กฏเหล็ก 12 ข้อ ของ Dan Koe ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราใน 12 เดือน

กฏเหล็ก 12 ข้อ ของ Dan Koe ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราใน 12 เดือน

12 Rules ที่จะเปลี่ยนชีวิตใน 12 เดือน (inspired by Dan Koe)
.
Dan koe บอกว่า
เวลาคนพูดว่า “อยากมีอิสระ” จริงๆ แล้วมันคือ ภาพลวงตา
เพราะ Absolute Freedom = Absolute Chaos
(ถ้าเราตื่นกี่โมง กินอะไรก็ได้ นอนกี่ชั่วโมงก็ได้ ชีวิตเราจะเละเทะมากๆ)
.
สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือ Freedom To Create Our Own Rules
(อิสระที่จะสร้างกฎของตัวเอง ไม่ใช่หนีออกจากกรอบทั้งหมด)
.
Dan Koe บอกไว้ว่า “สมองเราเป็นเครื่องจักรสร้าง Pattern”
มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอะไรก็ได้ขนาดนั้น
.
เพราะงั้น ถ้าอยากมีชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ เราต้องมี Code of Life เป็นเหมือน เข็มทิศ นำระบบชีวิตให้ตัวเราเอง
พูดง่ายๆคือ เราต้องมีกฎเหล็กให้กับชีวิตของเรา

และนี่คือ 12 กฎ ที่ Dan Koe บอกว่าจะเปลี่ยนชีวิตได้ภายใน 12 เดือน
———————————-
[1] Reject The Average Life (ปฏิเสธชีวิตแบบคนอื่น)
.
ชีวิตคือการตัดสินใจ และการตัดสินใจแรกที่สำคัญที่สุด คือการ “ปฏิเสธเส้นทางที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด”
.
Dan Koe พูดว่า “When you truly despise the outcome of being like everyone else, you begin to form an anti-vision.”
(เมื่อคุณเกลียดการลงเอยแบบคนส่วนใหญ่ คุณจะเริ่มสร้างภาพตรงข้ามขึ้นมา)
.
เขาแนะนำให้เราเขียนสิ่งที่ไม่อยากเจออีก – สิ่งที่เกลียด สิ่งที่ไม่อยากกลับไปเจอมันอีกแล้ว
.
[2] Commit To Excellence (มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ)
เขาบอกว่า “ผมไม่เคยเห็นชีวิตในอนาคตเป็นเป้าหมายที่ตายตัว แต่มันคือทิศทางที่จะโตขึ้นไป”
.
Commitment ที่แท้จริง คือการมุ่งพัฒนาตัวเองใน 4 มิติ:
– Body (ร่างกายแข็งแรง)
– Mind (จิตใจแข็งแกร่ง)
– Spirit (มีเป้าหมายสูงกว่าเงิน)
– Work (งานที่มีคุณค่าและสร้างผลกระทบ)
.
เราพัฒนา 4 ด้านนี้เพื่อกลายเป็นคนที่ดีขึ้น
.
[3] Standards Create Identity (มาตรฐานสร้างตัวตน)
.
“You aren’t where you want to be because you are okay with where you are.”
(คุณไม่ได้อยู่ในที่ที่อยากอยู่ เพราะคุณดันโอเคกับที่ที่คุณอยู่ตอนนี้)
.
มาตรฐาน = Filter ของโอกาส
ถ้ามาตรฐานของคุณสูง คุณจะมองเห็นโอกาสที่สอดคล้องกับมัน
.
สิ่งที่ Dan Koe เน้นคือ Anti-Standards ด้วย → สิ่งที่คุณไม่ยอมทำเด็ดขาด
มันจะสร้าง ข้อจำกัด ที่บังคับให้เกิดความคิดเชิงสร้างสรรค์
.
[4] Project-Based Learning (เรียนรู้ผ่านโปรเจกต์จริง)
.
“The best way to learn is to build a real-world project and only search for information when you need it.”
(วิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการสร้างโปรเจกต์จริง และหาความรู้เฉพาะเวลาที่ต้องใช้)
.
เพราะการดู Tutorial ไปเรื่อยๆ มันคือ Noise → มันทำให้เราคิดว่ารู้เยอะ แต่พอลงมือจริง เราทำอะไรไม่เป็นเลย 55555
.
แต่ถ้าคุณมีโปรเจกต์จริง มันจะบีบให้เราต้องเอาความรู้นั้นมาใช้จริงๆ
.
5. Daily Levers (สร้างตัวคุณ ประจำวัน)
.
Productivity ไม่ได้ซับซ้อนเลย Dan Koe บอกว่า
“Every single day, complete at least 1–3 priority tasks that move the needle.”
(ทุกวันแค่ทำ 1–3 งานที่เขยิบชีวิตไปข้างหน้า)
.
และเขาเตือนว่า ถ้า 2 สัปดาห์ผ่านไปแต่คุณยังไม่เห็น progress → แปลว่าคุณกำลังทำผิดเลน
.
[6] Become A Deep Generalist (เป็น Generalist ที่ลึก)
.
“Humans are natural generalists.”
(มนุษย์ถูกสร้างมาให้เป็น Generalist โดยธรรมชาติ)
.
เรารอดเพราะเรา stack skills และสร้างเครื่องมือใหม่เสมอ
การเรียนรู้หลายศาสตร์ ไม่ได้ทำให้คุณอ่อน แต่ทำให้คุณมองเห็นเส้นทางที่ Specialist มองไม่ออก
.
Dan Koe บอกว่า เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมความอยากรู้อยากลอง แต่ระบบการศึกษาคือสิ่งที่ปิดกั้นมัน

[7] Entrepreneurship Is Spiritual (การเป็นผู้ประกอบการ เดินทางทางจิตวิญญาณ)
.
Dan koe ฟาดแรงมากๆว่า “Employment isn’t our natural state. Your psyche is wired to hunt.”
(การเป็นลูกจ้างไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ จิตวิญญาณเราถูกโปรแกรมมาให้ออกล่า)
.
Entrepreneurship ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือ
State of Mind → การเลือกตั้งเป้าหมายเองและฝึกใจรับมือกับความไม่แน่นอน
.
[8] Become A Creator (เป็นผู้สร้าง)
.
Dan Koe มองว่าโลกดิจิทัลตอนนี้คือยุค Second Renaissance (ยุคแห่งการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ผ่านเทคโนโลยี)
.
“Shift from consumer to creator. Solve your own problems, distribute your solutions, attract people who share your vision.”
.
(ย้ายจากผู้เสพไปเป็น → ผู้สร้าง → แก้ปัญหาตัวเอง →แชร์วิธีแก้ →
ดึงดูดคนที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน)
.
[9] Uncertainty Is Signal, Not Noise (ความไม่แน่นอนคือสัญญาณที่ดี)
.
เขาบอกว่า “You’re supposed to feel lost.”
(คุณควรรู้สึกหลงทางอยู่แล้ว)
.
เพราะความไม่แน่นอนคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อเติบโต
คนที่ยอมรับมันได้ คือคนที่จะเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น
.
[10] Engineer Enthusiasm (ออกแบบความกระตือรือร้น)
.
Dan Koe บอกว่าใ ห้สังเกตสิ่งที่ทำให้คุณลืมเวลา
สนุกจนอยากทำต่อ → แล้วใส่มันลงไปในตารางทุกวัน
นี่คือเชื้อเพลิงที่จะพาเราวิ่งไปได้ไกล
.
[11] Self-Experimentation (ทดลองด้วยตัวเอง)
.
Dan Koe บอกว่า “The first solution you try probably isn’t the best way.”
(วิธีแรกที่คุณลอง มักไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด)
.
อย่าติดกับ ideology ใด ideology หนึ่ง
ให้ลองผิดลองถูก → รวบรวม pattern → แล้วสร้างสูตรเฉพาะของคุณเอง
.
[12] Live A Unique Life (ใช้ชีวิตที่ไม่ซ้ำใคร)
.
“The greatest mistake is not making mistakes.”
(ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด คือการไม่กล้าผิดพลาดเลย)
.
ชีวิตไม่เคยมี “One True Path” (เส้นทางเดียว)
สิ่งที่คุณต้องทำคือเลือก ลอง ล้มเหลว แล้วเรียนรู้
เพราะทุกความผิดพลาดคือเข็มทิศพาคุณไปยังเส้นทางที่ชัดเจนขึ้น
—————————————

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
Dan Koe ทิ้งท้ายไว้ว่า
“You don’t want freedom. You want rules you chose for yourself.”
(คุณไม่ได้ต้องการอิสระแบบไร้กรอบ แต่คุณต้องการกฎที่คุณเลือกเอง)
.
12 กฎนี้ มันไม่ใช่สูตรสำเร็จจากใคร แต่คือ กรอบที่คุณสร้างขึ้น
เหมือนเข็มทิศที่ทำให้เราหยุดหลงทางไปตาม default ของสังคม
.
สุดท้ายแล้ว ชีวิตมันไม่ได้วัดกันว่าใคร “มีทางที่ปลอดภัยที่สุด”
แต่วัดกันที่ใคร “กล้าสร้างกฎของตัวเอง แล้วใช้ชีวิตตามนั้น”
.
เพราะชีวิตที่ใช่ มันไม่เคยถูก “ให้มา”
แต่มันถูก “สร้างขึ้น” ด้วยมือเราเอง
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้มันจะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีหาลูกค้า 10 คนแรกให้ได้ภายใน 10 วัน คู่มือฉบับมือใหม่สำหรับคนที่พึ่งมีไอเดีย

  • วิธียอมรับว่าตัวเอง เป็นคนไม่เก่งเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่เก่งขึ้น

  • เรียนยังไงให้สมองอยากจำ ไม่ใช่แค่ฝืนจำ ตามหลักการประสาทวิทยาของการเรียนรู้


ความเห็น

ใส่ความเห็น