ทำไมเราถึงไม่ควรเรียน MBA วิธีทำธุรกิจ ถ้าเราอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ให้ได้ในยุคนี้

ทำไมเราถึงไม่ควรเรียน MBA วิธีทำธุรกิจ ถ้าเราอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ให้ได้ในยุคนี้

ถ้าอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ไม่ควรเริ่มด้วยการเรียน “วิชาทำธุรกิจจาก MBA “
(นี่ไม่ใช่บทความ Anti-MBA ลองฟังก่อน)
.
ผมไปเจอบทความนึงมา อ่านไปเหมือนโดนต่อยท้องไป55555
.
บทความชื่อว่า How Business Education Abandoned Entrepreneurs ของ Codie Sanchez (เจ้าของ Concept Main Street Millionaire)
.
มาลองฟังเรื่องราว Stat และเหตุผล ผ่านบทความนี้ไปด้วยกัน (เกร็งท้องก่อนอ่านด้วยนะ ระวังจุกแบบเบ้น 55555) #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
—————————-
Part 1 : เรื่องราวของของเด็กช่างไม้
.
มีเรื่องเล่าของลูกศิษย์ช่างไม้คนหนึ่ง
ถามอาจารย์ว่า “ผมต้องเรียนอีกกี่ปีถึงจะกลายเป็นช่างไม้ที่เก่ง”
อาจารย์ตอบว่า “ใช้เวลา 5 ปี”
.
ลูกศิษย์ถามต่อ “แล้วถ้าผมตั้งใจสุดๆ ล่ะ?”
อาจารย์ยิ้มเบาๆ แล้วตอบว่า “ต้องใช้เวลา 10 ปี”
.
คนส่วนใหญ่เวลาอยากเริ่มทำ
Knowledge ความรู้ ที่แท้จริงไม่สามารถเร่งรัดกระบวนการได้
และ ยิ่งคิดว่าเร่งได้มากเท่าไหร่ ยิ่งพาเราหลงทางได้มากขึ้นเท่านั้น
.
นี่แหละคือปัญหาของการศึกษาธุรกิจในวันนี้
—————-
Part 2 : ถ้า Business School เป็นหุ้นในตลาด
.
ถ้าคุณอยากเริ่มเรียนธุรกิจ คุณมีคำตอบเดียว ไปเรียนMBA
.
Codie Sanchez บอกว่า ใครๆก็เชื่อแบบนี้
“Education is an investment in the future”
การศึกษาคือการลงทุนในอนาคตที่ดี
.
ทุกคนเชื่อแบบนี้ เบ้นก็เชื่อ Coide ก็เชื่อ พวกเราทุกคนก็เชื่อแบบนั้น
.
แต่ถ้าเราเอา การศึกษาธุรกิจแบบเดิมๆ ไปจดในตลาดหุ้น
Codie บอกเลยว่า มันอาจกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ผลตอบแทนแย่ที่สุดในอีก 20 ปีข้างหน้า
.
มันไม่ใช่เพราะคนเรียนไม่เก่ง แต่เพราะโลกเปลี่ยน
แล้ว หลักสูตรการศึกษา ดันวิ่งไม่ทันโลกในปีนี้ไปแล้ว
———————
Part 3 : เสียงบ่นจากคนเรียน MBA
.
Codie เล่าเคส จาก New York Times ชิ้นหนึ่ง
สรุปว่า บริษัทต่างๆ เริ่มบ่นเด็กจบ MBA มานานแล้ว ว่า
.
– สื่อสารไม่เป็น ติดบริหารด้วยเลขมากไป
– คิดว่าตัวเองควรได้เป็นประธานบริษัทภายใน 4 สัปดาห์
และที่หนักสุดคือ
– โรงเรียนธุรกิจแทบไม่ได้เตรียมคนให้พร้อมสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ หรือธุรกิจเล็กๆเลย
.
อ่านแค่ตรงนี้ เรานึกว่าบทความนี้ ปี 2024 ใช่ไหม
.
แต่เปล่าเลย
บทความนี้เขียนขึ้น “ตอนปี 1981” เกือบ 50 ปีก่อน
.
นี่คือ point ที่ทำให้ผมจุก
เราบ่นปัญหาเรื่องเดิมๆ มาครึ่งศตวรรษ แต่ก็ยังบ่นต่อไป
————————-
Part 4 : ทำไม Codie บอกว่า MBA กำลังเจอวิกฤต
.
Codie ไม่ได้ด่า MBA ตัวเธอเองก็ย้ำว่า
ตัวเขาเองก็จบ MBA และมันเปิดประตูหลายบานในชีวิตให้เขาเหมือนกัน
.
ซึ่ง มหาลัย ท็อปๆ ทำสิ่งนี้ได้ดีมาก
พวกเขาสร้าง “Network Connection ระดับสูง”
S&P 500 ก็แทบจะเป็นเครือข่ายของคนจบ MBA จาก มหาลัย Top โลก
.
แต่วันนี้ MBA เจอสิ่งที่เรียกว่า
วิกฤตความหมาย หรือ Crisis of purpose
ด้วยเหตุผลใหญ่ๆ 2 ข้อ

////////////////////////////
[Reason 1 ] จบสูง ไม่ได้แปลว่าจะได้ “งานดีๆ” แบบเมื่อก่อนแล้ว
.
เส้นทางในอดีตสำหรับเด็กจบ MBA คือ
.
[Step 1] เรียน MBA ให้จบด้วยขอบตาที่ดำ 55555
[Step 2] เข้าทำงานสาย Finance หรือ Big Tech หรือ Consulting
.
แต่ 3 วงการนี้ ดันเป็นวงการที่โดน AI ถล่มก่อนใคร
.
หยุดจ้าง ลดคน ปรับโครงสร้าง ตัดงบ
.
จนวันนี้เด็กจบใหม่ในหลายประเทศ
กำลังเจออัตราการว่างงานสูงที่สุดในรอบหลายสิบปี
.
ถึงขั้นมีพาดหัวข่าวว่า
Student coders seek work at Chipotle (นักเรียนที่เขียน Program ไปหางาทำที่ร้าน Fast food)
.
เมื่อ 10 ปีก่อน
เราคงคิดว่าข่าวแบบนี้เป็น meme แต่มันคือเรื่องจริง
.
ที่โหดคือ โดยเฉพาะคนที่จบใหม่
มีโอกาสตกงานพอๆ กับคนที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเลย
.
และในขณะเดียวกัน
ยอดสมัคร MBA กับ Law school กลับ “พุ่งขึ้น”
.
Codie เลยถามแบบจุกๆว่า
.
เวลาจำนวนคนเรียนต่อปีสูงขึ้น
แต่โอกาสงานลดลง มันคือสัญญาณว่า
คนเก่งจำนวนมาก กำลังหลงทางและซื้อเวลาอยู่หรือเปล่า?
.
ไม่รู้จะไปทางไหน ก็เลยกลับไปเรียนต่อก่อน (นึกไม่ออกเรียนไปก่อน)

//////////////////////
[Reason 2 ] Utility ประโยชน์ที่ได้มันต่ำลงไปเรื่อยๆ ทุกวัน
.
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า MBA ไม่มีประโยชน์
แต่คือ “ประโยชน์ที่ได้มันไม่ได้ตามทันโลกจริง”
.
AI เคลื่อนตัวด้วยความเร็วระดับ The Flash
แต่การพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร ปรับปรุงช้าระดับ เต่า
.
สองปี กับค่าใช้จ่าย $200,000 ( ~ 6 ล้านกว่าบาท)
เพื่อออกมาพร้อมทักษะที่เหมาะกับปี 2017

ดีไหม ก็ดีกว่าเราไม่รู้อะไรเลย
แต่คุ้มไหมในโลกหลัง AI ?
นี่คือคำถามที่เจ็บกว่าคำว่าดี
.
บางคนจะบอกว่า
ไม่เป็นไรหรอก แค่ได้แบรนด์มหาลัยท็อปก็คุ้มแล้ว
.
แต่ประเด็นคือ แม้แต่ Harvard เอง ยังออกมาบอกว่า
.
Going to Harvard is not going to be a differentiator. You have to have the skills. – Sr. Managing Director, Career & Professional Development at Harvard Business School
.
การได้ไปเรียนที่ Harvard ไม่ได้ทำให้คุณโดดเด่นขึ้นหรอก
คุณต้องมี “Skill ทักษะจริงๆ” ต่างหาก
.
ตลาดวันนี้ไม่สนว่าปริญญาคุณเขียนชื่ออะไร มันสนแค่ว่า
เช้าวันจันทร์ คุณทำ ผลลัพธ์อะไรให้บริษัท ทำอะไรให้ธุรกิจได้บ้าง
—————————-
Part 5 : แต่ถ้าคุณจะเริ่มทำ “ธุรกิจเล็กๆ” โลกของคุณมันไม่เหมือนในห้องเรียน
.
ที่อเมริกามีธุรกิจที่เล็กๆ มีพนักงานน้อยกว่า 500 คนจำนวน 5.5 ล้านราย
และครึ่งหนึ่งมีพนักงานต่ำกว่า 5 คน
.
ยังมีธุรกิจแบบไม่มีลูกจ้างอีก 30 ล้านราย (One Person Business)
.
คนกลุ่มนี้ไม่ต้องการความรู้แนวแบบ
– ให้วิเคราะห์ Use Case เคสในปี 2007
– แผนธุรกิจที่เขียนใน PowerPoint หรือ Balanced Scorecard
.
ถ้าคุณจะเริ่มธุรกิจเล็กๆ ทำเป็นอาชีพจริงๆ สิ่งที่คุณต้องการคือ
.
-วิธีการเปิดร้านค้า E-commerce ของตัวเอง ต้องกดปุ่มไหน
-วิธีบริหารลูกน้องคนแรก และจ่ายเงินเดือนให้รอดในทุกเดือน

-วิธีใช้ Canva ในการทำภาพเพื่อจะขายของเราใน Internet
-วิธีรับมือคู่แข่งที่เพิ่งเปิดตรงสามแยก ,วิธีรับมือกับเพจใหม่ที่ขายแข่ง
-วิธีทำใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ
-วิธีบริหารเวลากับครอบครัวของคุณ ให้มันไม่พังไปพร้อมธุรกิจที่เรากำลังปั้น
.
นี่คือ Main Street(Small) business ไม่ใช่ Wall Street business
———————-
Part 6: เด็ก Gen Z มองออกหมดแล้ว
.
จากข้อมูลของ Jobber Survey บอกว่า

– 75% ของ Gen Z สนใจ vocational school (เรียนสายอาชีพ)
– แต่พ่อแม่แค่ 5% สนับสนุน
– 56% เชื่อว่างาน blue-collar ปลอดภัยกว่า white-collar
– 33% บอกว่างานออฟฟิซวันนี้แย่กว่ายุคพ่อแม่
.
พวกเขากำลังเลือก “งานบริการ”
งานบริการบ้าน เช่น ช่างไฟ ช่างประปา
เพราะ 3 ใน 4 ของงานเหล่านี้คือ “ต้องมี” ไม่ใช่ “อยากมี”
.
Infrastructure ของอเมริกาก็แก่ตาม Baby Boomers
ทุกอย่างกำลังเข้าสู่รอบซ่อมใหญ่
ธุรกิจสายช่าง สายบริการ = จะโตขึ้นอีกหลายเท่า
———————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
ยุคก่อน Status ใบปริญา ทำให้ชนะ หางานง่ายใครๆก็เชื่อถือ
ยุคนี้ใครมี Skill จะชนะ
(จบปริญญาเอก ด้านการตลาด แต่ไม่สามารถทำ การตลาดให้ธุรกิจตัวเองได้จะมีประโยชน์อะไร)
.
และถ้าเรายังติดอยู่กับโมเดลเดิมๆ ที่บอกว่า
“เก่ง = มีวุฒิสูงขึ้น”
.
เราจะหลงทางเหมือนที่ Codie บอก เรียนเพิ่มเพื่อซื้อเวลา
แต่ไม่ได้เข้าใกล้ความสามารถที่ตลาดต้องการเลย
.
โลกนี้ไม่รอคนที่กำลังเตรียมตัว มันให้โอกาสเฉพาะคนที่ทำได้จริงๆ
.
ถ้าวันนี้เราอยากเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ อยากมีร้านแรก
อยากมีรายได้เสริม อยากรอดในยุค AI
อยากส่งต่อธุรกิจให้ลูกได้
.
Dr. Isa Ali Pantami รัฐมนตรีเศรษฐกิจดิจิทัลของไนจีเรีย เคยพลิกโฉมเรื่องนี้มาแล้ว เขาอยากพัฒนา ประเทศไนจีเรียให้กลายเป็น Skill Base ไม่ใช่ Degree Base
.
ไนจีเรียเคยไม่มีอะไรเด่น แต่ในปีเดียว GDP ด้านดิจิทัลโตพุ่งถึง 17.92%
คนรุ่นใหม่เริ่มต้นอาชีพจาก Skill ที่เรียนออนไลน์
Startup เกิดใหม่ทั่วประเทศ
ทั้งหมดนี้. เกิดจากหลักคิดแค่ข้อเดียว:
.
“โลกยุคใหม่ไม่ได้ให้รางวัลกับคนมีวุฒิ
แต่มันให้รางวัลกับคนที่ มีทักษะจริงๆในมือ”
คำถามเดียวที่ควรถามคือ
.
คุณกำลังสะสม “วุฒิ” หรือ “ทักษะ” กันแน่
Skill > Status
Action > Information
Result > Degree
.
เพราะในสนามจริงของโลกธุรกิจ
คนที่รอด ไม่ใช่คนที่รู้เยอะ
แต่คือคนที่ ลงมือเร็วที่สุด และ สร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีเช็คว่าตัวเองกำลังจะ Burnout กับงานไหมอย่าละเลยเสียงจากคนรอบตัวของเรา

  • วิธีที่ใช้สอน พนักงานที่Google 6642คน ให้พวกเขาจัดการงานของตัวเองได้ทันที

  • เราแน่ใจไหมว่าเป้าหมายที่เราไล่ล่าอยู่ มันเป็นสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ ไม่ใช่หนี


ความเห็น

ใส่ความเห็น