ถ้าเราเริ่มรู้สึก ลืมง่ายขึ้น คิดช้าลง อาจเป็นอาการของภาวะสมองเสื่อม

ถ้าเราเริ่มรู้สึก ลืมง่ายขึ้น คิดช้าลง อาจเป็นอาการของภาวะสมองเสื่อม

ถ้าเราเริ่มแบบ ลืมง่ายขึ้น คิดช้าลง อย่าล้อเล่นกับ อาการเหล่านี้ มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia)
.
ลองนึกภาพวันที่เราจำชื่อคนที่เรารักไม่ได้
วันที่เรายังอยู่ตรงนี้ แต่ “ตัวเรา” ไม่อยู่ตรงนี้อีกแล้ว
.
สิ่งที่นักประสาทวิทยาอย่าง Dr. Ann McKee
ค้นพบจากการชันสูตรสมองของคนหลายร้อยคน
ว่า “สมองไม่ได้แก่เพราะอายุอย่างเดียว”
แต่มันพังเพราะชีวิตประจำวัน(นิสัย) ของเรา
.
เรามาทำความเข้าใจและป้องกันมันก่อนจะสายเกินไป ใน [5] ข้อนี้
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปัํป
——————————
[1] ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คืออะไร
.
มันไม่ใช่แค่ “ความจำสั้น”
แต่มันคือการที่สมองค่อยๆ เสื่อมลงในทุกด้าน
ตั้งแต่การคิด การตัดสินใจ ภาษา ไปจนถึงบุคลิกและความเป็นตัวเอง
.
ส่วน Alzheimer’s ที่เราคุ้นชื่อ
คือแค่ “หนึ่งในสาเหตุ” ของสมองเสื่อมเท่านั้น
ยังมีอีกหลายแบบที่อันตรายไม่แพ้กัน
.
เช่น
– สมองเสื่อมจากหลอดเลือด (Vascular Dementia)
– สมองเสื่อมจากการกระแทกซ้ำ (CTE)
– สมองเสื่อมจากความเครียดเรื้อรังและการนอนไม่พอ
.
Dr. McKee บอกว่า…
“มันไม่ใช่แค่สมองเสื่อมจากอายุ แต่คือสมองที่โดนทำร้ายทุกวันด้วยชีวิตที่เร่งรีบเกินไป”
—————————–
[2] สัญญาณเตือนสมองเสื่อม ที่มักถูกมองข้าม
.
อาการมันเริ่มแบบทีละนิดๆแบบที่เราไม่ทันสังเกตุ แต่ถ้าฟังดีๆ ร่างกายจะบอกเราเสมอ ลองดูว่าเรามีอาการพวกนี้ไหม
.
– ลืมสิ่งสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้น

– คิดช้าลง ตัดสินใจยากขึ้น

– พูดคำซ้ำ หรือใช้คำผิดบ่อยขึ้น

– อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

– เริ่มเก็บตัว ไม่อยากคุยกับใคร
.
Dr. McKee บอกว่า “สมองเสื่อมไม่พรากแค่ความจำ แต่มันพราก ‘ตัวตน’ ไปด้วย”
.
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือมันเกิดช้ามาก จนเราไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว
——————————-
[3] 4 พฤติกรรมที่ทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น
.
Dr. McKee บอกว่าสมองพังจากนิสัยเล็กๆน้อยที่เราใช้ทุกๆวัน
.
(1) อดนอนบ่อย
สมองจะไม่เปิดระบบล้างพิษ (Glymphatic System)
ของเสียที่ควรถูกล้างออกตอนหลับ ค้างอยู่ในสมอง
สะสมจนเกิดการอักเสบ และทำลายเซลล์ประสาททีละนิด
.
(2) เครียดเรื้อรัง
ฮอร์โมนเครียด (Cortisol) สูงเกินไป = เส้นเลือดในสมองหด
ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ → เซลล์สมองค่อยๆ ตาย
.
(3) ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
แอลกอฮอล์ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์สมองโดยตรง
ดื่มนิดเดียวแต่บ่อย = สมองบางลงแบบช้าๆ
จนสุดท้ายเรา “ชินกับการจำอะไรไม่ได้”
.
(4) ใช้มือถือมากเกินไป
อาจรบกวนสมาธิและการนอน เพราะแสงจากจอและการใช้งานต่อเนื่องอาจทำให้สมองเหนื่อยล้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพสมอง
.

🧠

 ทั้งหมดนี้คือ “แรงกระแทกทางประสาท”
นึกภาพ เหมือนสมองเราโดนชนเบาๆ ทุกๆวัน
จนวันหนึ่งมันช้ำเกินจะซ่อม
————————–
[4] สมองเสื่อม เริ่มจาก “เส้นเลือดในสมองที่รั่ว”
.
Dr. McKee พบว่าระบบหลอดเลือดในสมองที่เสียหาย

เช่น การรั่วของหลอดเลือด เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ Alzheimer’s และสมองเสื่อมหลายชนิด
.
สมองเรามีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ กว่าพันล้านเส้น
คอยลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารให้เซลล์ประสาท
.
แต่เมื่อหลอดเลือดเหล่านี้เริ่ม “รั่ว”
ของเสียจากเลือดจะซึมเข้าสมอง เกิดการอักเสบ
และเซลล์สมองจะค่อยๆ เสื่อมตายโดยไม่มีวันฟื้น
.
สาเหตุหลักมาจาก น้ำตาลสูง ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง การไม่ออกกำลังกาย ความเครียดที่เรื้อรัง พวกนี้มีผลหมดเลย
.
รวมถึง “แรงกระแทกซ้ำ” ที่สมองสะสมมานาน โดยเฉพาะในนักกีฬา
.
Dr. McKee ศึกษาสมองของนักกีฬาระดับโลกหลายร้อยคน
ตั้งแต่นักอเมริกันฟุตบอล นักมวย ไปจนถึงนักฟุตบอล
และพบว่า “แรงกระแทกซ้ำ แม้ไม่ถึงขั้นหมดสติ”
สามารถทำให้หลอดเลือดในสมองรั่วแบบไมโคร (micro-bleed)
จนเกิดการอักเสบเรื้อรังและสมองเสื่อมแบบ CTE ได้
.

🩸

 สรุปแบบง่ายๆ คือ “ถ้าเลือดไม่ดี สมองก็จะพัง”
เพราะสมองคืออวัยวะที่ต้องการออกซิเจนมากที่สุดในร่างกาย
.
Dr. McKee บอกว่า “ถ้าอยากให้สมองอยู่กับคุณไปอีก 30 ปีข้างหน้า
ให้เริ่มดูแลหัวใจ(หลอดเลือด)ตั้งแต่วันนี้”
———————
[5] วิธีป้องกันสมองเสื่อม ที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
.
สมองเราอาจซับซ้อนที่สุดในจักรวาล แต่การดูแลมันกลับง่ายกว่าที่คิด
.
(1) นอนให้พอ
เข้านอนให้ตรงเวลา และงดจอ 1–2 ชั่วโมงก่อนนอน
เพราะช่วงหลับลึกคือเวลาที่สมอง “ล้างพิษตัวเอง”
.
(2) ขยับตัวทุกวัน
ไม่ต้องถึงขั้นออกกำลังหนัก แค่เดินเร็ว 30 นาที
เลือดจะไปเลี้ยงสมองดีขึ้น และลดความเสี่ยงเส้นเลือดรั่ว
.
(3) ลดเครียด
ฝึกหายใจลึก เดินช้าๆ อยู่กับปัจจุบัน
เพราะ cortisol ที่ลดลง = การอักเสบในสมองที่ลดลงด้วย
.
(4) ลดน้ำตาลและแอลกอฮอล์
อาหารหวานจัดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือศัตรูของหลอดเลือดสมอง
กินน้อยลง = สมองอยู่กับคุณได้นานขึ้น
.
(5) เชื่อมโยงกับผู้คน
การพูดคุย หัวเราะ หรือใช้สมองคิดร่วมกับคนอื่น
คือ “ฟิตเนสของสมอง” ที่ยืดอายุความจำได้ดีที่สุด
.
(6) ดูแลนาฬิกาชีวภาพ Circadian Rhythm
เช่น การรับแสงแดดตอนเช้า ช่วยลดความเสี่ยงซึมเศร้าและส่งเสริมสุขภาพสมอง (คำแนะนำทั่วไปจากงานวิจัย)”

/////////////////////////

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
ส่วนตัวเบ้นว่า ปัญหาเรื่องสมองเสื่อม เป็นสิ่งที่สื่อไม่ค่อยพูดถึงเยอะมากเท่าไหร่ สิ่งที่ค่ามากที่สุดในชีวิตเราคือ “ความทรงจำ”
.
ถ้าเราไม่มีความทรงจำมันเหมือน เราโดน พรากตัวตนของเราให้หายไปเลย
.
อาม่าของเบ้น ก่อนเสียชีวิตเขาเป็น อัลไซเมอร์จำอะไรแทบไม่ได้เลยลืมไปแล้วว่าอยุ่ไหน ทำอะไรอยู่ ลูกหลานมีใครบ้าง ; (
.
ลองนึกภาพวันที่คุณตื่นมา แล้วจำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน
จำไม่ได้ว่ารักใคร หรือทำไมถึงอยู่ตรงนี้
.
Dr. McKee บอกว่า สมองเสื่อมคือ “การตายอย่างช้าๆ ของตัวตน”
และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ เราไม่รู้ตัวว่ามันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่
.
แต่ข่าวดีคือ…ถ้าวันนี้เราเห็นบทความนี้ แล้วยังเข้าใจ [5] ข้อที่ผ่านมา
เรายังมีเวลา “เขียนโปรแกรมสมองใหม่” ได้ทุกวัน
.
ด้วยการให้ความสำคัญกับตัวเราเองให้มากขึ้น
กลับมาใช้ชีวิตแบบที่สมองออกแบบมาให้เป็น
ไม่ใช่แบบใช้ชีวิตแบบที่โลกเร่งให้เราเป็น
.
ต้องทำงานหนัก เพื่อไปซื้อของที่ไม่จำเป็น เพื่ออวดให้คนที่ไม่จำเป็นกับชีวิตของเรา และจบลงด้วยการลืมคนที่เรารัก
.
เพราะสุดท้าย “ความทรงจำ” คือร่องรอยเดียวที่บอกว่าเราเคยมีชีวิตอยู่
อย่ารอให้สมองเสื่อมถึงค่อยเริ่มดูแลมัน
เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง คุณอาจจำไม่ได้แล้วว่า
คุณเคยเป็นใคร
.
ความทรงจำดีๆ ไม่ควรหายไปพร้อมกับเวลา
แชร์บทความนี้ให้คนที่เรารัก
เพื่อบอกเขาว่า “วันนี้ฉันจะดูแลสมองตัวเอง เพื่อจะได้จดจำคุณไปเสมอ : )
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีเวลาทั้งที่ยังไม่เริ่มทำอะไร ปัญหาไม่ใช่เวลา แต่คือวิธีจัดการสมองของเรา

  • เข้าใจวิธีที่ AI ทำตัวเองให้เก่งขึ้นยังไง ลองเอาModelที่ AI ใช้ มาใช้กับตัวเราเอง

  • 44 สัจธรรมของเกมที่ชื่อว่า [ชีวิต] ชีวิตมันไม่ยุติธรรมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


ความเห็น

ใส่ความเห็น