5 Step ของการ Prompt AI จากเด็กฝึกงานสู่เพื่อนร่วมงานที่ดี

5 Step ของการ Prompt AI จากเด็กฝึกงานสู่เพื่อนร่วมงานที่ดี

วิธีปลดล๊อค AI ของเราให้เก่งกว่าคนอื่น ใน 5 Step นี้
.
หลายคนยังติดอยู่กับคำถามว่า เขียนพรอมพ์ยังไงให้ AI ตอบดี?
.
บางคนก็พยายามเขียนยาว ๆ ละเอียด ๆ จนเหมือนส่ง thesis ให้ AI (ยาวไปไหน)
.
แต่ Tiago Forte(Productivity Guru) บอกว่า…
ทางลัดไม่ใช่ prompts ซับซ้อน แต่คือ “Context” ที่คุณให้มัน
.
Tiago Forte บอกว่า AI จริง ๆ มี 5 ระดับของ Context
ถ้าเข้าใจ 5 เลเยอร์นี้ เราจะเลิกใช้ AI แบบ “เครื่องมือ” แล้วเริ่มใช้มันเป็น เพื่อนร่วมทีมที่พึ่งพาได้ #อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————–
[Level 1] Training Data: AI รู้ทุกอย่าง แต่ไม่รู้จักคุณ

AI ถูกฝึกจากข้อมูลมหาศาล มันเหมือนเป็น เด็กจบ MBA ทุกสาขาในโลก
รู้ทุก framework, ทุกกลยุทธ์, ทุกวิชาการ
.
แต่ปัญหาคือ…
มัน ไม่รู้จักธุรกิจเรา, ไม่รู้จักชีวิตเรา, ไม่รู้จักเป้าหมายของเรา
.
ถ้าเราขอแผนการตลาด → มันตอบมาเหมือน template
.
มันดูครบ แต่เต็มไปด้วย สมมุติฐานแบบ ผิด ๆ
.
มัน “เนียน” แต่ “มั่ว” (เก็จปะมันแถเก่งจริงหลังๆ 5555)
.
ถ้าใช้แค่เลเวลนี้ เรากำลังได้คำตอบจาก “AI ที่ฉลาดแบบสอบได้เกรด A แต่ทำงานจริงไม่รอด”
——————-
[Level 2] System Prompt: คู่มือที่ซ่อนอยู่ 120 หน้า
.
ทุกโมเดล (Claude, GPT,Gemini,Grok) มี System Prompt
คือเอกสารลับที่ยาวเป็นร้อยหน้า กำหนดว่ามันจะคิดยังไง พูดยังไง ตอบยังไงแบบไหน
.
เราแก้ไม่ได้ Model หลังบ้านไม่ได้ แต่ เรากระตุ้น (Trigger) มันได้
.
Tiago เขาพบว่า มี Trigger Words บางคำ ที่ไป “กดสวิตช์” ให้ AI คิดลึกกว่าเดิม
เช่นคำว่า: in-depth ,comprehensive , step-by-step
.
พอใส่แค่ 2-3 คำนี้ คำตอบจะเปลี่ยนทันที
“จากที่ตอบแบบเด็กปี 1” กลายเป็น “อาจารย์มหาลัยที่คิดรอบด้าน”
.
หา Trigger word เหล่านั้นให้เจอ
มันคือ การพัฒนา prompts เราโดยไม่ต้องเพิ่ม context อะไรเลย
——————–
[Level 3] User Preferences: ตั้งครั้งเดียว ใช้ได้ตลอด

Feature นี่คือจุดที่คุณเริ่ม ปรับ AI ให้เป็นสไตล์ตัวเอง
ทั้ง Claude และ ChatGPT มีที่ให้ตั้งค่า:

ChatGPT จะเป็น Custom Instructions
Claude จะเป็น Personal Preferences

[Tiago เขาตั้งไว้ 3 อย่าง]
1.ให้ตอบเป็น bullet และ sub-bullet เสมอ (อ่านง่าย)
2.ให้คิดแบบ conservative ไม่โม้เวอร์
3.ให้บอกระดับความมั่นใจ (High/Medium/Low) พร้อมจุดอ่อน

พอเขาตั้ง Preferences พวกนี้ → ทุกคำตอบต่อจากนี้ มีโทนเดียวกันหมด
ไม่ต้องเขียนซ้ำทุกครั้ง เหมือนสอนคนในทีมให้เข้าใจ style ของเรา
.
ตรงนี้คือจุดที่ AI เริ่ม “ฟังเรา” ไม่ใช่แค่ “ตอบเรา”
———————–
[Level 4] Project Knowledge: อัพเลเวลจากผู้ช่วย → เพื่อนร่วมทีม
.
นี่คือจุดเปลี่ยนเกมจริง ๆ
AI ส่วนใหญ่เวลาคุยกับเรา มันเหมือน “เด็กฝึกงานความจำสั้น”
คุยวันนี้ จำไม่ได้พรุ่งนี้ ต้องเล่าใหม่ซ้ำไปซ้ำมา เหนื่อยกว่าได้งาน
.
แต่พอเราเริ่มใช้ Project Knowledge
(อย่างใน Claude มี Projects / ใน ChatGPT มี Memory + File Upload)
เราสามารถอัพโหลดไฟล์งานจริง เช่น:
.
– กลยุทธ์การตลาดของคุณ
– Customer Pain Point + Testimonials
– เอกสาร Process การทำงานของทีม
.
พออัพไปแล้ว…
ต่อให้คุณเปลี่ยนห้องแชท มันก็ยังจำข้อมูลโปรเจกต์นั้นได้
.
AI จะรู้ว่า → โปรเจกต์คุณชื่ออะไร , ลูกค้าคุณเป็นใคร
อะไรที่ห้ามเสนอเพราะไม่ใช่กลยุทธ์ของคุณ ,ช่องทางไหนที่เวิร์กจริงในธุรกิจ
.
พูดง่าย ๆ คือ…
AI จาก “เด็กฝึกงานขี้ลืม” จะกลายเป็น “ทีมงานใหม่ที่ Onboard เข้าบริษัทแล้ว”
และที่โหดคือ มันไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไม่ลาออก 

🤣

 555555
——————
[Level 5] The Actual Prompt: ให้ AI เขียนพรอมพ์แทนคุณ
.
นี่คือขั้นสุดท้ายที่ Tiago บอกว่า…
Prompt Engineering ไม่ได้หายไป แต่มัน evolve กลายเป็น Context Engineering
.
ไม่จำเป็นต้องนั่งบิ้วพรอมพ์เองแล้ว
คุณบอกมันไปตรง ๆ:
.
“ช่วยเขียน Prompt ที่จะสร้างแผนการตลาด Cohort 3 ครอบคลุม complaint, benefit, assignment, video idea ทั้งหมด”
.
AI จะเขียน Prompt Template ให้ → คุณเอาไปยิงต่ออีกที
ผลลัพธ์คือ “งานละเอียดสุด ๆ ที่ปกติใช้เวลา 2-3 อาทิตย์” แต่ตอนนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที
.
นี่คือการใช้ AI ให้ สร้าง Prompt ที่ดีที่สุดเพื่อตัวมันเอง
เหมือนคุณให้ AI ถือกุญแจไขประตูสมองตัวเอง (โครตโหด)
——————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
.
เมื่อเช้าเบ้นเพิ่งคุยกับรุ่นพี่คนนึง
เขาเป็นสาย ที่แบบ เกลียด Tech ไม่เคยแตะโค้ด ไม่เคยเปิด API จดโน๊ตยังใช้กระดาษอยู่เลย แต่เขาเล่าว่า…
.
วันนี้เขาเริ่มทำ Automation ด้วยตัวเอง ให้ AI สอนแบบละเอียดเลย
.
เริ่มแบบไม่มีพื้นฐานอะไรเลย แต่สามารถทำ MVP ที่ทำงานจริงเสร็จใน 1 ชั่วโมง (โคตรบ้า 555555 

🔥

)
.
นี่แหละคือยุคที่ ไม่ต้องเป็น Engineer
แต่คุณสามารถสร้างระบบ, สร้างธุรกิจ, สร้างของที่มีค่าจริง ๆ ได้ด้วย AI
(ขอย้ำว่า ณ วันนี้ยังเป็น Version ที่ไม่ซับซ้อนนะ แต่อีกหน่อยยังไม่รู้)
.
นี้มัน ยุคแห่ง One Person Business ! ยุคนี้มีอยู่จริงหรอเนี่ย
(เหมือนวันพีชมีอยู่จริงเลย555)
.
ใครเข้าใจ 5 Step ของ Context = จะใช้ AI เหมือนมีทีมงาน 5-10 คนอยู่ข้าง ๆ
.
ใครยังติดอยู่กับ Prompt แบบเดิม ๆ = จะคุยกับ AI ได้แค่ระดับ “เด็กฝึกงาน”
.
ตอนนี้ AI เป็นเหมือนอาวุธสงครามในโลก Cyber ไปแล้วแข่งกันว่าใครใช้ได้เก่งกว่า ก็ Leverage ได้ไวกว่า
.
“Don’t prompt harder. Context smarter.”
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีหลอกสมองของเราให้หลับง่าย ตามหลักกลไกของ คลื่นสมอง + ระบบประสาท

  • ทำไมยิ่งเราจัดการเวลา เราจะยิ่งไม่มีเวลา(ปรัชญาการจัดการเวลาโดยนักวิจัยด้านเวลา)

  • วิธีพัฒนาชีวิตให้เก่งขึ้นไวเหมือน AI รู้จักวิธีคิด Stepwise Reasoning


ความเห็น

ใส่ความเห็น