ถ้าเราคุยกับคนอื่นแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เราลองแยกวิธีสื่อสาร ตามสี แบบนี้

ถ้าเราคุยกับคนอื่นแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เราลองแยกวิธีสื่อสาร ตามสี แบบนี้

ถ้าเราคุยกับคนไม่รุ้เรื่องเพราะ เราไม่รู้จักสีของเขา มาลองแยกคนตามสีแบบนี้ดู
.
อธิบายตั้งนาน คนตรงหน้ากลับไม่เข้าใจ
พอเราพูดตรงๆก็บอก เราก้าวร้าวรุนแรง
แต่เราพูดเล่นๆ คนก็ดันบอก ไอนี้มันจิงโจ้ ! ไม่จริงจังเลย
พอสาย ข้อมูลเยอะๆ อีกคนดันบอกเรา พูดน้ำเยอะจัง 55555
.
สรุปจะเอายังไงแน่ ชีวิต
จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพราะเราสื่อสารไม่เก่ง
แต่เพราะเรากำลัง “พูดด้วยสีของเรา” โดยไม่ได้เข้าใจ “สีของคนฟัง”
.
จากหนังสือ Surrounded by Idiots (Thomas Erikson)
และที่ในคลิปที่ Vinh Giang หยิบเรื่องนี้มาเล่า
.
มนุษย์ถูกแบ่งออกเป็น 4 สีของการสื่อสาร (แดง เขียว น้ำเงิน เหลือง)
และถ้าเราแยกออกได้ = เราจะคุยกับใครก็เข้าใจง่ายขึ้น
มาเข้าใจคนแต่ละแบบ ผ่านบทความนี้ไปด้วยกัน
#อ่านจบปุ๊ปเก่งขึ้นปั๊ป
———————
[1] 

🔴

 Red – นักผลักดัน (The Driver)
คนประเภทนี้จะโฟกัสไปที่ Outcome มากกว่า Process
ขอแบบ ชัดๆ ตรงๆ เคลียร์ๆไปเลย
ถ้าพูดช้าๆ Story เยอะๆ = เขาจะรู้สึก เสียเวลา หงุดหงิด ไม่อยากฟัง

นิสัยหลักคือ : กล้าชน ตัดสินใจ ผลักดันให้คนเดินหน้าต่อ
แรงขับเคลื่อนคือ : อำนาจ ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ
จุดอ่อน: เป็นคนใจร้อน มองข้ามรายละเอียด คนที่อยู่รอบๆตัวจะรู้สึกเหมือนโดนบังคับ

วิธีคุยกับ Red:
– ใช้ภาษาสั้น ๆ ชัดเจน ไม่วกวน
– พูดด้วยโครงสร้าง bullet หรือ framework+
– แสดง outcome + next step ให้เห็นทันที

ถ้าคุยกับ Red เจ้านายคุณ
อย่าพูดยืดยาวว่า “โปรเจกต์นี้เราศึกษามาจาก… มี data… ผ่าน process…”
ให้พูดว่า “นี่คือผลลัพธ์หลัก 3 ข้อ และ action plan ที่จะเดินต่อ”
—————-
[2] 

🟡

 Yellow – นักสร้างแรงบันดาลใจ (The Inspirer)
คนประเภทนี้คือแสงสว่างในห้องประชุม เป็นคนที่ชอบเล่าเรื่อง สนุกสนาน เต็มไปด้วยพลังงานและความคิดสร้างสรรค์
.
เวลามี Yellow อยู่ด้วย บรรยากาศจะคึกคักขึ้นเสมอ
แต่…ปัญหาคือ Yellow มักจะฟุ้งไปเรื่อย ๆ โฟกัสไม่ค่อยอยู่กับที่ และบางครั้งก็พูดเยอะจนคนอื่นมองว่า “เอาแต่พูด แต่ไม่ค่อยทำ”

นิสัยหลักคือ: ร่าเริง ช่างคุย ครีเอทีฟ ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสนุก
แรงขับเคลื่อนคือ: ความสัมพันธ์ + ความสนุก + ไอเดียใหม่ ๆ
จุดอ่อน: ฟุ้ง ขาดโฟกัส เสี่ยงเสียเครดิตเพราะพูดเก่งแต่ไม่ทำ

วิธีคุยกับ Yellow

– ใช้ story มากกว่า data
– ใส่พลัง positivityเชิงบวก ลงไปในบทสนทนา
-เปิดพื้นที่ให้เขาเล่าไอเดียหรือแชร์ความคิด
– อย่าทำให้บรรยากาศเครียดหรือน่าเบื่อเกินไป

ถ้าเราต้องอธิบายให้ Yellow ฟัง
อย่าบอกว่า “ขั้นตอนการใช้งานคือ กด A → B → C”
ให้พูดว่า “ลองเล่นเลย ลุยเลย ทำไปก่อนเดี๋ยวก็จับทางได้เอง” (อย่าพึ่งให้กรอบเขา)
———————–
[3] 

🟢

 Green – นักซัพพอร์ต (The Supporter)
คนประเภทนี้คือคนที่ทำให้บรรยากาศทีมสงบลงเสมอ
เขาใจเย็น อดทน ซัพพอร์ตคนอื่นได้ดี และชอบทำให้ทุกอย่าง “ไหลไปอย่างราบรื่น”
.
แต่ในอีกมุมหนึ่ง Green มักจะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ไม่ชอบความกดดัน และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจใหญ่ ๆ จนบางครั้งคนอื่นมองว่า “โลเล ไม่มีจุดยืน”

นิสัยหลักคือ: ใจเย็น อดทน ซัพพอร์ต ไม่ชอบ conflict (ความขัดแย้ง)
แรงขับเคลื่อนคือ: ความมั่นคง ความสงบ ความกลมกลืน
จุดอ่อน: ไม่กล้าตัดสินใจ เลี่ยงการเผชิญหน้า อาจดูเป็นคนไม่ชัดเจน

วิธีคุยกับ Green:
-ใช้โทนสงบ อ่อนโยน ไม่กดดัน
-ให้เวลาเขาคิดและปรับตัว
-ยืนยันว่าคุณอยู่ตรงนี้ จะ support เขา
-อย่าโยนการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันใส่เขา (เขาจะหนีไม่เอาเลยจ้า5555)

ถ้าคุณคุยกับ Green ที่เป็นเพื่อนร่วมทีม
อย่าพูดว่า “เราต้องเปลี่ยนเดี๋ยวนี้”
ให้พูดว่า “เราจะค่อย ๆ ปรับไปด้วยกัน ไม่ต้องรีบ เดี่ยวเราจะอยู่ช่วยนะ”
———————————
[4] 

🔵

 Blue – นักวิเคราะห์ (The Analyzer)
นี่คือคนที่เน้น “ความถูกต้อง” มากกว่าความเร็ว
ทุกอย่างต้องมีข้อมูลรองรับ มีโครงสร้าง มีเหตุผลชัดเจน
เขาจะไม่เชื่อคำพูดลอย ๆ และไม่โอเคกับการ exaggerate (พูดเกินจริง)
.
ข้อดีคือ Blue เป็นคนละเอียด รอบคอบ ทำงานเป๊ะ คุมคุณภาพได้ดี
แต่ข้อเสียคือบางทีช้าไปหน่อย เรื่องเยอะไปนิด และชอบ “จับผิด” จนคนอื่นรู้สึกเหนื่อยใจ
.
นิสัยหลักคือ: ละเอียด รอบคอบ รักใน process
แรงขับเคลื่อนคือ: Data(ข้อมูล) , Logic(ตรรกะ) , Accuracy(ความแม่นยำ)
จุดอ่อน: ทำงานช้า จมกับ detail เกินไป บางทีเป็นนักวิจารณ์มากกว่านักลงมือ

วิธีคุยกับ Blue
– เตรียม fact, data, evidence มาประกอบ (สายหลักฐาน)
– อธิบายด้วย step by step ที่ตรวจสอบได้
– ใช้โครงสร้างชัดเจน อย่าพูดลอย ๆ
– หลีกเลี่ยงคำพูดเว่อร์ ๆ อย่าง “ไม่ต้องห่วง เชื่อฉันสิ”

ถ้าคุณคุยกับ Blue ลูกค้า
อย่าพูดว่า “ของเราดีที่สุดในตลาด ไม่ต้องห่วง”
ให้พูดว่า “นี่คือผลรีวิวจากลูกค้าจริง + ข้อมูลการใช้งาน และนี่คือ step ที่คุณสามารถตรวจสอบได้”
————————–

ถ้าคุณชอบบทความแนวนี้ แล้วไม่อยากพลาด สามารถใส่ Email ของคุณได้ที่ Link นี้เลย (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)


#สรุปแบบลงดาบ
ถ้าอยากเริ่มต้นง่ายๆ เราลองสังเกตุ แค่ลองสังเกตว่า คนตรงหน้า “อยากได้อะไร”
.
Red = อยากได้คำตอบเร็ว ๆ (Output)
Yellow = อยากได้เรื่องราวว่ามายังไง (Story)
Green = อยากได้ความสบายใจ (Peace)
Blue = อยากได้ข้อมูล (Data)

ปรับวิธีพูดนิดเดียว คุณจะเห็นว่าเขาเริ่มฟังเรามากขึ้น
เช่นตัวเบ้น (คนเขียน)
จะเป็นคน Red กับ Blue ผสมกัน คืออยากได้ผลลัพธ์ว่ามันคืออะไร
สไตล์การเขียนบทความเบ้นเลยจะเป็นแบบ เอาให้มันจบในบทเดียวเอาไปใช้ได้เลยมี Framework + Action Step และ Blue คือเป็นคนชอบมีข้อมูล Backup ว่ามาได้ไง เอามาจากไหน
.
แต่พอเขียนมาสักพัก เบ้นก็เลยปรับตัวมาสื่อสารแบบ Yellow มากขึ้น พยายามเล่า Story เข้าไปด้วยเพื่อทำให้คนอ่านเพลินขึ้น (ไม่รู้เหมือนกันเพลินจริงไหมอาจจะคิดไปเอง55555)
.
เอาเป็นว่า ลองเอา Framework นี้ไปลองปรับใช้นะค้าบ แต่จริงๆ อย่าใช้จนติดยาวๆ
คนเราหลากหลายมากบุคลิกมากๆเลย ถ้าเราใช้ไปจนคล่องจะเริ่มเห็นการผสมสีกัน 5555
.
ถ้าเริ่มจากสังเกตว่า “คนตรงหน้าอยากได้อะไร”
เราจะคุยกับใครก็ง่ายขึ้น
.
พอใช้ไปเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเห็นว่า…
คนเรามีหลายสี ผสมกันไปหมด
และนั่นแหละคือเสน่ห์และความสวยงามของการสื่อสาร
.
วันหนึ่งเราจะไม่ใช่แค่คนคุยรู้เรื่อง แต่กลายเป็นที่คุยแล้วไปแตะใจคนอื่น
.
ผมหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยสร้างวันของคุณ

อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่เลย

  • Philosopher Entrepreneur ทางเลือกวิถีชีวิตในโลกที่หมุนโครตไว (ชูนิ้วกลางให้กับ Trend ของโลก)

  • วิธีเช็คว่าตัวเองกำลังจะ Burnout กับงานไหมอย่าละเลยเสียงจากคนรอบตัวของเรา

  • วิธีที่ใช้สอน พนักงานที่Google 6642คน ให้พวกเขาจัดการงานของตัวเองได้ทันที

  • เราแน่ใจไหมว่าเป้าหมายที่เราไล่ล่าอยู่ มันเป็นสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ ไม่ใช่หนี


ความเห็น

ใส่ความเห็น