วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

วิธีใช้ AI ให้ เข้าใจธุรกิจเรา มากกว่าที่เรารู้จักมันเอง
(ไปสอน AI ให้ 100 บริษัททั่วโลกมา อย่าพึ่งรีบบ้า AI เกินถ้าพื้นฐานเรายังไม่ดี )
.
Tiago Forte กับ Hayden (Build a second brain)
เพิ่งสอนโปรแกรม AI Transformation ให้บริษัทกว่า 100 แห่งทั่วโลก
ตั้งแต่ One person business 1 คน ไปจนถึงองค์กร 300+ พนักงาน
.
เขาเจอ Insight แปลกๆเยอะมาก หลายคนพยายาม เอา AI เข้ามาในบริษัทจน บางบริษัท ผิดทิศผิดทางสุดๆ ใครกำลังพัฒนา บริษัท ด้าน AI อยู่ลองฟังอันนี้ก่อน
.
นี้คือ 5 บทเรียนที่พวกเขาเข้าใจเกี่ยวกับ AI x บริษัทมากขึ้น #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
[1] ขนาดธุรกิจไม่สำคัญอีกต่อไป
.
Tiago Forte บอกว่า ตอนแรกเขาคิดว่า
บริษัทใหญ่กับบริษัทเล็ก คงต้องสอนคนละแบบ
.
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ AI ทำลายเส้นแบ่งนั้นไปหมดเลย
.
ธุรกิจเล็กใช้ AI เพื่อออกแบบระบบที่ใหญ่ขึ้น
ส่วนบริษัทใหญ่ ใช้ AI เพื่อกลับมาคิดเร็วเหมือนสตาร์ทอัพ (คิดแบบธุรกิจเล็ก)
.
บริษัทเล็กเริ่มถามว่า
เขาจะทำแบบนี้ยังไงถ้าไม่มีทีม 100 คน
.
บริษัทใหญ่กลับถามว่า
ถ้ามีคนเยอะๆจะทำยังไงให้มัน ไวเหมือนมีคนแค่ 5 คน (อ่าววว55555)
.
AI กลายเป็นเครื่องมือ Flatten โลกธุรกิจทั้งหมด
และสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ ขนาด Size อีกต่อไป
แต่คือ ระดับความเข้าใจในระบบของตัวเอง
.
เพราะถ้าคุณไม่รู้ว่ากระบวนการในบริษัทคุณทำงานยังไง
AI จะยิ่งทำให้เรา หลงทางเร็วขึ้น เท่านั้น
—————————-
[2] ก่อนให้ AI คิดแทนเรา

เราต้อง “คิดให้เป็นระบบ” ก่อน

ไปๆมาๆ ครึ่งนึงของ Tiago Forte บอกไม่ได้สอนอะไร AI หรือ Prompt เพราะครึ่งนึงของ 100 บริษัท ไม่รู้เรื่อง Basic Framework ของธุรกิจเลย
.
เพราะเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ไม่มี ภาษากลาง
พูดกันคนละภาษา แถมพูดกับ AI ก็ไม่รู้เรื่อง
พอถามเรื่องนี้ก็บอกไม่ได้คิดเลยแหะ 55555
.
กลายเป็นว่า AI ก็ Set ตั้งตัวอะไรให้ไม่ได้เพราะเจ้าของยังไม่ได้ตอบคำถามหลายๆมุมในธุรกิจตัวเอง
.
AI จะช่วยเราได้ก็ต่อเมื่อเราพูดกับมันอย่างมีโครงสร้าง
Tiago สอนให้ทุกคนกลับมาเข้าใจพื้นฐานก่อน เช่น

Unit Economics: เข้าใจ CAC, LTV, Payback Period

Customer Lifecycle: จาก Market → Lead → Sale → Delivery → Success (วงจรของลูกค้าตั้งแต่เจอเราจนซื้อเรา)

Enabling Process: เช่น Finance, Hire-to-Retire, Product Design
.
พอทุกคนเริ่มพูดภาษาเดียวกัน มีคำตอบให้กับทุกอย่าง
AI ก็เริ่มเข้าใจ ระบบคิดเดียวกัน
.
และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความแม่นยำของการใช้ AI พุ่งขึ้นหลายเท่า
จากการไม่ต้องลองผิดลองถูกอีกต่อไป
.
คนที่ใช้ AI ได้ดี ไม่ใช่คนที่เขียน prompt เก่ง
แต่คือคนที่รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
————————————
[3] Process Documentation คือ Gateway ที่แท้จริงของ AI
.
หลายบริษัทเข้าใจว่า ต้องเริ่มจากการให้ AI ทำงานแทน
แต่ Tiago พบว่าคนที่สำเร็จจริง
เริ่มจาก เขียนกระบวนการของตัวเองให้เห็นก่อน
.
Hayden Lee เรียกสิ่งนี้ว่า
.
“Invisible Structure” โครงสร้างที่ทุกบริษัทมี แต่ไม่มีใครเคยเห็น
.
เพราะทุกวันเราทำงานตามสัญชาตญาณ
แต่ไม่เคยอธิบายสิ่งนั้นให้ใคร (รวมถึงตัวเอง) เข้าใจได้
.
AI ช่วยตรงนี้แหละ
มันเปลี่ยนสิ่งที่เคยอยู่ในหัว ออกมาเป็น ภาพของระบบ
.
พวกเขาใช้ Framework 3 ชั้นเพื่อจัดระบบให้ชัด:
[A] Overview: ภาพรวมของกระบวนการหลัก
[B] Blueprint: ใครทำอะไร ใช้เครื่องมือไหน
[C] Guide: ขั้นตอนแบบละเอียดที่ใครก็ทำตามได้
.
พอเขียนครบ 3 ชั้น แล้วป้อนเข้า AI
หลายบริษัทพูดเหมือนกันว่า
.
ผมเพิ่งเข้าใจขั้นตอนธุรกิจของตัวเองครั้งแรก555555
—————————
[4] จาก AI Tool สู่ AI C-Suite
.
Tiago Forte บอกว่าให้ “มอบตำแหน่ง” ให้ AI ไม่ใช่แค่เรียกใช้มันแบบเครื่องมือเฉยๆ
.
เขาให้ตั้ง AI เป็นผู้บริหารจำลอง
เช่น

-CFO : เน้นความเสี่ยง การบริหารเงินสด

-CMO : เน้นกลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์

-CRO : โฟกัสที่การขายและ conversion
.
แล้วให้ “ทุกคนประชุมกันใน Prompt เดียว” เช่น
.
“ให้ CFO ประเมิน cashflow, CMO เสนอแคมเปญใหม่, CRO วิเคราะห์ผลลัพธ์ แล้วหาข้อสรุปที่เห็นพ้องกัน”
.
AI จะตอบกลับมาราวกับคุณมีที่ปรึกษา 3 คนในทีม
คนที่รู้ทุกตัวเลข ทุกแผน และเชื่อมโยงกันแบบ Real time
.
เราไม่ได้กำลังใช้ AI เป็นเครื่องคิดเลข
แต่กำลังใช้มันเป็น “ทีมบริหารเสมือนจริง” ที่อยู่ในมือคุณ
—————————-
[5] ยุคนี้ ไม่ต้องเก่งที่สุดในโลกอีกต่อไปแล้ว
.
แต่ต้องเป็น คนธรรมดาที่ใช้ AI ได้เหมือนผู้เชี่ยวชาญ
.
AI อยู่ใน Top 30% ของทุกเรื่อง
ตัวคุณ + AI = Leverage
.
AI เร็วกว่าเราแน่ แต่ไม่เข้าใจความซับซ้อนเท่าเรา
เพราะมันไม่มีบริบท ไม่มีประสบการณ์ ไม่มี judgment(การคัดสินใจที่ดี)
.
คนที่เข้าใจ Domain ของตัวเอง จะใช้ AI เหมือนมี leverage 10 เท่า
แต่คนที่ไม่มีความเข้าใจเลย จะได้แค่ผลลัพธ์เร็วขึ้น…แต่ไม่ได้ดีขึ้น
.
นี่คือยุคที่ ความเข้าใจกลายเป็นทรัพย์สินที่ พัฒนามูลค่าได้ด้วย AI
————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
AI ไม่ได้มาทำให้เราเก่งขึ้น
แต่มาทำให้ “สิ่งที่เราไม่รู้” โผล่ขึ้นมาให้เห็น
.
Automation คือเครื่องจักร
Transformation คือกระจกสะท้อนระบบคิดของเรา
.
ธุรกิจที่ใช้ AI ได้ดีที่สุด
ไม่ใช่บริษัทที่ใช้เครื่องมือเยอะสุด
แต่คือบริษัทที่รู้ว่า “เรากำลังสร้างระบบแบบไหน และทำไปเพื่ออะไร”
.
และเมื่อคุณเข้าใจระบบของตัวเอง
AI จะไม่ใช่เทคโนโลยีอีกต่อไป
แต่มันจะกลายเป็น ภาษาที่คุณใช้คุยกับเพื่อนร่วมงานในอนาคตที่เก่งขึ้นทุกวันไปพร้อมกับเรา
.
ส่วนตัวเบ้นใช้ AI กับธุรกิจเป็นตำแหน่งที่เราขาด แต่มันจะเข้าใจ บริบทที่เรามีอยู่แล้ว เวลามันแนะนำ มันจะแนะนำ สิ่งที่เราต้องการ และบางอย่างก็จะยังไม่รีบใช้มันมากเกินไป อยากฝึกให้ตัวเองเข้าใจก่อน (ไม่งั้นเราจะตอบไม่ได้อะไรผิด อะไรถูก แล้วเชื่อมันหมดเลย)
.
(มีแจก Prompt C-Suite Prompt Template (ใช้ได้กับทุกธุรกิจ) ไว้ให้ฟรีข้างล่างนะค้าบ)
.
ถ้าวันนี้เรายังมั่วๆก้บ AI แล้วพยายามยัดมันเข้าไปในบริษัทโดยไม่ตอบทุกองศาของตัวเองให้ชัดเจนก่อน ระวังมันจะชี้นำเราแบบทั่วๆไปโดยไม่เข้าใจบริบทธุรกิจของเรา และนั้นคือหนทางสูหายนะ
.
AI คือกระจกสะท้อนชีวิตเรา ว่าเราใส่ใจบริษัทตัวเองแค่ไหน เราให้เวลากับมันแค่ไหน มันขยายสิ่งที่เราเป็นให้มากขึ้น
.
อย่าเพิ่งรีบใช้มันเพื่อทุ่นแรง
ลองใช้มันเพื่อ เข้าใจจุดยืนในตัวเราก่อนจะขยายมันสู่ AI
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีหาลูกค้า 10 คนแรกให้ได้ภายใน 10 วัน คู่มือฉบับมือใหม่สำหรับคนที่พึ่งมีไอเดีย

  • วิธียอมรับว่าตัวเอง เป็นคนไม่เก่งเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น

  • เรียนยังไงให้สมองอยากจำ ไม่ใช่แค่ฝืนจำ ตามหลักการประสาทวิทยาของการเรียนรู้


ความเห็น

ใส่ความเห็น