ตั้งแต่เรียนจบมาทำไมรู้สึกตัวเองไม่โต วิธีใช้ชีวิตของตัวเองแบบไม่ให้เสียเปล่า

ตั้งแต่เรียนจบมาทำไมรู้สึกตัวเองไม่โต วิธีใช้ชีวิตของตัวเองแบบไม่ให้เสียเปล่า

ตั้งแต่เรียนจบมาทำไมเรารู้สึกว่าตัวเองไม่โตเลย?
(วิธีเอาชีวิตของตัวเองกลับมาเป็นของเรา)
.
เราทำงาน เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนเจ้านาย เปลี่ยนมือถือ
แต่ทำไม ความรู้สึกภายใน ถึงยังเหมือนเดิม เหมือนตอนเรา 20 ต้นๆ
.
เราทำงานเก่งขึ้นจริง แต่ไม่ได้รู้สึก โตขึ้น
เรามีประสบการณ์มากขึ้นจริง แต่กลับ เข้าใจตัวเราเองน้อยลง
.
ถ้าใครกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ เรามาแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
——————-
Part 1 : The Illusion of Growth – เรากำลังโตหรือวนลูปอยู่ที่เดิม 10 ปี

หลังเรียนจบเราทุกคนคิดว่าว่า “เราเป็นผู้ใหญ่แล้วเรากำลังเติบโต”

เราทำงานมากขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น เงินเดือนเพิ่มขึ้น
แต่ทำไม ความพอใจในใจเรา มันกลับลดลงไปเรื่อยๆ

Dan Koe เล่าว่า
“Most people don’t live their 20s.
They just replay the same 6 months for the rest of their life.”

คนส่วนมากไม่ได้ใช้ชีวิตตั้งแต่ 20 เลยแค่ วนลูปใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกๆ 6 เดือนจนเกษียณไป

ตื่นเช้ามาวันจันทร์ ทำงานที่ตัวเองก็ลืมไปแล้ว ว่าทำไมเราถึงอยากมาทำงานนี้ จนถึงวันศุกร์ และเราก็หยุด

ทำงานเดิม คิดแบบเดิม แก้ปัญหาเดิม เราทำเพื่อตอบโจทย์ KPI ขององค์กร แต่เคยได้ออกคำสั่งชีวิตของตัวเราเองเลย

เรากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ทำตามระบบ มากกว่า มนุษย์ที่ได้เติบโต

มันเหมือนเราได้เก่งขึ้นในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเก่ง
เหมือนใช้เวลา 10 ปี เพื่อเรียนรู้วิธีเล่นเกมของคนอื่นให้ชนะ
ทั้งที่เราเองก็ไม่เคยอยากเล่นเกมนั้นตั้งแต่แรก
—————————
Part 2 : ระบบแห่งการวนลูป

ระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เราเข้าใจตัวเอง เราถูกออกแบบมาให้”ทำงานได้” ไม่ใช่ “คิดเป็น”
.
มันเลยป้อนสูตรมาให้เรามีเป้าหมายให้เดินตามตั้งแต่วันแรก
เรียนให้จบ → หางานดี ๆ → ซื้อคอนโด → ผ่อนรถ → เที่ยวปีละสองครั้ง
ได้เพิ่มเงินเดือน ได้เลื่อนขั้้น ใครที่ทำได้ตามนี้ = ได้เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ
.
ต้องแต่งงาน เพราะโดนผู้ใหญ่ คนรอบตัว กดดัน กับคำว่า “ถึงเวลาแล้วนะ” ทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า ชีวิตคู่ มีอะไรมากกว่าแค่แต่งงาน

ต้องไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะ โดนคนใน Social Media กรอกหัวทุกวัน ว่าถ้าไปต่างประเทศ = ชีวิตมีความสุข
(กล้องมือถือกลายเป็น Filter บังคับให้คนต้องยิ้ม)
.
เราต้องซื้อของใหม่ทุกครั้งที่เลื่อนตำแหน่ง เพื่อให้มีตัววัดผลว่าชีวิตเราดีขึ้น
.
และเมื่อเราใช้เวลาหลายปีอยู่ในระบบนี้
เราจะเริ่มเชื่อว่า “ชีวิตคือการแก้โจทย์คนอื่น”
ไม่ใช่การตั้งโจทย์ของตัวเอง
.
จนสุดท้ายเราเริ่มลืม “เสียงเราเข้าใน” ไปทีละนิด
ลืมว่าจริง ๆ แล้วเราเคยอยากใช้ชีวิตแบบไหน
.
รู้ตัวเองทีเราก็เป็น Bot ที่เดิมตาม KPI และรอคำสั่งใหม่ๆเข้ามา
และนั้นทำให้เราเริ่ม Dead Inside (ตัวตนตายจากข้างใน)
——————–
Part 3 : วิธีเอาชีวิตของตัวเองกลับคืนมา
คนส่วนใหญ่ไม่ได้ ไม่มีเวลา แต่แค่ไม่รู้ว่าควรใช้เวลาไปกับอะไร
.
เราเลยใช้วันจันทร์ถึงศุกร์เพื่อเอาตัวรอดให้จบไป และหากิจกรรมทำเพื่อทำให้เราหายเหนื่อยเพื่อกลับไปวันจันทร์ใหม่
.
ถ้าอยากเอาชีวิตกลับคืนมา
ไม่ต้องลาออก ไม่ต้องหนีไปต่างประเทศ แค่เริ่มจาก 3 ข้อนี้ก่อนพอ
.
[1] หยุดทำสิ่งที่ไม่เข้าใจว่า “ทำไปทำไม”
ทุกครั้งที่รับงานใหม่ โปรเจกต์ใหม่ หรือเป้าหมายใหม่
ถามตัวเองก่อนว่า “สิ่งนี้พาฉันไปชีวิตที่อยากได้ หรือแค่พาฉันเหนื่อยกว่าเดิม?”
.
[2] เขียนนิยามคำว่า “โต” ใหม่อีกครั้ง
โตไม่ใช่การได้เลื่อนตำแหน่ง
แต่คือ “เข้าใจมากขึ้นว่าชีวิตแบบไหนเหมาะกับเรา”
ถ้ายังไม่รู้คำตอบนี้เราจะโตตามแผนของคนอื่นตลอดไป
.
[3] ฝึกคิดแบบเจ้าของชีวิต ไม่ใช่ลูกจ้างของเวลา
ทุกเช้าที่ตื่นมา อย่าถามว่า “วันนี้ต้องทำอะไร?”
แต่ให้ถามว่า “วันนี้ฉันอยากใช้เวลายังไงให้รู้สึกว่าเป็นชีวิตของเรา”
.
การโตในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องตำแหน่ง
แต่คือ “การกลับมาคุมระบบของตัวเองได้อีกครั้ง”
.
เพราะถ้าเราไม่ออกแบบชีวิต ระบบจะออกแบบให้คุณ
และระบบนั้น…จะไม่เคยคำนึงถึงความสุขของคุณเลย
.
การเอาชีวิตกลับคืนมา
ไม่ได้เริ่มจากการเปลี่ยนโลก
แต่มันเริ่มจากการเปลี่ยน “วิธีมองชีวิตของเราเอง”
————————–
Part 4 : The System Reset
ถ้าเราไม่รู้ว่าอยู่ในระบบไหน เราก็ไม่มีวันออกจากมันได้
.
เราถูกฝึกให้ทำงานได้ แต่ไม่เคยถูกฝึกให้ “มองชีวิตแบบระบบ”
เลยพยายามแก้ปัญหาแบบรายวัน ทั้งที่รากของปัญหาอยู่ใน “โครงสร้างชีวิต”
.
นี่คือ Framework ที่ใช้ได้กับทุกช่วงชีวิต และมันคือกระบวนการเติบโตใหม่แบบมีสติ
Learn how to learn, how to think, and how to earn – Dan Koe

[1] Learn How to Learn – เรียนรู้ตัวเองให้ลึกกว่าเดิม
.
อย่าหาความรู้เพิ่ม ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
เพราะข้อมูลที่มากเกินไปจะกลายเป็น Noise (เสียงรบกวน)
.
เริ่มจากการสังเกตว่าอะไรเติมพลังให้เรา อะไรดูดพลังเรา
จดสิ่งนั้นไว้ทุกวัน แล้วคุณจะค่อย ๆ เห็น Pattern ของตัวเอง
.
[2] Learn How to Think – คิดแบบเป็นระบบ ไม่ใช่แบบสั่งงาน
.
ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ “ชีวิตที่เราได้เลือกมันด้วยตัวเอง”
อย่าถามว่า จะทำอะไรให้ดีขึ้น (What) , และจะทำยังไง (How)
แต่ถามว่า “ทำไมสิ่งนี้ถึงต้องทำตั้งแต่แรก” (Why)
.
คิดเหมือนคนวางแผน ไม่ใช่คนวิ่งตามแผน
มองชีวิตเป็นระบบที่เชื่อมกันหมด สุขภาพ เงิน งาน ความสัมพันธ์
ถ้าจุดใดจุดหนึ่งพัง ระบบทั้งหมดจะรวน

[3] Learn How to Earn – สร้างชีวิตที่ตอบตัวเอง ไม่ใช่ตอบโจทย์คนอื่น
อย่าหาเงินเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
แต่หาเงินเพื่อ “ยืนยันคุณค่าในตัวเรา”
.
เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำได้ดีและอยากอยู่กับมันทุกวัน
สร้างระบบรายได้เล็ก ๆ ที่ align กับตัวเรา
เข้าใจเรื่องการ Leverage ให้ดี
.
คนที่ไม่มี Leverage ต้องแลกเวลาเพื่อเงิน
แต่คนที่เข้าใจ Leverage จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง
เพื่อสร้างระบบที่ทำงานแทนเขาได้ 100 ชั่วโมง
.
เขียนวันละ 1 ชั่วโมง = โพสต์เดียวอาจเข้าถึงคนล้านคน
อยู่กับตัวเอง 2 ชั่วโมง = อาจกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่ทำให้เรามีชีวิตอีกครั้ง
มันอาจไม่ทำให้รวยเร็ว แต่มันจะทำให้คุณ รู้สึกเติบโตจากข้างในจริงๆ
.
“เงินที่มีค่าที่สุด คือเงินที่คุณหาได้จากการเป็นตัวเองเต็มที่”
.
Dan Koe บอกว่า
ชีวิตที่ดี = ไม่ใช่ชีวิตที่มีทุกอย่าง แต่คือชีวิตที่เรา รู้ว่าอะไรคือของเรา
.
เขาเลือกเขียนวันละ 2 ชั่วโมง ออกกำลัง อ่าน และสร้างสิ่งใหม่ทุกวัน
เพราะเขารู้ว่า ถ้าระบบในตัวเขาไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ สมองเขาจะเริ่มตายข้างใน เขาจะเริ่มเหี่ยวเฉา
.
และชีวิตจะเปลี่ยนจาก Creator Mode กลายเป็น Survival Mode
———————-

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
เราอย่าใช้ชีวิตแบบลอกสูตรสำเร็จ
Copy model ของคนอื่นมา Paste ใส่ชีวิตของตัวเองในทุกๆเรื่อง
.
ในยุคที่ทุกคนอยาก Viral สิ่งที่หายากที่สุดไม่ใช่ สูตร แต่คือ คนที่อยากจะคิดด้วยตัวเอง
.
อย่าถามว่า โพสต์แบบไหนไวรัล?
ให้ถามว่า โพสต์แบบไหนทำให้ฉันเข้าใจตัวเองลึกขึ้น
.
ต่อให้ตัวเบ้นจะมี Framework และ รู้ว่าต้องเขียนแบบไหนที่ทำให้คนแชร์เยอะๆได้ แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอที่จะทำให้เราเขียน

(มันเป็นแค่เกม Cheap Dopamine ที่ Social media ออกแบบมาให้เรากลายเป็น โรงงานผลิต Content )
.
บทความนี้ก็แค่ตื่นมาเขียนเพราะอยากจะเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น อยากสนุกเหมือนทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมา 555555 แค่นั้นเล้ย
.
Socrates บอกว่า “It is a shame for a man to grow old without seeing the beauty and strength of which his body is capable.”
.
“มันเป็นเรื่องน่าอาย ถ้าคนเราตายไปโดยไม่เคยเห็นศักยภาพที่แท้จริงของร่างกายตัวเอง”
.
แต่ในยุคนี้ มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย
มันคือเรื่องของ “จิตใจและศักยภาพของความคิด” ด้วย
.
เราทุกคนมีพลังที่ซ่อนอยู่
แค่ถูกระบบบดบัง ถูกเสียงคนอื่นกลบ ถูกความกลัวข้างในปิดไว้
.
ถึงเวลาปลดล็อกมันออกมา ไม่ต้องโตตามใคร
แต่ให้โตในระบบที่ “ออกแบบโดยตัวเราเอง”
.
เพราะการโตจริง ๆ
ไม่ใช่เรื่องอายุ แต่มันคือ “การกลับมามีชีวิตที่คุณอยากมีอีกครั้ง
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • Attention is the new Gold (ความสนใจคือทองคำสมัยใหม่) New Era Project

  • สกุลเงินยุคใหม่ “Followers” (New Era Projects)

  • สงครามฮอร์โมนของ Social Media (ยาเสพติดถูกกฎหมาย)


ความเห็น

ใส่ความเห็น