วิธียอมรับว่าตัวเอง เป็นคนไม่เก่งเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น

วิธียอมรับว่าตัวเอง เป็นคนไม่เก่งเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น

วิธีการยอมรับว่าตัวเองเป็นคนโง่ (เพื่อจะได้เป็นคนเก่งขึ้น)
เราทุกคนมีอีโก้ในตัวจนไม่อยากเรียนรู้จริงๆ
.
เราชอบคิดว่าการเป็นคนเก่งคือคนที่รู้อะไรเยอะมากๆ แต่
James Clerk Maxwell (ผู้ปฎิวัติความเข้าใจของมนุษย์ในเรื่องแสงและไฟฟ้า)
.
แต่ Maxwell อัจฉริยะผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ Albert Einstein
กลับเชื่อว่า “คนเก่งจริงๆ” คือคนที่รู้ว่า “ตัวเองยังไม่รู้อะไรอีกเยอะเลย”
.
มายอมรับว่าเราเป็นคนไม่รู้กันผ่าน แนวคิดของ James Clerk Maxwell กัน
นี้คือแนวคิดที่แบบเปลี่ยนโลกวิทยาศาสตร์ไปตลอดกาล
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
Part 1 : Maxwell Theory
.
เขาไม่ได้เป็นอาจารย์ของ Einstein ในห้องเรียน
ตอน James Clerk Maxwell เสียชีวิต Albert Einstein เกิดพอดี (1879)
.
Albert Einstein ก็เลยเติบโตขึ้นในยุคที่ ทฤษฎีของ Maxwell กลายเป็น พื้นฐานของฟิสิกส์ยุคใหม่ทั้งหมด
.
ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้ ทำให้ Albert Einstein ก็ใช้วิธีคิดของ James Clerk แนวคิดเรื่อง “สนามแม่เหล็กไฟฟ้า” ของ Maxwell
.
ได้กลายเป็นรากฐาน จนค้นพบทฤษฎี ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Relativity)
.
Albert Einsterin ถึงกับเคยพูดไว้ว่า
.
I stand on the shoulders of James Clerk Maxwell
ความรู้ของผมครึ่งนึงมาจาก James (มีวันนี้เพราะพี่ให้! 55555)
.
“คนที่ยอมรับว่าไม่รู้” คือคนเดียวที่พร้อมจะค้นพบสิ่งใหม่
และความไม่รู้ ไม่ได้ทำให้เราดูโง่เลย
แต่มันทำให้เรามีพื้นที่ว่างพอให้ ความรู้จริง (Truth) เข้ามาแทน
.
ลองหัดยอมรับความโง่ของตัวเองบ้าง “ความกล้าที่จะไม่รู้”
อาจเป็นเครื่องหมายของ “ความฉลาดที่แท้จริง”
——————
Part 2 : สมองของคนฉลาด มักหลงกับ “ภาพลวงตาแห่งความรู้”
.
ในทางประสาทวิทยา มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Dunning–Kruger Effect
คือ “คนที่รู้น้อย มักมั่นใจมาก” แต่ “คนที่รู้มาก มักสงสัยตัวเองเสมอ”
.
Maxwell เข้าใจสิ่งนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
เขาบอกว่า “เราจะไม่มีวันเข้าใจธรรมชาติ ถ้ายังคิดว่ารู้มันหมดแล้ว”
.
เขาไม่พยายามเอาชนะความไม่รู้
แต่ “ทำความเข้าใจมัน” เหมือนนักฟิสิกส์ทำความเข้าใจกับแรงที่มองไม่เห็น
.
Thoroughly conscious ignorance is the prelude to every real advance in science. – James Clerk Maxwell
การรู้ตัวว่าตัวเองไม่รู้ คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบที่แท้จริงในวิทยาศาสตร์
.
เมื่อคุณ “รู้ตัวว่าตัวเองไม่รู้”
สมองจะเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับการตั้งคำถาม
และเมื่อคำถามถูกต้อง ความรู้ก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
———-
Part 3 : วิธีฝึก “Maxwell Mode” ให้สมองเรียนรู้เร็วขึ้น

[1] สร้าง Map of the Unknown

แทนที่จะจดสิ่งที่รู้ ลองเขียน “สิ่งที่ยังไม่เข้าใจ”
ให้มันกลายเป็นแผนที่แห่งความไม่รู้
Maxwell ทำสิ่งนี้ตลอดเวลาในสมุดทดลองของเขา
ทุกครั้งที่เขาไม่เข้าใจ เขาจะเขียนว่า “This part is still uncertain.”
ส่วนนึงยังไม่รู้จริง ทดลองเยอะๆ ทำให้เขารู้ จนให้เขากลายเป็นตำนาน
.
[2] ใช้ “Ignorance” เป็นแรงขับ ไม่ใช่ข้อแก้ตัว

เวลาคุณไม่รู้ อย่าปิดบัง แอบมัน จง “ระบุ” มันออกมา
พูดว่า “อันนี้ผมยังไม่เข้าใจ” แล้วตามด้วยคำถาม “แล้วทำไมล่ะ?”
.
นี่คือจุดที่สมองหลั่ง dopamine ของการเรียนรู้ (learning dopamine)
คุณจะเริ่ม “สนุกกับการไม่รู้” มากกว่ารู้
.
[3] แยก “ความเห็น” ออกจาก “ความรู้”
.
Maxwell บอกเสมอว่า “Opinion is cheap, but observation is sacred.”
ความเห็นคือสิ่งที่เราคิด ความรู้คือสิ่งที่เราทดลอง
อย่าปนสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน
เพราะเมื่อคุณคิดว่าความเห็นตัวเองคือความจริง การเรียนรู้ก็หยุดลงทันที
—————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ

เมื่อวานนี้ผมได้ไปเป็น Speaker ที่งาน Bitkub Summit
ระหว่างนั่งรอขึ้นเวที มี Topic หนึ่งพูดถึงเรื่อง “Carbon Credit”
.
จริง ๆ ผมก็สนใจเรื่องนี้มาประมาณ 2–3 ปี
เคยคุยกับอาจารย์ด้านสิ่งแวดล้อมหลายท่าน
ตอนนั้นก็คิดว่า “เรารู้นะ เข้าใจแล้วแหละ”
.
แต่พอมานั่งฟังในงานครั้งนี้ ผมกลับรู้ว่าจริงๆเราก็ไม่รู้อะไรอีกเยอะเลย
.
ทั้งเรื่องกฎหมาย คาร์บอนเชิงเทคนิค กับประเทศไทยเรา
.
ตอนนั้น ผมรู้สึกเหมือนกำลังเจอ Dunning–Kruger Effect แบบสด ๆ คือ “เราคิดว่าเรารู้” แต่จริง ๆ เรายังไม่รู้พอจะเข้าใจทั้งหมดด้วยซ้ำ
.
มันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปวันแรกเมื่อ 5 เดือนก่อนที่เริ่มทำเพจนี้
เหตุผลที่เราอยากทำเพราะ เราอยากเรียนรุ้เรื่องใหม่ๆทุกๆวัน แล้วสรุปให้ตัวเข้าใจ 555555 แค่นั้นเลยทุกคนนน
.
วันนี้ตื่นเช้ามาก็เลยมาศึกษาเรื่อง Maxwell Theory เพราะ อยากจะแก้ปัญหานี้ให้ได้จริงๆ จะได้เลิกอีโก้ 55555

(และนี้คือความสวยงามของการเป็น One Person Business เราไปในๆที่เราอยากไป เราเล่นสนุกผ่านการเป็นตัวเองที่ดีขึ้นทุกวัน ง่อววว5555)
.
สิ่งที่ทำให้เราหยุดโต ไม่ใช่ “ขาดความรู้” แต่มันคือ Ego ที่บอกว่าเรารู้แล้ว
.
Ego ทำให้เราเหมือนแก้วที่เต็ม
แต่ “ความไม่รู้” ทำให้เราเหมือนแก้วที่พร้อมเติม
.
ถ้าเราอยากเก่งขึ้น อย่าพยายามเติม “ความรู้”
แต่ให้เริ่มจาก “เทน้ำ Ego ออกก่อน”

เพราะสมองที่เปิดรับ = สมองที่เรียนรู้
และคนที่กล้าบอกว่า ยังไม่รู้ คือคนเดียวที่กำลังจะ รู้จริง
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ทำไมเดี๋ยวนี้เราถึงรู้สึกทำไรก็ไม่สนุกแล้ว มันคือสัญญาณว่าฮอร์โมนความสุขเสียสมดุล

  • วิธีใช้ AI ให้เข้าใจธุรกิจเรามากขึ้น บทเรียนการไปสอน AI มา 100 บริษัท

  • วิธีฝึกสมองตัวเองให้คิดแบบเป็นภาพได้ จินตนาการให้คมมองแบบนักหมากรุก


ความเห็น

ใส่ความเห็น