สึกว่า เรามีคำตอบที่เขาตามหามานาน
.
และเขาจะเปิดใจฟังคุณทันที
แม้เรายังไม่ได้เสนอขายอะไรเลย
.
[Action Step]
– ลองเช็กประโยคเวลาคุณอธิบายธุรกิจตัวเอง
– คุณพูดเยอะเกินไปไหม?
– คุณเล่าเรื่องของตัวเองก่อนลูกค้าไหม?
– คุณกำลังทำตัวเองเป็น Hero หรือเปล่า?
————————-
[3] Framework 7 ประโยคที่สามารถ “เร่งรายได้” เหมือนกดปุ่ม Turbo
Donald Miller ใช้เวลาหลายปี ออกมา
.
1) What the customer wants (ลูกค้าต้องการอะไรแบบเฉพาะเจาะจง)
2) The problem (ปัญหาที่ขวางเขาอยู่)
3) The guide (คุณเข้าใจเขา + คุณช่วยมาแล้วหลายคน)
4) The plan (แผน 3 ขั้นตอนเท่านั้น)
5) Call to action (เรียกให้เขาตัดสินใจ)
6) Vision of success (เขาจะได้อะไรหลังซื้อ?)
7) Failure (สิ่งที่เอาไว้คอยเตือนลูกค้าว่าถ้าใช้ของเรานานๆไปจะเจออะไร)
.
คล้ายๆ Brain audit ของ Sean D Souza เลยอันนี้
.
[Action Step]
1.หยิบสินค้าของคุณขึ้นมาหนึ่งอย่าง
2.เขียน 7 ประโยคนี้ให้จบภายใน 10 นาที
3.เราจะเห็นธุรกิจตัวเอง “ชัดเจนขึ้น” เลยว่าเราติดอยู่ขั้นไหน
.
นี่คือ Blueprint จริงที่บริษัท $100M ใช้
และเป็นข้อความที่ AI ก็เขียนให้ดีไม่ได้
ถ้าเรายังไม่ตอบว่าเราช่วยอะไรลูกค้า AI ก็ทำให้มันสับสนกว่าเดิม
—————————-
[4] และนี่คือเหตุผลที่มีบริษัทโตเพิ่ม 100 ล้านเหรียญ จากประโยคเดียว
เพราะเมื่อคุณเปลี่ยนคำ → คุณเปลี่ยน “ความหมายในหัวลูกค้า”
.
และเมื่อความหมายเปลี่ยน → การตัดสินใจเปลี่ยนทันที
.
ตอนแรก Tagline ของบริษัทนั้นเป็นแบบนี้ (แนวสวยหรู ไม่มีเนื้อ)
Excellence in roofing solutions since 1987
(ผู้เชี่ยวชาญด้านหลังคาตั้งแต่ปี 1987)
.
เปลี่ยน Tagline ใหม่เป็น
.
We put a new roof on your house on budget and on time within the next 14 days
(เราจะติดตั้งหลังคาใหม่ให้บ้านคุณ ในงบและเวลา 14 วัน แบบไม่มีดีเลย์)
.
อันไหนจะขายได้? อันแรกสิ ! ไม่ใช่ อันที่สองสิเหย 55555
.
บริษัทนี้ไม่ได้เก่งขึ้น 2 เท่า ทีมขายไม่ได้เพิ่ม 2 เท่า งบโฆษณาไม่ได้เพิ่ม 2 เท่า
.
แต่ “ลูกค้าเข้าใจเรามากขึ้น 2 เท่า = รายได้ก็โต 2 เท่า
.
และนี่คือหนึ่งในเคสที่ Donald นำมาเล่า ว่าภาพรวมธุรกิจดีขึ้นแบบเป็นลูกโซ่ เพราะคนเข้าใจสิ่งที่เขาขายเร็วขึ้น
.
Clear words = Faster money
——————————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

#สรุปแบบลงดาบ
คนส่วนใหญ่คิดว่าบริษัทโตเพราะ: ทีมเก่ง งบเยอะ ดีไซน์สวย ยิงแอดเทพ
ใช้ AI เก่ง จริงๆก็ถูกต้องแต่ทั้งหมดนี้คือครึ่งหลัง
.
ครึ่งแรกของธุรกิจที่เติบโตเพราะ ลูกค้าฟังแล้วเข้าใจทันทีว่าเราช่วยอะไรได้
.
ธุรกิจไม่ได้พังเพราะคนไม่ซื้อ
ธุรกิจพังเพราะ “ลูกค้าไม่เข้าใจว่าคุณขายอะไร”
.
ลองแก้คำใหม่ แค่ 7 ประโยคนี้ และคุณจะเห็นธุรกิจของตัวเอง
เปลี่ยนเร็วกว่าแอดทั้งแคมเปญ
.
If you confuse, you lose

คำพูดที่เบ้นชอบของ Donald Miller สุดๆคือ
Don’t be cleaver, Be clear (ไม่ต้องดูฉลาด ดูล้ำ ขอแค่ให้ดูรู้เรื่องก็พอ)
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีเช็คว่าตัวเองกำลังจะ Burnout กับงานไหมอย่าละเลยเสียงจากคนรอบตัวของเรา

  • วิธีที่ใช้สอน พนักงานที่Google 6642คน ให้พวกเขาจัดการงานของตัวเองได้ทันที

  • เราแน่ใจไหมว่าเป้าหมายที่เราไล่ล่าอยู่ มันเป็นสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ ไม่ใช่หนี


ความเห็น

ใส่ความเห็น