วิธีพัฒนาชีวิตให้เก่งขึ้นไวเหมือน AI รู้จักวิธีคิด Stepwise Reasoning

วิธีพัฒนาชีวิตให้เก่งขึ้นไวเหมือน AI รู้จักวิธีคิด Stepwise Reasoning

วิธีพัฒนาชีวิตให้เก่งขึ้นไวแบบ AI (ทำยังไงให้เราแก้ปัญหาให้มันง่ายขึ้น)
.
เมื่อคืน ChatGPT 5.1 พึ่งอัพเดทปล่อยออกเวอร์ชั่นใหม่ออกมา มาผมก็เลยไปถามว่า “เอ็งดีกว่า 5.0 ของเก่ายังไงว่ามา 55555”
สักพักพี่แก ก็ใส่มายาวเลย ฉันดีกว่าอย่างนี้นะ เร็วกว่า ฉลาดกว่า ดีทุกอย่าง
.
รู้สึกว่า มันยอตัวเองเยอะเกิน เลยด่ามันไปว่า5555
“ขี้โม้เหมือน 5.0 เลยนะ ไหนเอาแบบแบบ Logic หน่อยว่ามันพัฒนาตัวเองขึ้นมาตรงไหนบ้าง 555555”
.
มันก็เลยบอกว่านี้ ปรับ Reasoning Engine โดยใช้วิธีคิดคล้ายๆ “Stepwise Reasoning”
.
สรุปคือมันเหมือนจะบอกว่า โมเดลไม่ได้ดีขึ้น แต่มันคิดเป็นระบบมากขึ้น
.
ผมเลยไปค้นต่อว่า Stepwise ตัวนี้มันคืออะไรกันแน่
จนไปเจอรากเหง้าของมันจากปี 1971 โดยชายที่ชื่อ Niklaus Wirth
นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่วางรากฐานโลกดิจิทัลยุคใหม่
.
และเก็จว่า ถ้ามนุษย์คิดได้แบบนี้จริง ๆ
เราก็พัฒนาเร็วได้ไม่แพ้ AI เลย มาลองดูวิธีนี้กัน #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
————-
Part 1 – Stepwise Reasoning คือวิธีคิดของคนเก่ง (และของ AI)
.
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วง 1970s มันเป็นยุคที่เรียกว่า Software Crisis
.
เพราะโปรเจกต์ใหญ่ทำเสร็จยาก แก้ไม่จบ และล้มเหลวเป็นว่าเล่น
เขียนโค้ดกันทีเป็นพันบรรทัด แต่ไม่มีวิธีคิด ไม่มีโครงสร้าง
.
Niklaus Wirth เห็นปัญหานี้แล้วรู้ทันทีว่า
ถ้ายังคิดแบบนี้ โลกดิจิทัลจะไม่มีวันโตได้
.
เขาเลยเสนอแนวคิดง่าย ๆ แต่ทรงพลังที่สุดในยุคนั้น
.
[งานใหญ่ต้องแตกให้เป็นขั้นตอนก่อน แล้วค่อยเติมรายละเอียดทีละชั้น]
หลักการง่ายๆมากแต่ทรงพลังสุดๆ
.
นี่คือจุดเริ่มต้นของ Stepwise Refinement (1971)
และเป็นพื้นฐานที่ทำให้คอมพิวเตอร์ คิดเป็นระบบ มาจนถึงทุกวันนี้
———————————–
Part 2 ทำไมสมองมนุษย์แก้ปัญหายากกว่าที่ควร?
มนุษย์เราชอบประหยัดพลังงานในหัวชอบคิดแบบรวบลัด
[ชอบคิดอะไรทั้งเรื่องในหัวทีเดียว]
.
เวลามีปัญหา เราชอบทำแบบนี้
– จะสร้างธุรกิจ → ไปคิดทั้งระบบตั้งแต่ต้น Product, Marketing, Sale,Management, Logistic
.
– จะตั้งเป้าหมายประจำปี → ยัดใส่ทุกอย่างลงลิสต์เดียว
– จะแก้ปัญหาชีวิต → คิดความสัมพันธ์ งาน เงิน สุขภาพ ทุกอย่างพร้อมกัน
– จะเรียนรู้เรื่องใหม่ → เปิด 10 แท็บพร้อมกัน เรียนทุกเรื่องพร้อมกัน
.
ถ้าทำแบบนี้ตลอด สมองล้าเร็ว ตันเร็ว ท้อเร็ว ทำอะไรแปปเดียวก็เหนื่อยละ
ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เพราะเราคิดไม่ออกหรือไม่เก่ง
แต่เพราะ เราไม่เคยถูกสอนให้ทำอะไรเป็นขั้นและทีละเรื่องจริงๆ
.
Stepwise เข้ามาแก้ตรงนี้เลย
.
ทำให้ปัญหาใหญ่ → กลายเป็นปัญหาเล็ก
และปัญหาเล็ก → กลายเป็นสิ่งที่เริ่มได้ทันที
.
นี่แหละคือวิธีคิดที่ทำให้ AI แก้งานได้ไว
และมนุษย์เอาไปใช้ได้เหมือนกันแบบ 1:1
—————————–
Part 3 วิธีคิดแบบ Stepwise (ที่ AI ใช้จริง) มันทำงานยังไง?
.
มันไม่ใช่การ “แบ่งงาน” แบบทั่วไป
แต่มันเป็นกระบวนการ reasoning 6 ขั้นตอนตามนี้เลย
.
[1] Define เข้าใจโจทย์จริงให้ได้ก่อน ไม่ใช่โจทย์ที่เราคิดเอาเอง
[2] Break แตกมันเป็นก้อนเล็กๆ ให้ทำได้เลย
[3] Order เรียงลำดับก่อนหลัง อันไหนสำคัญกว่า ให้เริ่มตรงนั้นก่อน
[4] Execute ทำทีละ step ไม่ข้าม ไม่มั่ว ไม่คิดข้ามเฟส
[5] Debug ตรวจว่าตรรกะมันเข้ากันไหม อะไรหลุด? อะไรต้องแก้?
[6] Refine เกลาให้ดีขึ้นทีละรอบ ยิ่ง refine บ่อย ยิ่งคมขึ้นเรื่อย ๆ
.
นี่คือ Loop ที่ทำให้ AI คิดเป็นระบบมากขึ้น แต่จริง ๆ คือมัน มีระบบคิดที่มนุษย์ไม่ได้ฝึกใช้
——————————–
Part 4 : ถ้าใช้ Stepwise Reasoning แบบ AI กับ ชีวิตจริงของเรามากขึ้น
.
สมมติเราอยากจะหาเงินเพิ่มให้ได้เดือนละ 10,000/เดือน ภายใน 90 วัน
.
มนุษย์ทั่วไปจะคิดแบบรวบลัด:
ทำยังไงดีวะ? / ทำหลายอย่างไปพร้อมกันไหม?
ขายของออนไลน์ดีมั้ย? /สร้างเพจดีมั้ย? ทำ content ดีมั้ย?
ต้องเรียนอะไรเพิ่ม/ ต้องเริ่มยังไงก่อน?
.
สุดท้าย คิดจนล้า แล้วไม่ได้เริ่มอะไรเลย 5555 ใครเป็นแบบนี้บ้างงง (เบ้นเป็นประจำคิดทั้งเดือน ไม่เคยทำจริงสักที จะรวมลัดอย่างเดียว
.
แต่ทีนี้ถ้าใช้ Stepwise Reasoning แบบที่ AI ใช้
.
[1] Define – โจทย์ไม่ใช่ เราจะขายอะไรดี แต่คือ
[อะไรที่เราทำได้เลยใน 60 วัน และมีคนยอมจ่าย]
โจทย์คมขึ้นทันที ตัด noise ออกไป 90%
.
[2] Break – แตกเป็น 3 ก้อนแทน 30 เรื่อง
a) สิ่งที่เราทำได้จริงๆตอนนี้คือ?
b) คนที่ต้องการสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือใคร?
c) วิธีไหนเข้าถึงเขาให้เร็วที่สุด?
.
นี่คือสิ่งที่ “ควบคุมได้ 100%” ไม่ฟุ้ง ไม่หลงประเด็น
.
[3] Order -เรียงลำดับสิ่งสำคัญก่อน Step ที่ทำเงินได้เร็วสุดคืออะไร
.
[Step 1] หาให้เจอว่าคนต้องการอะไร
[Step 2] ทำของที่เขาอยากจะได้ไม่ใช่เราอยากจะทำ
[Step 3] ปิดการขาย
ไม่ใช่เริ่มจาก โลโก้ ชื่อแบรนด์ เปิดเพจ
.
ถ้าเป็น AI ไม่เริ่มจากให้ดีสุดก่อน แต่ AI เริ่มจาก ผลลัพธ์ก่อน
.
[4] Execute ทำทีละคำสั่งแบบ AI
ทำทีละอย่างก่อน เริ่มจาก
1. ลองเขียนวิธี เข้าหาลูกค้าให้ได้ 1 หน้า
2.เข้าถึงคนให้ได้ 20 คน
3.คุย 5 คน
4.ปิดให้ได้ 1 ดีล
5.ทำงานนั้นให้ลูกค้า
.
[5] Debug ดูว่ามันหลุดตรงไหน
ถ้าส่งไป 20 คน แล้วไม่มีใครตอบ มันไม่ได้แปลว่าเราโง่
มันแปลว่า system ยังไม่เวิร์ก
.
ลองดูเราผิดตรงไหนไหม Product เราไม่ตอบโจทย์ / เข้าหาผิดกลุ่ม /ผิดเวลา /ราคาไม่ดีพอไหม
AI ไม่คิดว่า ตัวฉันห่วย AI คิดว่า ขั้นตอนไหนห่วย แล้วแก้ที่ขั้นนั้น
.
[6] Refine วนใหม่ให้คมขึ้นกว่าเดิม
.
พอวนรอบแรกจบ เราจะเริ่มเห็น pattern ชัดขึ้นมาก
-คนแบบนี้ตอบกลับเยอะที่สุด /ประโยคแบบนี้ คนอ่านแล้วสนใจ
– เขายอมจ่ายง่ายขึ้น ถ้าเห็นตัวอย่างงาน หรือรีวิว
.
จากนั้นก็แค่ ปรับคำ ปรับกลุ่ม ปรับวิธีเข้าหา
แล้ววน [ส่งใหม่ → คุยใหม่ → ปิดใหม่]
.
Refine แค่ 3–5 รอบ ก็จะเริ่มรู้สึกเลยว่า
.
เงินของคุณมาจากไหน และต้องทำอะไรซ้ำ ถึงจะได้ 10,000 ต่อเดือนใน 90 วัน แบบไม่ต้องอาศัยดวง ไม่ต้องภาวนา
——————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
จริงๆวิธีคิดนี้มันไม่ได้ล้ำอะไรมากหรอก แต่มันคือวิธีคิดแบบเดียวกับที่ AI ใช้ทุกวัน
.
[Define – Break – Order- Execute – Debug – Refine]
.
ต่างกันแค่ว่า AI ถูกบังคับให้คิดเป็นระบบ
ต่างจากมนุษย์ที่ชอบรวบลัด และ มนุษย์ก็ไม่ค่อยได้ฝึก
ชอบคิดแบบใหญ่ๆทีเดียว แล้วก็เหนื่อยเอง ตันเอง ท้อเอง 5555
.
จริงๆเราไม่ต้องฉลาดขึ้นไปเรียนเรื่องใหม่ๆมากขึ้นเลย
เราแค่ จัดระบบความคิดในหัวเราก่อนให้เป็นระบบมากขึ้น สร้างสมอง สร้างโมเดล ให้เรามี Framework มากขึ้นก่อน
.
และเราจะรู้สึกได้เลยว่า ไม่ได้ต้อง ฉลาดขึ้น ก่อนถึงจะเก่งขึ้น
แต่แค่ต้อง คิดเป็นระบบให้มากขึ้น เท่านั้นเอง
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • 12 คำถามที่จะเปลี่ยนชีวิตเรา by Ryan Holiday

  • Focus is the new Oil

  • ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป – บทเรียนจากหนังสือชีวประวัติ ท๊อป จิรายุส


ความเห็น

ใส่ความเห็น